ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การวิเคราะห์ข้อสอบ ด้วย Excel 2010

ครูกับข้อสอบเป็นของคู่กัน ครูดีต้องรู้จักการวิเคราะห์ข้อสอบ เพื่อให้ได้ข้อสอบที่ดี และถ้าวิเคราะห์แล้วเก็บข้อสอบที่ดี ๆ ไว้ใช้งาน ก็จะทำให้ประหยัดได้ทั้งเวลา มีข้อสอบที่ดีให้เลือกใช้ได้อย่างรวดเร็ว
การวิเคราะห์ข้อสอบ เป็นกระบวนการหาคุณภาพของข้อสอบ โดยการพิจารณาเป็นรายข้อ ว่า ข้อสอบแต่ละข้อที่ออกนั้นมีความยากง่าย และสามารถแยกแยะนักเรียนอ่อนออกจากนักเรียนเก่งได้มากเพียงใด

ข้อสอบที่มีค่าความยากมาก ๆ หรือง่ายมาก ๆ เป็นข้อสอบที่ไม่ควรนำมาใช้งาน หรือข้อสอบที่เด็กอ่อนตอบถูกกันมาก แต่เด็กเก่งตอบผิดกันมาก เรียกว่าไม่มีค่าอำนาจจำแนก ข้อสอบประเภทนี้ก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน

ส่วนคุณภาพของข้อสอบทั้งฉบับต้องพิจารณา ความเชื่อมั่น ( reliability ) ความเที่ยงตรง ( validity )

ความเทียงตรง ( validity ) เป็นการตรวจสอบว่า ข้อสอบมีความสมบูรณ์ถูกต้องตรงตามเนื้อหาหลักสูตร ครอบคลุมทุกจุดประสงค์หรือไม่ ซึ่งอาจจะใช้ผู้รู้ หรือครูที่สอนวิชานั้น ๆ มาช่วยกันวิเคราะห์เนื้อหา จัดทำเป็นผังข้อสอบ สำหรับการนำไปออกข้อสอบ และเมื่อได้ข้อสอบแล้วก็มาช่วยกันวิเคราะห์ว่า ข้อสอบนั้น ๆ เป็นไปตามจุดประสงค์หรือไม่อย่างไร

ส่วนความเชื่อมั่น ( reliability )หรือบางตำราอาจจะบอกว่า เป็นความเที่ยง ซึ่งทำความปวดหัวเรื่องการใช้คำมาก ทำให้สับสบว่า ความเที่ยง ความตรงมันต่างกันอย่างไร ผมว่า เอาง่าย ๆ เรียกมันว่า ความเชื่อมั่น ( reliability ) จะดีกว่า ไม่สับสน ค่อนข้างจะแปลตรงตามภาษาอังกฤษด้วย

ความเชื่อมั่น หาได้โดยการใช้การคำนวณจากสูตรหลายสูตร แต่ที่ผมจะว่าต่อไปนี้ เป็นการใช้สูตร KR-20 เพราะค่าที่ได้จากสูตร KR-20 จะมีความเที่ยงตรง (accurate) มากกว่าสูตร KR-21 และจะมีค่ามากกว่าการใช้สูตร KR-21 เสมอ

วิธีการวิเคราะห์ข้อสอบ
การวิเคราะห์ข้อสอบอย่างง่าย สามารถทำได้ด้วยมือ คือเอาข้อสอบที่ตรวจแล้ว มาแยกแยะว่า นักเรียนแต่ละคนเลือกตอบอย่างไร ได้คะแนนเท่าไร แล้วนำมาเข้าสูตร
แต่ถ้ามีนักเรียนจำนวนมาก หรือต้องการความรวดเร็วแม่นยำ ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วย ซึ่งมีอยู่หลายโปรแกรม
โปรแกรม Excel 2010 เป็นโปรแกรมแกรมหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อสอบได้ดี
ผมได้ใช้ Excel 2010 มาสร้างโปรแกรมสำหรับวิเคราะห์ข้อสอบ เพื่อให้ทำได้รวดเร็ว ผู้ใช้เพียงกรอกตัวเลือกคำตอบของนักเรียนแต่ละคน กำหนดข้อเฉลยที่ถูก และกดปุ่ม โปรแกรมจะวิเคราะห์ข้อสอบให้ทันที โดยใช้สูตร KR-20 สามารถใช้ได้ถึง 2,000 ฉบับ แต่ละฉบับมีจำนวนข้อสอบไม่เกิน 200 ข้อ ซึ่งมากพอสำหรับครูที่จะใช้งานได้ตามปกติเลยนะครับ
โปรแกรมที่ว่า สามารถดาวน์โหลดได้นะครับ จากข้างล่างลิงค์ข้างล่างนี้

ดาวน์โหลดโปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบ

การใช้งาน


การแปรผล

มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริโซน่า(Arizona State University) ได้แปรผลการวิเคราะห์ข้อสอบ ดังนี้

ค่าความยาก-ง่าย
  • ถ้าค่าความยาก-ง่ายมีค่าเท่ากับ 1 แสดงว่าทุกคนตอบถูกหมด
  • ข้อสอบที่ต้องการวัดด้านเนื้อหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ควรมีค่าความยาก-ง่ายสูง
  • ข้อสอบที่ต้องการวัดผลสัมฤทธิ์โดยรวม ควรมีค่าความยาก-ง่าย ระหว่าง 0.3 - 0.7
ค่าอำนาจจำแนก
  • ค่าอำนาจจำแนกที่ติดลบ แสดงว่า นักเรียนอ่อนทำได้ถูกมากกว่านักเรียนเก่ง
  • ค่าอำนาจจำแนกที่เป็น 0 แสดงว่า นักเรียนอ่อนและนักเรียนเก่ง ตอบถูกเท่ากัน
  • ข้อสอบที่ยากมาก หรือง่ายมาก มีผลต่ออำนาจจำแนก คือจำแนกไม่ค่อยได้
  • ค่าอำนาจจำแนกที่ดี ควรอยู่ระหว่าง 0.3 - 0.7
ค่าความเชื่อมั่น
  • ค่าความเชื่อมั่นจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 - 1  ค่าน้อยแสดงว่า ความสัมพันธ์กันระหว่างข้อของข้อสอบมีน้อย
  • ข้อสอบที่ดี ควรมีค่าความเชื่อมันระหว่าง 0.8 - 0.85

อ้างอิง
http://www.asu.edu/uts/pdf/InterpIAS.pdf

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …