ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กินผัก ผลไม้ ได้อะไร

กินผัก ผลไม้ ช่วยลดความเสี่ยงได้หลายโรค เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งลำไส้(Bowel cancer)โรคหอบหืด (Asthma) ช่วยให้ลำใส้ทำงานดีขึ้น และช่วยไม่ให้เกิดต้อกระจก(Cataracts)

การกินผัก และผลไม้ ยังได้รับวิตามิน และ เส้นใยอาหาร ช่วยลดการบริโภคไขมัน และช่วยรักษาน้ำหนัก ใช้แทนขนมหวาน ที่มีน้ำตาล ทำให้ฟันผุ เสียสุขภาพ


กินผักและผลไม้ ช่วยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หัวใจวาย หรือแม้แต่ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด ช่วยระบบการย่อยอาหาร ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และป้องกัน Cataract และ Macular Degeneration ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียการมองเห็น

จากผลการวิจัยจากการติดตาม ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภค ของชาย-หญิง ประมาณ 110,000 คน เป็นเวลา 14 ปี พบว่า ยิ่งกินผักและผลไม้สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยนในแต่ละวันมากเท่าใด ก็ยิ่งลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากเท่านั้น

ผักและผลไม้ ช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นสาเหตุสำหรับของโรคหัวใจ (Heart disease) และ การอุดตันของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมอง(Stroke)

The World Cancer Research Fund และ The American Institute for Cancer Research รายงานสอดคล้องกันว่า ผักบางชนิด เช่น ผักกาดหอม (lettuce) ผักใบสีเขียว บล็อกเคอรี่ กะหล่ำปลี กระเทียม หอม เป็นต้น อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งที่ ปาก คอ กล่องเสียง หลอดอาหาร และ ท้อง นอกจากนี้ ผลไม่อาจจะป้องกันมะเร็งปอดได้ นอกจากนี้ ยังมีวิจัยอื่น ๆ ที่สนับสนุนผักและผลไม้และการป้องกันมะเร็ง เช่น มะเขือเทศช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

ผักและผลไม่เป็นผลดีต่อตา เช่น วิตามินเอในแครอท ช่วยให้มองเห็นดีขึ้นในเวลากลางคืน ผักผลไม้อื่น ๆ ช่วยป้องกันความเสื่อมของดวงตาเมื่ออายุสูงวัย โดยเฉพาะจากโรค Cataract และ Macular Degeneration ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็น

ในผักใบเขียว และผลไม้บางอย่าง เช่น ข้าวโพด องุ่น เป็นต้น มีเม็ดสี 2 ชนิด คือ Lutein และ Zeaxanthin ที่สะสมอยู่ในดวงตา เม็ดสีทั้งสองอย่างนี้ เชื่อว่าสามารถต้านทานอนุมูลอิสระ ที่เกิดจาก แสงอาทิตย์ ควันบุหรี่ หรือมลภาวะ ไม่ไห้เข้าทำลายเนื้อเยื่อในดวงตา

ดีงนั้น จะเห็นว่า กินผักและผลไม้มีประโยชน์ในการต้านทานโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ เส้นโลหิตตีบ ตลอดจนรักษาสุขภาพของดวงตา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมองเห็น ได้

สิ่งสำคัญคือ ต้องกินให้ได้ปริมาณที่พอเหมาะ และกินผลไม้อย่างหลากหลาย ไม่มีผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งมีมีวิตามินและสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ


อ้างอิง
http://www.bupa.co.uk/about/html/pr/050603_wives_tales.html
http://www.hsph.harvard.edu/nutritionsource/what-should-you-eat/vegetables-full-story/index.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …