ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บล็อคเคอรี่ Broccoli

บล็อคเคอรี่ ได้ชื่อว่าเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหาร สูงที่สุดชนิดหนึ่ง ที่เราซื้อหาได้ในตลาดสดทั่วไป ราคาไม่แพงมาก มีเงิน 20 บาท ก็สามารถซื้อบล็อคเคอรี่หัวย่อม ๆ ได้ 1 หัว

หญิงมีครรภ์ จะได้รับประโยชน์จากการรับประทานบล็อคเคอรี่เป็นอย่างมาก เพราะในบล็อคเคอรี่มีกรดโฟลิค(folic acid) ที่ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะทารกในครรภ์จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ในบล็อคเคอรี่ ยังมีวิตามินซี ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันต้อกระจก(cataracts) และบรรเทาหวัด ได้อีกด้วย

บล็อคเคอรี่ มีวิตามินเอ(เบต้าแครอทีน) แคลเซี่ยม และเส้นใยอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะ เบต้าแครอทีน และวิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดความเสี่ยงจากการเป้นโรคต่าง ๆ หลายอย่าง เช่น ต้อกระจก(cataracts) โรคหัวใจ และมะเร็งหลายชนิด

เส้นใยอาหารในบล็อคเคอรี่ มีทั้ง ประเภทที่ละลายน้ำได้ และที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารที่มีประโยชน์ทั้งสองชนิดได้ในคราวเดียวกัน

ผู้ที่มีปัญหาด้านความดันสูง ควรรับประทานบล็อคเคอรี่ เพราะในบล็อคเคอรี่มีโปแตสเซี่ยม ซึ่งช่วยแก้ปัญหาด้านความดันสูงได้

มีการอ้างอิงถึงสรรพคุณของบล็อคเคอรี่ ว่า สามารถช่วยป้องกันและควบคุมโรคบางอย่างได้ เช่น อัลไซเมอร์(Alzheimer) โรคเบาหวาน การขาดแคลเซี่ยม มะเร็งในกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ เนื้องอก มะเร็งปอด โรคหัวใจ แม้จนกระทั่งสามารถชะลอความแก่ได้

การปรุงอาหาร

บล็อคเคอรี่ สามารถรับประทานสด หรือทำให้สุกก็ได้ การรับประทานสด จะได้ประสารอาหารมากกว่า เพราะการทำให้สุก จะทำให้บล็อคเคอรี่สูญเสียสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการต้ม จะทำให้สูญเสียคุณค่าอาหารไปมาก ควรใช้วิธีผัด จะดีกว่า



อ้างอิง
http://healthfood-guide.com/HealthBenefitsOfBroccoli.aspx
http://home.howstuffworks.com/broccoli3.htm

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …