ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

วันนี้ขอเป็นเรื่องของผู้ชายโดยเฉพาะ นั่นคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก

ผู้ชายเป็นกันมาก ในอเมริกา ปีนี้ 2012 (2555) มีรายงาน ของ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) ว่ามีคนเป็นโรคนี้กัน จำนวน 241,740 คน และเสียชีวิต จำนวน 28,170 คน

อะไรที่เป็นสาเหตุของโรคนี้

ยังไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือต้นเหตุของโรค แต่พอรู้ว่าโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคนี้ มีดังนี้
  1. อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคนี้สูง ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีโอกาสเป็นสง ในประเทศอเมริกา ผู้ที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่อายุเกิน 65 ปี ผู้ที่อายุต่ำกว่า 45 ปี มีน้อยมาก เกือบไม่พบเลย
  2. ประวัติการเป็นโรคนี้ของคนในครอบครัว ถ้าท่านเคยมี พ่อ พี่ หรือ ลูก เคยเป็นโรคนี้ ท่านมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงกว่าผู้อื่น
  3. เชื้อชาติ คนผิวดำ (นิโกร) จะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ มากกว่าคนผิวขาว คนลาตินอเมริกา ยิ่งถ้าพวกเราชาวเอเซีย และหมู่เกาะแปซิฟิกแล้ว ความเสี่ยงต่อโรคนี้ น้อยกว่าพวกผิวขาวเสียอีก พวกอินเดียแดง และชาวพื้นเมืองรัฐอะลาสก้า ก็มีความเสี่ยงน้อย
การที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูง ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นโรคนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ไม่เป็นก็มีเยอะนะครับ

อาการของโรค

มีปัญหาเรื่องปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะลำบาก หยุดยาก เจ็บปวดขณะปัสสาวะ
  • อวัยวะแข็งตัวยาก
  • ปัสสาวะมีเลือดปนออกมา หรือน้ำเชื้อมีเลือดปนออกมา
  • มีอาการปวดบ่อย ๆ บริเวณด้านหลังตอนล่าง สะโพก หรือต้นบน ๆ ของต้นขา
กิจกรรมทางเพศ กับ มะเร็งต่อมลูกหมาก

กิจกรรมทางเพศ กับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มีความสัมพันธ์กันมากเพียงใด ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่มีรายงานการศึกษาวิจัยหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกัน

ปี 2003 (2546) มีการวิจัยโดยศึกษาจาก ชายชาวออสเตรเลีย อายุต่ำกว่า 70 ปี พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการหลั่ง กับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

 ปี 2004 (2546) มีการสำรวจโดยการสอบถามผู้ชาย พบว่า อัตราการหลั่งสูง (เดือนละ 21 ครั้ง) มีความสัมพันธ์กับอัตราการลดลงของความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก

ศาสตราจารย์ Muir และคณะ จาก the University of Nottingham Medical School, Chulabhorn Cancer Hospital in Bangkok, the University of Cambridge, Royal Devon and Exeter NHS Trust and Institute of Cancer, and the Royal Marsden NHS Foundation Trust ได้ สำรวจโดยการสอบถามจาก ผู้ชาย จำนวน 431 คน ที่เคยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากก่อน 60 ปี และ อีก 409 คน ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ พบว่า การบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง อาจจะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่สำหรับ ผู้ที่อายุระหว่าง 20 - 40 ปี การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองบ่อย ๆ อาจจะมีผลทำให้เป็นมะเร็งที่ต่อมลูกหมากได้

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยทั้งหมด มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น การสอบถามเรื่องที่ผ่านมาหลายสิบปี อาจจะไม่ค่อยตรงกับความจริงมากนัก เช่น ถามว่า เมื่อตอนที่คุณอายุ 15 เคยสำเร็จความใคร่อาทิตย์ละกี่ครั้ง คำตอบที่ได้อาจจะไม่ค่อยตรงกับความจริงมากนัก

อีกอย่างหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยคุยกัน คำตอบที่ได้ก็อาจจะไม่ค่อยตรง โดยเฉพาะผู้ชายที่ขี้คุย อาจจะให้ตัวเลขที่เกินความเป็นจริง เพื่อสร้างภาพพจน์ความเป็นชายของตนเอง ก็เป็นได้

เรื่องนี้สรุปว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ผู้ใดที่มีอาการข้างต้น ควรไปพบแพทย์นะครับ

อ้างอิง
http://www.cancer.gov/cancertopics/wyntk/prostate.pdf
http://www.cancer.gov/cancertopics/types/prostate
http://prostatecancersolutions.wordpress.com/category/masterbation/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …