ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

COUNT() COUNTA() และ COUNTBLANK() ใน Excel 2010

สูตรการนับจำนวน ของ Excel คือ COUNT(), COUNTA() และ COUNTBLANK()

โดยสรุป
  • COUNT() นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลที่เป็นตัวเลข ในช่วงเซลล์ที่ระบุ (รวมทั้งวันที่ด้วย เพราะวันที่เก็บในรูปตัวเลข)ไม่นับเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล หรือเซลล์ที่มีข้อผิดพลาดจากการใช้สูตร เช่น #N/A หรือ #NAME? เป็นต้น
  • COUNTA() นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูล ในช่วงเซลล์ที่ระบุ โดยไม่นับเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล
  • COUNTBLANK() นับจำนวนเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล ในช่วงเซลล์ที่ระบุ

ดูวิดีโอ เรื่อง count() countif() และ countblank()



ตัวอย่าง

COUNT()

ใช้นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลที่เป็นตัวเลข ได้แก่ ตัวเลข วันที่ จะไม่นับเซลล์ที่มีข้อความ เซลล์ว่าง หรือ เซลล์ที่มีค่าผิดพลาด

รูปแบบการใช้คือ COUNT(value1,value2,value3, ... )

สามารถใส่ได้สูงสุดถึง 255 ช่วงข้อมูล โดยแต่ละช่วง ให้คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า

ตัวอย่างภาพข้างบน นับจำนวนในช่วง A1 ถึง A20 และ B1 ถึง B20

ขอให้สังเกตว่า ไม่นับเซลล์ที่เป็นข้อความ หรือข้อผิดพลาด

 การเขียนสูตรในเซลล์ ต้องขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายเท่ากับ เช่น ถ้าต้องการเขียนสูตรที่เซลล์ E4 ให้เขียนดังนี้

=COUNT(A1:A9, B1:B9)

หมายความว่า ให้นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลที่เป็นตัวเลข ในช่วง A1 ถึง A9 และ ช่วง B1 ถึง B9

COUNTA()

นับเซลล์ที่มีข้อมูลทั้งหมด ทุกประเภท ไม่นับเฉพาะเซลล์ที่ว่างเท่านั้น

รูปแบบการใช้คือ

  COUNTA(value1,value2,value3, ... )

จากตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่า มีการนับเซลล์ที่มีข้อผิดพลาดด้วย


COUNTBLANK()

นับเฉพาะเซลล์ที่ว่าง หรือเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล เท่านั้น

รูปแบบการใช้คือ COUNTBLANK(value1)

ขอให้สังเกตว่า สูตร COUNTBLANK() รับค่าที่ส่งเข้าสูตร หรือ อาร์กิวเมนต์ ได้เพียงช่วงเดียว จะระบุหลายช่วง เช่น COUNTBLANK(A1:A20, C3:C16) ไม่ได้

จากตัวอย่างข้างบน จะเห็นว่า ในช่วงที่ระบุ คือ ตั้งแต่เซลล์ B1 ถึง B9 มีเซลล์ที่ไม่มีข้อมูลอยู่ จำนวน 3 เซลล์

การใช้งาน 
  1. ถ้าต้องการนับข้อมูลที่มีเฉพาะตัวเลข ไม่นับเซลล์ที่มีข้อความหรือข้อผิดพลาด ให้ใช้สูตร COUNT()
  2. ถ้าต้องการนับจำนวนทั้งหมด ไม่รวมข้อมูล ให้ใช้สูตร COUNTA()
  3. ถ้าต้องการนับจำนวนเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล ให้ใช้สูตร COUNTBLANK()
  4. ถ้าต้องการทราบจำนวนที่แท้จริง คือมีข้อมูล และมีข้อผิดพลาด แต่ที่ว่างไม่นับ ให้หาข้อมูล จากสูตร COUNTA() และลบด้วยข้อมูลที่ได้จากสูตร COUNTBLANK()
ลองทำดู

ให้พิมพ์ข้อมูลลงใน Sheet ข้างล่าง และลองใช้สูตร count() counta() และ countblank() ดูนะครับ




หมายเหตุ

ถ้าต้องการสร้างข้อผิดพลาดในเซลล์ของ Excel เพื่อทดสอบสูตรการนับข้างต้น ให้พิมพ์ในเซลล์ที่ต้องการสร้างข้อผิดพลาด ดังนี้
  1. #N/A ให้พิมพ์ =NA()
  2. #DIV/0? ให้พิมพ์ตัวเลขที่หารด้วยศูนย์ เช่น =28/0 (ต้องมีเครื่องหมายเท่ากับเพื่อให้ Excel คำนวณ มิฉะนั้น Excel จะถือว่าเป็นข้อความธรรมดา)
  3. #NAME? ให้พิมพ์สูตรที่ไม่มีใน Excel เช่น =abc(123)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …