ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เดินเท้าเปล่า เพื่อสุขภาพ

ร่างกายมนุษย์ เปรียบเสมือนเชือกเส้นใหญ่ที่ประกอบด้วยสปริงเป็นล้าน ๆ ตัว จึงทำให้ยืดหยุ่นได้ ในขณะเดิน หรือวิ่ง กลไกสปริงของมนุษย์ (human spring mechanism) ช่วยทำให้เราสามารถเดินหรือวิ่งไปไหนมาไหนได้ ถ้ากลไกนี้หย่อนประสิทธิภาพ จะทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย พลังการก้าวเดินทุกย่างก้าวของเรา มาจากกลไกสปริงของมนุษย์ ตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงศรีษะ (พลังสปริงหลักอยู่ที่บริเวณส่วนโค้งของฝ่าเท้า) นั่นแหละที่เมื่อกลับจากการทำงานถึงบ้าน ถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่าจึงมีความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย

อะไรที่ทำให้กลไกสปริงของมนุษย์อ่อนล้า

การเดิน การวิ่ง อย่างไม่เป็นธรรมชาติ ประมาณ 275 ล้านครั้ง ชั่วชีวิตของคน ทำให้กลไกเสื่อมถอย ความไม่เป็นธรรมชาติ การถูกพันธนาการ ความไม่เป็นอิสระในการเดิน ไม่ใช่อะไร รองเท้านั่นเอง

มาปลดปล่อย ให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ปลด ปลอดจากรองเท้า
นายแพทย์ Dr James Stoxen DC  สรุปว่า การเดินและการวิ่งด้วยรองเท้า เป็นสาเหตุสำคัญที่เร่งกระบวนการเสื่อมถอยของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (musculoskeletal system)

ตามหลักการแพทย์แผนโบราณของจีนกล่าวว่า เท้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่รับเอาพลังจากมหาปฐพีนี้ การเปลือยเท้าสัมผัสกับพื้นดินย่อมจะทำให้ไฟธาตุในร่างกายเกิดความสมดุล ช่วยเสริมพลังให้แก่ร่างกายอย่างดียิ่ง ฝ่าเท้าจะมีจุดต่างๆ มากมายที่มีความสัมพันธ์กับอวัยวะภายในร่างกาย ดังนั้นการเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นจุดต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะจุดที่เรียกว่า หย่งเฉวียน ถ้าหากมีการกระตุ้นที่เหมาะสมแล้วสมองส่วนที่สัมพันธ์กับไตไขสันหลัง และระบบประสาทจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยทำให้การขับฮอร์โมนชนิดต่างๆ ในร่างกายเป็นไปอย่างสมบูรณ์

ว่าง ๆ เรามาถอดรองเท้าเดินกันดูบ้างนะครับ

อ้างอิง
http://barefootrunningdoctor.com/why-barefoot/
http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_bio/News/detail_news.asp?num=239

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …