ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โทษของถั่วเหลือง

วันก่อน ฟังวิทยุ WDCF-AM 1350 TAMPA BAY รายการ Sustainable Health ของ Lord Rudi C. Loehwing ได้ความรู้ใหม่ว่า อาหารที่ทำจากถั่ว (soy) เช่น ถั่วเหลือง โดยผ่านกระบวนการหมักดอง มีประโยชน์มากกว่าที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง อาหารจากถั่วที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง กินเข้าไปแล้ว สามารถเกิดโทษได้หมือนกัน เพราะ ถั่วเหลือง (soy) เป็น หนึ่งในแปดของกลุ่มอาหารที่มักเป็นสาเหตุก่อโรคภูมิแพ้ (Allergens) สามารถเกิดอาการแพ้ได้ทันที เช่น ไอ จาม น้ำมูกไหล ท้องร่วง ท้องเสีย เป็นต้น อาการแพ้อาจจะไม่แสดงผลในทันที แต่อาจจะแสดงหลังจากกินแล้ว หลายชั่วโมง หรือหลายวัน ก็ได้

ผมตรวจสอบกับเว็บของ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ พบว่า สินค้าสำคัญ 8 กลุ่ม ที่เป็นต้นเหตุของการก่อภูมิแพ้อาหาร 90% ได้แก่ นม ไข่ สัตว์น้ำ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีเปลือก ถั่วประเภท tree nuts ถั่วลิสง แป้งข้าวสาลี และถั่วเหลือง

ต้องยอมรับว่าเป็นความรู้ใหม่จริง ๆ ผมก็เลยต้อง Google ดู พบว่ามีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาหลายปีแล้ว ข้อมูลเท่าที่ผมพบ มีตั้งแต่ปี 2004 (พ.ศ. 2547)

Loehwing บอกว่า  เราเชื่อว่าอาหารที่มาจากถั่ว เช่น น้ำมันพืชจากถั่ว และ นมถั่วเหลือง มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ ความจริงแล้ว เป็นผลมาจากกลยุทธ์ทางการตลาดมากกว่า ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้เชื่อว่า ถั่ว (soy) เป็นอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อหวังผลกำไร

Loehwing ระบุว่า ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่มีประโยชน์ ที่ผ่านการหมักดอง เช่น ซอสถั่วเหลือง (soy sauce) ที่ทำโดยวิธีธรรมชาติ และ มิโซะ (Meso)

อาหารจากถั่วเหลืองที่ผ่านกระบวนการหมักดองของไทยเรา เท่าที่นึกได้ก็มี เต้าเจี้ยวเจ้าเก่า นี่แหละครับ

Loehwing อ้างถึงหนังสือ The Whole Soy Story ของ  Dr. Kaayla Daniel ว่า การกินผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่ว (soy) ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง มีผลเสียหลายอย่าง เช่น  ขาดสารอาหาร (Malnutrition) ปัญหาต่อระบบการย่อยอาหาร (Digestive distress)  ภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย (Immune system breakdown)   ต่อมไธรอยด์ทำงานไม่ปกติ (Thyroid dysfunction) ความเสื่อมทางเพศและการสืบพันธ์ (Reproductive disorders and Infertility) เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง (Nonfermented soy products) มีกรด phytic acid ที่สามารถไปรวมกับสารอาหารบางอย่าง เช่น ธาตุเหล็ก แล้วทำให้ต้านการดูดซึมของร่างกายในกระบวนการย่อยอาหาร

เว็บไซต์ fitday ระบุว่า  โปรตีนจากถั่วที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง(Non-Fermented Soy Protein) ทำให้มีผลเสียหลายอย่าง เพราะมี goitrogens ที่ไปทำให้ต่อมไธรอยด์ทำงานได้ช้าลง ซึ่งนำไปสู่โรคมะเร็งไธรอยด์ มีกรด phytic acid ที่ไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย เช่น ธาตุทองแดง ธาตุเหล็ก แคลเซี่ยม และ สังกะสี โดยเฉพาะ สังกะสี เป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการของสมอง และระบบการสืบพันธ์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ถั่ว (soy) ยังมี trypsin inhibitor ที่ยับยั้งไม่ให้ร่างกายย่อยโปรตีน การกินถั่ว (soy) ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง(non-fermented soy ) เป็นประจำสามารถมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายได้ โดยเฉพาะในเด็ก การกินถั่ว (soy) ที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง (non-fermented soy ) อาจมีผลถึงชีวิตได้

โปรตีนจากถั่วที่ผ่านกระบวนการหมักดอง (Fermented soy protein) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีประโยชน์ เพราะช่วย ต้านทางมะเร็ง โรคกระดูกพรุน(osteoporosis) และ โรคหัวใจและหลอดเลือด(cardiovascular  diseases) ดังนั้น ถ้าต้องการให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ จึงควรรับประทานโปรตีนจากถั่วที่ผ่านการหมักดอง ละเว้นโปรตีนที่มาจากถั่วที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง(non-fermented soy protein )

อาหารจากถั่วเหลืองที่ผ่านกระบวนการหมักดอง (fermented soy) นอกจากจะไม่มีผลของกรด phytic acid แล้ว ยังเพิ่ม isoflavones ให้มากขึ้นอีกด้วย

isoflavones เป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการของสตรีวัยทอง ซึ่งเกิดจากการหมดประจำเดือน (menopause symptoms) เช่น ร้อนวูบวาบ นอกจากนี้ยังเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง isoflavones ช่วยลดการเสี่ยงโรคหัวใจ โดยต้านการเกิด plaque ที่จะอุดตันหลอดเลือด ช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก(prostate problems)ในผู้ชาย ช่วยบำรุงกระดูก ต่อต้านโรคกระดูกพรุน(osteoporosis) ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และที่ดีอีกอย่างคือ isoflavones ต่อต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้ ถั่วเหลืองที่ผ่านกระบวนการหมักดอง ยังมี โปรไบโอติกส์ (probiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น lactobacilli ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจ ลองคลิกลิงค์ข้างล่าง และศึกษาเพิ่มเติมเอง นะครับ

สรุปว่า มากินเต้าเจี้ยวกันให้มากขึ้นนะครับ อาหารไทย ๆ ของดี มีมาแต่โบราณ แต่เพิ่งรู้ว่า มีดีมหาศาล ก็วันนี้แหละ

อ้างอิง
http://articles.mercola.com/sites/articles/archive/2004/08/04/fermented-soy.aspx
http://www.fitday.com/fitness-articles/nutrition/healthy-eating/the-truth-about-non-fermented-vs-fermented-soy-protein.html
http://www.isoflavones.info/
http://www.elib-online.com/doctors/food_soybean.html
http://www.acfs.go.th/km/food_allergen_us.php
http://blog.wholesoystory.com/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …