วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

การใช้คำสั่ง OFFSET ของ Excel กำหนดช่วงข้อมูล

OFFSET ใช้กำหนดช่วงข้อมูล โดยใช้ร่วมกับสูตรอื่น ๆ ที่ต้องการช่วงของข้อมูล จะมีประโยชน์มากในกรณีที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง และไม่ทราบว่ามีความยาวเท่าไร
รูปแบบ

OFFSET( reference,rows,cols,height,width)

reference:คือตำแหน่งที่ใช้อ้างอิง เสมือนหนึ่งปักหมุดแล้วใช้อ้างอิงจากจุดนี้ไป
rows:คือตำแหน่งเริ่มต้นช่วงข้อมูลว่า จะอยู่เหนือ หรือต่ำกว่าจุดอ้างอิง จำนวนกี่แถว ถ้าเป็น + คือต่ำกว่า และค่าเป็น - คือตำแหน่งที่อยู่เหนือขึ้นไป
colsคือตำแหน่งเริ่มต้นช่วงข้อมูลว่าจะเริ่มห่างจากจุดอ้างอิงไปทางซ้าย หรือทางขวา กี่คอลัมน์ ถ้าเป็น + คือทางขวา และค่าเป็น - คือทางซ้าย
height:ช่วงความสูง คือจำนวนแถวว่าจะให้มีความสูงในส่วนที่เลือกกี่แถว
width:ช่วงความกว้างของบริเวณที่จะเลือกว่าจะให้กว้างกี่คอลัมน์

ตัวอย่าง
ให้หาผลรวมของจำนวนข้างล่างนี้ โดยกำหนดให้สามารถเพิ่มข้อมูลได้อีก และให้ปรับผลรวมโดยอัตโนมัติ


จากภาพ เซลล์ C2 คือผลรวมของตัวเลขในเซลล์ C4 ถึง C6 และถ้ามีการเพิ่มข้อมูลในเซลล์ C7 C8 หรือ C9 ก็ให้ปรับผลรวมโดยอัตโนมัติ

วิธีการ
ต้องใช้คำสั่ง OFFSET เพื่อกำหนดช่วงให้รวมข้อมูลด้วยคำสั่ง SUM แต่เนื่องจากมีการเผื่อไว้สำหรับการเพิ่มข้อมูล จึงให้นับจำนวนข้อมูล โดยใช้ Count ร่วมด้วย เขียนสูตรในเซลล์ C2 ดังนี้

=SUM(OFFSET(C4,0,0,COUNT(C4:C15),1))


สูตร COUNT(C4:C15)จะได้ค่าเท่ากับ 3 เพราะมีข้อมูลตัวเลขเพียง 3 เซลล์
สูตร OFFSET(C4,0,0,3,1) จะได้ช่วงข้อมูลจากจุดอ้างอิง C4 เริ่มจาก C4 ไปทางล่าง 0 และไปทางซ้ายเท่ากับ 0)มีความสูงเท่ากับ 3 และความกว้างเท่ากับ 1 ผลสุดท้ายจึงได้ C4 ถึง C6 นั่นเอง
สูตร SUM(C4:C6) จึงได้เท่ากับ 59 ดังภาพข้างต้น

ที่เหลือ สามารถลาก Fill handle จาก C2 ไปทางขวา จะได้ดังภาพ


ถ้ามีการเพิ่มข้อมูล (ไม่เกิน C15) ข้อมูลจะปรับให้โดยอัตโนมัติ เพราะมีการใช้ Count เพื่อตรวจสอบจำนวนข้อมูล และใช้ OFFSET เพื่อกำหนดช่วงข้อมูล ให้กับฟังก์ชัน SUM

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น