ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

SUBSTITUTE และ REPLACE ใน Excel

SUBSTITURE และ REPLACE ของ Excel ใช้แทนที่ข้อความเหมือนกัน ต่างกันที่ ถ้าเราทราบตำแหน่งของข้อความเดิมที่จะไปแทนที่ ให้ใช้ Replace แต่ถ้าเราไม่ทราบตำแหน่ง ให้ใช้ Substitute

รูปแบบการใช้งาน

SUBSTITUTE(text, "old_text", "new_text", instance_num)
   text:  ตำแหน่งข้อความที่จะนำมาเปลี่ยน เช่น A1
   old_text: ข้อความเดิมที่ต้องการจะเปลี่ยน
   new_text:  ข้อความที่ต้องการให้เปลี่ยนเป็นข้อความนี้
   instance_num:  ระบุจำนวนครั้งของข้อความที่เกิดขึ้นในข้อความที่จะนำมาเปลี่ยน ที่ต้องการเปลี่ยน (งง เหมือนกัน อ่านต่ออีกซักหน่อยนะครับ)  ถ้าไม่ระบุ Excel จะเปลี่ยนข้อความนั้น ๆ ทีมีอยู่ในข้อความทุกครั้ง เช่น ข้อความเดิมคือ 24122341225 ถ้าต้องการเปลี่ยนเลข 41 เป็น 55 จะมีการเปลี่ยน 2 ครั้ง เพราะหมายเลข 41 มีปรากฏในข้อความที่ระบุ 2 ครั้ง คือ ปราฏครั้งที่ 1 ตำแหน่งที่ 2 และ ปรากฏครั้งที่ 2 ตำแหน่งที่ 7 (ดังนี้ 24122341225) ดังนั้น ถ้าไม่ระบุ instance_num โปรแกรม Excel จะระบุให้ทั้ง 2 แห่ง แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนเฉพาะ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนเฉพาะแห่งแรก ต้องระบุเป็น 1 เพราะเท่ากับเป็นการบอกว่า ให้เปลี่ยนเฉพาะที่มันเกิดครั้งแรกเท่านั้น ครั้งต่อ ๆ ไป ถ้าพบก็ไม่ต้องเปลี่ยน


REPLACE(old_text,start_num,num_chars,new_text)
   old_text:  ข้อความที่จะนำมาเปลี่ยน
   start_num: ตำแหน่งแรกที่จะเปลี่ยนในข้อความนั้น
   num_chars: ช่วงที่จะเปลี่ยนนับจากตำแหน่งที่ระบุ
   new_text:  ข้อความใหม่ที่จะนำไปเปลี่ยน

ตัวอย่าง
จากภาพ ให้แทนที่ ตัวเลข 41 ด้วยตัวเลข 000
จะเห็นว่า ตัวเลข 41 ปรากฏอยู่หลายแห่ง และในหลายตำแหน่ง เช่น ที่ A1 อยู่ตำแหน่งที่ 3 ส่วนที่  A3 และ A4 อยู่ตำแหน่งที่ 1 และที่ A13 อยู่ตำแหน่งที่ 2 เป็นต้น

ลักษณะนี้ จะใช้ Replace ไม่น่าจะสะดวก ต้องใช้ Substitute ดีกว่า

ที่ B1 เขียน สูตร ดังนี้

=SUBSTITUTE(A1,"41","000")  (ไม่จำเป็นต้องระบุ instance_num เพราะมี 41 เกิดขึ้นแห่งเดียว)


ลาก หรือ ดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่ม Fill handle จะได้ข้อความใหม่ที่แทนที่แล้วทั้งหมด ดังนี้

เพิ่มเติม

จากตัวอย่าง จะเห็นว่ามีการแทนที่เลข 41 ด้วย 000 ทำให้มีจำนวนมากกว่าเดิมไป 1 ตัว ถ้าต้องการรักษาความยาวของข้อความ ให้เท่ากับ 4 ซึ่งเป็นความยาวของข้อความเดิม ให้ใช้ mid()  เพิ่มเข้าไป

สูตร mid() เป็นการกำหนดช่วงข้อความที่จะนำมาให้แสดง มีรูปแบบดังนี้

MID(text,start_num,num_chars)
   text:  ข้อความที่จะนำมาเปลี่ยน
   start_num:  ตำแหน่งแรกที่จะนำมาใช้
   num_chars: ช่วงความยาวที่ต้องการ โดยระบุเป็นจำนวนตัวอักษรที่ต่อจากตำแหน่งแรกที่ระบุ ถ้าเกินจากนั้นไปแล้วให้ตัดทิ้งไป ไม่เอามาใช้

จากตัวอย่าง ต้องการตำแหน่งที่ 1 ถึง 4 เขียนสูตรที่เซลล์ C1 ได้ ดังนี้

=MID(SUBSTITUTE(A1,"41","000"),1,4)

จะได้ ดังภาพ


ลาก Fill handle จะได้ ดังภาพ


จะเห็นว่า Excel อนุญาตให้ใช้สูตรซ้อน ๆ กันได้ ทำให้ได้งานตามเงื่อนไขที่ต้องการ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …