วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ซองยา ต้องมีชื่อยา

วันนี้ได้อีเมล จากเครือข่ายทันตะ-เภสัช รณรงค์ว่า เมื่อได้รับยา ให้ตรวจดูว่า มีชื่อยาหรือเปล่า ก็เลยนำมาขึ้นไว้เผื่อว่าจะได้ช่วยกันบอกต่อ ๆ ไป ไม่เสียหาย ระวังไว้ก็ดี


เครือข่ายรณรงค์ซองยา/ฉลากยาต้องมีชื่อยา

สถาบันวิจัยชาวนา ( สวช )
เครือข่ายทันตะ - เภสัช บุคลากรเพื่อการทำงานด้านสุขภาพชุมชน




ช่วยเป็นหนึ่งพลังคนไทยที่จะช่วยกันรณรงค์ให้มีชื่อยาบนซองยาและฉลากยาได้ที่http://www.druglabel.net เมื่อได้รับยาทุกครั้ง อย่าลืม ถามหา ชื่อยา บนซองยา            

เครือข่ายรณรงค์ชื่อยาบนซองยา






โฮโมนเพศที่จำเป็น Testosterone

Testosterone เป็นโฮโมนเพศที่มีประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเพศเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพของคนทุกคนด้วย

Testosterone เป็นโฮโมนเพศชาย แต่ให้ประโยชน์ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในผู้ชาย Testosterone ร้อยละ 95 จะสร้างที่ที่อัณฑะ(testis) ในผู้หญิง Testosterone จะสร้างที่รังไข่ (ovaries) โฮโมนนี้ ในผู้หญิงจะมีน้อยกว่าผู้ชาย

Testosterone นอกจากจะสร้างลักษณะของความเป็นผู้ชาย เช่น กล้ามเนื้อ ขนตามร่างกายแล้ว ยังให้ประโยชน์อื่น ๆ ทั้งชายและหญิงอีกด้วย Testosterone มีผลต่อการทำงานของสมอง กระดูก และกล้ามเนื้อ การกระจายของไขมัน(fat distribution)  ระบบลำเลียง(vascular system) ระดับพลังงาน(energy levels) เนื้อเยื่ออวัยวะเพศ(genital tissues) เป็นต้น

Testosterone สามารถวัดได้ โดยการตรวจเลือด โดยเฉพาะหมอมักจะตรวจเลือดในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่มี Testosterone ในระดับสูงสุด

Testosterone เป็นโฮโมนเพศชาย ที่มีในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็ก แต่จะมีมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีเสียงห้าวขึ้น มีขนขึ้นตามร่างกาย มีกล้ามเนื้อ เป็นต้น โฮโมนนี้ จะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 40 ปี

ถ้าระดับ Testosterone อยู่ในระดับต่ำ จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หนวดเคราหยุดการเจริญ อ้วนหรือไขมันเพิ่มขึ้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ร้อนตามตัว อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า อ่อนเพลียไม่มีแรง นมโตและเจ็บ  และ เป็นโรคกระดูกพรุน

 ผู้ชายอายุ 60 ปี จะมี 1 คน ใน 200 คน ที่มีภาวะขาดโฮโมน Testosterone

อาการที่อาจจะแสดงว่าขาดโฮโมน Testosterone
มีหลายอาการที่แสดงว่าขาดโฮโมนนี้ แต่ดีที่สุดคือให้หมอตรวจเลือด วัดระดับ Testosterone อย่างไรก็ตาม มีอาการที่จะแสดงว่าอาจจะขาดโฮโมน Testosterone เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัวตอนเช้ามืด (Dr Don Colbert พูดในรายการ Health Report สถานีวิทยุ WDBO) รักษาการแข็งตัวได้ไม่นาน (Erectile dysfunction) โคเลสเตอรอลสูง อ้วนขึ้นโดยเฉพาะไขมันเพิ่มบริเวณพุงหรือสะเอว มีความวิตกกังวล อารมณ์ไม่แน่นอน สมาธิ ความจำลดลง และความต้องการทางเพศลดลง

วิธีการดูแลตัวเอง
  1. นอนให้พอ อย่าอดนอน ร่างกายสร้าง Testosterone ในขณะที่ท่านหลับ ยิ่งหลับนาน ยิ่งดี ตั้งเป้าหมายการนอนไว้ที่คืนละ 7.5  ชั่วโมง และ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อ้วน
  2. หลีกเลี่ยง ลด ละ เลิก การรับเข้าสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น บุหรี่ เหล้า แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ยาเสพติด สิ่งเหล่านี้ สามารถทำให้ความสามารถในการสร้าง Testosterone ของร่างกายลดลง ประโยชน์อีกอย่างที่ ลด ละ เลิก อบายมุขพวกนี้คือ ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ร่างกายจะสามารถสร้าง Testosterone ได้มากขึ้น
  3. ลดความอ้วน ลดไขมัน เลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไขมันที่มีมากเกินไป นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้าง Testosterone แล้ว ยังทำลาย Testosterone อีกด้วย การออกกำลังกายสำหรับชายอายุมากกว่า 40 ปี ช่วยป้องกันโรคหัว และโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุได้ด้วย รับประทานอาหาร ประเภท เนื้อไม่ติดมัน ปลา ผักสด ผลไม้ และธัญญพืช (whole grains) เนื่องจากการขาด Testosterone จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง จึงควรออกกำลังกล้ามเนื้อ เช่น ยกสิ่งของ หรือยกน้ำหนัก ร่วมด้วย แต่ต้องระวังอย่าให้มากจนเกินกำลัง จะส่งผลเสียได้
  4. ทำจิตใจให้ผ่องใส อย่าวิตกกังวล จะช่วยให้ร่างกายสร้าง Testosterone ได้มากขึ้น ถ้าไม่มีอะไรทำ อยู่เฉย ๆ มักจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียด ดังนั้น ควรหางานทำเพื่อไม่ให้ว่าง มีรายได้ ทำงานอดิเรก นั่งสมาธิ ผ่อนคลายอารมณ์ ทำในสิ่งที่ชอบ เป็นต้น


อ้างอิง
http://men.webmd.com/testosterone-15738
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/sex/malemeno.htm
http://www.livestrong.com/article/255692-how-to-raise-testosterone-level-after-40/
 http://www.askmen.com/sports/health_60/91_mens_health.html
http://www.marksdailyapple.com/how-to-increase-testosterone-naturally/#axzz21rorQDZ7

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สุขภาพ คือ ธรรมชาติ

Dr. Brad Case เจ้าของเว็บไซต์ healthisnaural.com เป็น chiropractor ซึ่งรักษาโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และกระดูกสันหลัง โดยใช้วิธีธรรมชาติ ไม่ใช้ยา และไม่ใช้การผ่าตัด แต่ใช้ความสามารถของร่างกายในการรักษาตัวเอง

ร่างกายคน มีความสามารถในการรักษาตัวเอง

Dr. Case บอกว่า ร่างกายคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถรักษาตัวเองได้อย่างวิเศษ ประกอบด้วยเซลล์เป็นล้าน ๆ เซลล์ที่ทำงานประสานงานกัน ร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติของร่างกายคือ ร่างกายประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ร่างกายปราศจากสาร
พิษ(toxins) ร่างกายมีวิตามิน แร่ธาตุ น้ำย่อย กรดไขมัน และโปรตีน ร่างกายมีการพักผ่อน ได้รับน้ำบริสุทธิ์ทุกวัน ฯลฯ

อะไรที่ทำให้ร่างกายห่างออกจากธรรมชาติ เป็นสิ่งทำลายสุขภาพ อะไรที่ทำให้ร่างกายเข้าใกล้ธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เสริมสุขภาพ

ยาเป็นสารสังเคราะห์ทางเคมี ซึ่งไม่มีในธรรมชาติ ยาบังคับให้ร่างกายทำในสิ่งที่ร่างกายจะไม่ทำโดยตัวของร่างกายเอง ในขณะที่ยาช่วยรักษาอาการต่าง ๆ เช่น ความเจ็บปวด ความวิตกกังกล ความเครียด แต่ในขณะเดียวกัน ก็แทรกแซงกระบวนการรักษาตนเองของร่างกาย หรืออาจจะพูดว่า ยาทำให้คนเจ็บป่วย(Drugs cause illness.) ก็ได้ เช่น เกิดผลข้างเคียง ซึ่งบางครั้ง ผลข้างเคียงก็ไม่แสดงให้เห็นจนกว่า จะกลายเป็นโรคอีกชนิดหนึ่ง การผ่าตัด การฉายรังษีก็มีลักษณะเช่นเดียวกับการใช้ยาเหมือนกัน ที่ช่วยรักษาอาการ แต่ท้ายที่สุดก็ทำให้ร่างกายห่างออกจากธรรมชาติ

การรักษาโดยธรรมชาติ เช่น การได้รับวิตามิน เกลือแร่ ไขมันที่จำเป็น การล้างพิษ(detoxification) การนวดกระดูกสันหลัง ฯลฯ ต่าง ๆ เหล่านี้ ช่วยให้ร่างกายเข้าใกล้ธรรมชาติ และช่วยให้ร่างกายใช้กระบวนการทางธรรมชาติรักษาตัวเอง ดีกว่าการใช้ยา และยิ่งถ้ารักษาโดยองค์รวม ไม่เน้นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จะทำให้เกิดพลัง (synergy) และเมื่อนั้น ความมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้น

Dr. Case ต่อต้านการใช้ยา เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ว่ามา ก็ต้องฟังหูไว้หูเหมือนกัน ต้องหาข้อมูลอีกด้านหนึ่งประกอบด้วย แต่ในที่นี้ ผมจะปล่อยให้เป็นภาระของผู้สนใจที่อ่านข้อมูลนี้นะครับ

Dr. Case ในรายการของ voiceamerica.com พูดถึงยาว่าเป็นสิ่งกลบเกลื่อนอาการเพียงทำให้คนมีชีวิตอยู่ได้ในขณะป่วย (Drugs allow you to live while being sick.) และ โจมตีบริษัทยา ว่า หากินอยู่กับการเจ็บป่วยของผู้คน ไป lobby ออกกฎหมาย และเอามาใช้เป็นเครื่องมือ และพูดถึงวงการยาว่า เป็นมหาธุรกิจพัน ๆ ล้าน



วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การ Backup ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ด้วย Clonezilla

วันก่อนลง Windows และโปรแกรมใหม่ ใช้เวลานานเหมือนกัน เพราะต้องหาและลง Drivers ใหม่วลวลด้วย ก็เลยคิดว่า น่าจะทำ Backup ฮาร์ดดิสก์ทั้งก้อนเลย เวลามีปัญหา เช่น ไวรัสลง บูทช้ามาก ก็จะได้รื้อใหม่ กลับให้เหมือนสภาพที่ติดตั้ง ลงโปรแกรมใหม่ ๆ

ความจริงมีโปรแกรม Ghost ของ Norton ทำอย่างที่ว่าได้ แต่โปรแกรมนี้ ต้องซื้อ แต่มีอีกโปรแกรมหนึ่งที่ทำได้ดี และฟรีด้วย โปรแกรมนั้นคือ Clonezilla

เนื่องจากว่า เวลาถอนคืนโปรแกรม (Restore) โปรแกรม Clonezilla จะลบของเดิม และเอาสิ่งที่ได้เก็บเอาไว้มาแทนทีทั้งหมด ดังนั้น จึงควรแยก partition คือ ทำ Drive อีก 1 ไดรฟ์ เช่น D:\ สำหรับเก็บข้อมูลอย่างเดียว เวลาถอนคืน จะได้ไม่ต้องห่วงว่า ข้อมูลจะหาย ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ก่อนถอนคืน ต้อง Copy ข้อมูลไปไว้ที่อื่นก่อน จะได้ไม่หายไปไหน

การ Backup ฮาร์ดดิสก์ ด้วย Clonezilla

ภาพรวม คือ ให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Clonezilla จากเว็บไซต์ http://clonezilla.org ซึ่งเป็นไฟล์ ISO ให้นำไปเขียนลงแผ่นซีดีโดยใช้โปรแกรม เช่น CD BurnerXP หรือ Nero ก็ได้ แล้วให้ บูตเครื่องคอมพิวเตอร์จากแผ่นนี้ แล้วทำตามวิธีการข้างล่างนี้ เพื่อ Backup ข้อมูลไว้ที่ไดรฟ์อื่น หรือที่ External Hard Drive หรือ USB ก็ได้ (ถ้าพื้นที่มีพอเก็บ) ส่วนวิธีการถอนคืน ก็ทำเช่นเดียวกัน คือ Boot เครื่อง จากแผ่น Clonezilla และทำตามหน้าจอ จนถึงให้เลือกว่าจะ Backup หรือ Restore ถ้า จะถอน ก็ให้เลือก Restore

วิธีการ Backup มีดังนี้
  1. เมื่อ Boot ด้วยแผ่น Clonezilla จะเห็นหน้าจอ ดังนี้
  2. เลือกตัวเลือกแรก คือ VGA 800X600 กด Enter จะพบหน้าจอข้างล่าง เพื่อเลือกภาษา ให้เลือกภาษาอังกฤษ เพราะภาษาไทยไม่มี
  3. เลือก keyboard layout ผมไม่เปลี่ยน ใช้ตามที่กำหนด ซึ่งเป็นแบบ North America ถ้าใช้ภาษาอื่น คงต้องเลือก แต่ของไทยเท่าที่ผมทำ ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร กด Enter ยอมรับค่า Default และผ่านหน้าจอข้างล่างนี้ไป
  4. เลือก Start_Clonezilla เพื่อทำงานต่อ
    แต่ ถ้า Drive ที่จะเก็บข้อมูลการ Backup ครั้งนี้ หรือที่เรียกว่าเป็น Destinaion ยังไม่ได้ Format ก็ให้เลือก Enter_Shell ซึ่งที่จริง ควรทำให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อ Format แล้ว ให้พิมพ์ ocs-live เพื่อกลับมาที่ wizard เพื่อทำต่อ
  5. เลือก device-image เพราะเราต้องการ Backup ข้อมูลเป็นไฟล์ลักษณะ image เพื่อนำกลับมาใช้ภายหลัง ถ้าต้องการ คัดลอกข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ ไปไว้ที่อื่น ให้เหมือนเดิม (ไม่ใช่ image) และสามารถเรียกใช้งานได้ทันที เหมือนเดิมทุกประการ ให้เลือก device-device คือ จาก ฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่งไปยังฮาร์ดดิสก์อีกตัวนั่นเอง
  6. เลือกเป้าหมายที่จะเอาข้อมูลไปเก็บ local_dev คือ จะเก็บข้อมูลไว้ใน USB Drive หรือใน ฮาร์ดดิสก์เดียวกัน แต่ต่าง Partition หรือ คนละไดรฟ์ เช่น ไดรฟ์ D ก็ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บไว้ที่อื่น ๆ อีกก็ได้ ในตัวอย่างนี้ เลือก local_dev
  7. เมื่อกด Enter โปรแกรมจะหาแหล่งที่ระบุ เช่น มี partition อะไรบ้าง มีการต่อเชื่อมด้วย USB หรือไม่ เป็นต้น
  8. โปรแกรมจะนำผลที่ได้มาแสดง ให้เลือกว่า จะเก็บสำรองข้อมูลไว้ที่ไหน sda1 คือ partition ที่ 1 ในฮาร์ดดิสก์ ส่วนใหญ่คือไดรฟ์ C ส่วน sda2 คือ partition ที่ 2 ซึ่งบน Windows ส่วนใหญ่คือ ไดรฟ์ D

    ในกรณีที่ฮาร์ดดิส์มีเพียง partition หรือ ไดรฟ์เดียว ก็จะมีแต่ sda1

    สำหรับ sdb1 คือ partition แรกของ ฮาร์ดดิสก์ตัวที่สอง
  9. Clonezilla จะถามว่า ต้องการเก็บข้อมูลไว้ที่ห้องไหน ถ้ายังไม่มีข้อมูลอื่นเลย ให้เลือก top_directory
  10. เลือก Beginner เพื่อทำตามที่โปรแกรม Clonezilla ตั้งค่าไว้ แต่ถ้าต้องการตั้งค่าต่าง ๆ ใหม่ เช่น ต้องการให้บีบอัดให้มากขึ้น หรืออื่น ๆ ให้เลือก Expert ในตัวอย่างเลือก Beginner
  11. เลือก savedisk ถ้าต้องการ Backup ฮาร์ดดิสก์ทั้งลูก มีกี่ partition เอาหมด
    เลือก saveparts ถ้าต้องการ Backup เฉพาะบางไดรฟ์บนฮาร์ดดิสก์ เช่น ต้องการเฉพาะ ไดรฟ์ C
    เลือก restoredisk ถ้าต้องการถอนคืนที่ Backup ฮาร์ดดิสก์
    เลือก restoreparts ถ้าต้องการถอนคืนเฉพาะไดรฟ์ทีเคย Backup เอาไว้
  12. ตั้งชื่อไฟล์ที่จะเก็บข้อมูล เวลาจะถอนคืน จะได้เรียกคืนได้ถูก ปกติควรใช้ชื่อเครื่อง เช่น TOSHIBA_SATELLITE เป็นต้น แต่จะตั้งชื่ออย่างไรก็ได้ แล้วแต่ชอบ
  13. เลือกไดรฟ์ที่ต้องการ Backup ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลื่อนขึ้นลง และ กด space bar เพื่อเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ
  14. โปรแกรม Clonezilla จะให้ตรวจสอบว่า ถูกต้องหรือไม่ ให้กด Enter
  15. โปรแกรมจะถามอีกครั้ง ว่าจะทำต่อหรือไม่ ถ้าไม่ต้องการให้พิมพ์ n แล้วกด Enter ถ้าพิมพ์ y และกด Enter โปรแกรมจะทำการ Backup ให้รอ จนกว่าจะเสร็จ
  16. เมื่อเสร็จแล้ว โปรแกรมจะถาม ว่า จะปิดเครื่อง หรือจะ Boot ใหม่ ให้พิมพ์ตัวเลขที่ต้องการ แล้วกด Enter
  17. เป็นอันเสร็จการ Backup ข้อมูล
การถอนคืนข้อมูล
  1. ใส่แผ่น Boot ของ clonezilla และทำตาม ข้อ 1-10 และเลือก restoredisk หรือ restoreparts
  2. เลือกชื่อ image ที่เคยตั้งชื่อไว้ ตามขั้นตอนที่ 12
  3. เลือกเป้าหมายปลายทาง ไดรฟ์ที่จะนำข้อมูลที่ backup ไปคืน ข้อควรระวัง คือ ข้อมูลเก่าถ้ามีจะถูกลบทั้งหมด ดังนั้น ถ้ามีข้อมูลควรคัดลอกไปไว้ที่อื่น เช่น แผ่นซีดี หรือ USB อื่น ๆ เสียก่อน
  4. ก่อนถอนคืน Clonezilla จะถาม 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า ต้องการถอนคืนไฟล์ไว้ที่เก่าแน่ ๆ
  5. เมื่อพิมพ์ y และกด Enter โปรแกรมจะทำงาน จนเสร็จ
  6. Boot ใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้นการถอนคืนโปรแกรม โปรแกรมจะกลับไปเหมือนเดิมก่อนตอนที่ทำการ Backupเอาไว้

อ้างอิง:ที่มา

http://geekyprojects.com/cloning/how-to-use-clonezilla-tutorial/