ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาหารบำรุงสมอง

อาหารบำรุงสมอง มีอะไรบ้าง จะกินอะไรจึงจะทำให้ความจำดีเยี่ยม พัฒนาการของสมองดีเยี่ยม

อาหารเพื่อการบำรุงสมอง มีหลายอย่าง สมองจะทำงานได้ดี ต้องการสารอาหารหลายประเภท

เราควรเริ่มบำรุงสมองตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก สารอาหารที่จำเป็นสำหรับพัฒนาการของสมอง ได้แก่ โคลีน (choline) และ ดีเอสเอ (DHA)ซึ่งเป็นกรดโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่ง

โคลีน มีในไข่แดง ตับ จมูกข้าว และถั่วเมล็ดแห้ง และ DHA มีในปลา และนม

ดังนั้น เด็ก ๆ จึงควรรับประทานอาหารประเภท ปลา นม ไข่แดง ตับ จมูกข้าวให้มาไว้ก่อน เพื่อการบำรุงสมอง

สำหรับผู้ใหญ่ ต้องการสาร ไทโรซีน (tyrosine)โดยเฉพาะ แอลไทโรซีน(L-Tyrosine) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองจากกรดอะมิโน นอกจากนี้ยังต้องการวิตามินซี เพื่อช่วยนำสัญญาณไปมาระหว่างเซลล์ในสมอง และยังต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยปกป้องสมองจากการถูกโจมตี หรือเสื่อมสภาพไปตามอายุขัย

สารแอลไทโรซึน (L-Tyrosine) ทำหน้าที่ช่วยลดความเครียด ทำให้สมองตื่นตัว สกัดความอยากอาหาร (appetite suppressant)ลดไขมัน บำรุงผิวหนังและเส้นผม นอกจากนี้ยังเพิ่มพลังทางเพศ อีกด้วย

สมองดึงดูดพลังงานของร่างกายไปใช้มากที่สุด ในจำนวนพลังงานของร่างกายถูกนำไปเลี้ยงสมอง ร้อยละ 20 ดังนั้น ถ้าร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเพียงและเหมาะสม ก็จะทำให้สมองมีพลัง เหมือนคำพูดที่ว่า จิตใจที่แข็งแกร่งย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง ในทางกลับกัน ถ้าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ย่อมมีผลกระทบถึงสมองและความจำอย่างแน่นอน

ถ้าจะถามว่า มีอาหารอะไรที่รับประทานแล้ว ทำให้ความจำดีขึ้น การหาเหตุผล ช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาให้ดีขึ้น คำตอบคือ ยังสรุปไม่ได้ ในปัจจุบัน มีการวิจัยที่พยายามหาคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ (สนใจอ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่)

โดยภาพรวมก็คือ รับประทานอาหารให้ถูกส่วน และได้รับสารอาหารครบถ้วน จะช่วยลด หรือป้องกันปัญหาอันเนื่องมาจากการเสื่อมโทรมของสมองตามอายุขัย ในปัจจุบันยังไม่ทราบว่า มีอาหารอะไรที่รับประทานแล้ว ช่วยให้พัฒนาระบบการคิด และพัฒนาศักยภาพในการแก้ปัญหาได้ดีขึ้นแต่อย่างไร

ข้อแนะนำสำหรับการกินเพื่อบำรุงสมอง คือ

  1. กินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้สมองได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน กินอาหารให้หลากหลาย อาหารที่มีโปรตีน ผัก และผลไม้ ถั่ว ปลา และไขมันที่เป็นประโยชน์
  2. สมองดีเมื่อท้องอิ่มกองทัพเดินด้วยท้อง มีการวิจัยเกี่ยวกับนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งสรุปในทำนองเดียวกันว่า นักเรียนที่รับประทานอาหารเช้า มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการใช้ความคิดคือช่วงเวลาหลังมื้ออาหารที่เบา ๆ เป็นเวลาเหมาะที่สุดสำหรับการใช้ความคิด
  3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่อิ่มมากเกินไป และอาหารที่มีน้ำตาลสูง
  4. ชาหรือกาแฟนิดหน่อยช่วยได้ชาหรือกาแฟ ทำให้ตื่นตัว ทำให้สมองทำงานดีขึ้น แต่ควรละเว้นการรับประทาน ชาหรือกาแฟในช่วงบ่าย เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ
  5. อย่าละเลยเรื่องการพักผ่อนนอนหลับ และการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพสมบูรณ์ มีสติปัญญาในการคิด สร้างสรรค์และการแก้ปัญหา

โดยสรุปก็คือ ไม่มีอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งที่รับประทานแล้วทำให้สมองดีขึ้น ความจำดีขึ้น แต่ต้องรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ รับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบถ้วน รวมทั้งผักและผลไม้ต่าง ๆ



อ้างอิง
http://nutritiondiva.quickanddirtytips.com/how-nutrition-affects-your-brain.aspx
http://www.novabizz.com/Health/Supplement/Choline.htm
http://www.umm.edu/altmed/articles/tyrosine-000329.htm
http://tyrosine.com/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …