ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โฮโมนเพศที่จำเป็น Testosterone

Testosterone เป็นโฮโมนเพศที่มีประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเพศเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพของคนทุกคนด้วย

Testosterone เป็นโฮโมนเพศชาย แต่ให้ประโยชน์ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในผู้ชาย Testosterone ร้อยละ 95 จะสร้างที่ที่อัณฑะ(testis) ในผู้หญิง Testosterone จะสร้างที่รังไข่ (ovaries) โฮโมนนี้ ในผู้หญิงจะมีน้อยกว่าผู้ชาย

Testosterone นอกจากจะสร้างลักษณะของความเป็นผู้ชาย เช่น กล้ามเนื้อ ขนตามร่างกายแล้ว ยังให้ประโยชน์อื่น ๆ ทั้งชายและหญิงอีกด้วย Testosterone มีผลต่อการทำงานของสมอง กระดูก และกล้ามเนื้อ การกระจายของไขมัน(fat distribution)  ระบบลำเลียง(vascular system) ระดับพลังงาน(energy levels) เนื้อเยื่ออวัยวะเพศ(genital tissues) เป็นต้น

Testosterone สามารถวัดได้ โดยการตรวจเลือด โดยเฉพาะหมอมักจะตรวจเลือดในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่มี Testosterone ในระดับสูงสุด

Testosterone เป็นโฮโมนเพศชาย ที่มีในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็ก แต่จะมีมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีเสียงห้าวขึ้น มีขนขึ้นตามร่างกาย มีกล้ามเนื้อ เป็นต้น โฮโมนนี้ จะเริ่มลดลงเมื่ออายุ 40 ปี

ถ้าระดับ Testosterone อยู่ในระดับต่ำ จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หนวดเคราหยุดการเจริญ อ้วนหรือไขมันเพิ่มขึ้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ร้อนตามตัว อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า อ่อนเพลียไม่มีแรง นมโตและเจ็บ  และ เป็นโรคกระดูกพรุน

 ผู้ชายอายุ 60 ปี จะมี 1 คน ใน 200 คน ที่มีภาวะขาดโฮโมน Testosterone

อาการที่อาจจะแสดงว่าขาดโฮโมน Testosterone
มีหลายอาการที่แสดงว่าขาดโฮโมนนี้ แต่ดีที่สุดคือให้หมอตรวจเลือด วัดระดับ Testosterone อย่างไรก็ตาม มีอาการที่จะแสดงว่าอาจจะขาดโฮโมน Testosterone เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัวตอนเช้ามืด (Dr Don Colbert พูดในรายการ Health Report สถานีวิทยุ WDBO) รักษาการแข็งตัวได้ไม่นาน (Erectile dysfunction) โคเลสเตอรอลสูง อ้วนขึ้นโดยเฉพาะไขมันเพิ่มบริเวณพุงหรือสะเอว มีความวิตกกังวล อารมณ์ไม่แน่นอน สมาธิ ความจำลดลง และความต้องการทางเพศลดลง

วิธีการดูแลตัวเอง
  1. นอนให้พอ อย่าอดนอน ร่างกายสร้าง Testosterone ในขณะที่ท่านหลับ ยิ่งหลับนาน ยิ่งดี ตั้งเป้าหมายการนอนไว้ที่คืนละ 7.5  ชั่วโมง และ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อ้วน
  2. หลีกเลี่ยง ลด ละ เลิก การรับเข้าสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น บุหรี่ เหล้า แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ยาเสพติด สิ่งเหล่านี้ สามารถทำให้ความสามารถในการสร้าง Testosterone ของร่างกายลดลง ประโยชน์อีกอย่างที่ ลด ละ เลิก อบายมุขพวกนี้คือ ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ร่างกายจะสามารถสร้าง Testosterone ได้มากขึ้น
  3. ลดความอ้วน ลดไขมัน เลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไขมันที่มีมากเกินไป นอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้าง Testosterone แล้ว ยังทำลาย Testosterone อีกด้วย การออกกำลังกายสำหรับชายอายุมากกว่า 40 ปี ช่วยป้องกันโรคหัว และโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุได้ด้วย รับประทานอาหาร ประเภท เนื้อไม่ติดมัน ปลา ผักสด ผลไม้ และธัญญพืช (whole grains) เนื่องจากการขาด Testosterone จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง จึงควรออกกำลังกล้ามเนื้อ เช่น ยกสิ่งของ หรือยกน้ำหนัก ร่วมด้วย แต่ต้องระวังอย่าให้มากจนเกินกำลัง จะส่งผลเสียได้
  4. ทำจิตใจให้ผ่องใส อย่าวิตกกังวล จะช่วยให้ร่างกายสร้าง Testosterone ได้มากขึ้น ถ้าไม่มีอะไรทำ อยู่เฉย ๆ มักจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียด ดังนั้น ควรหางานทำเพื่อไม่ให้ว่าง มีรายได้ ทำงานอดิเรก นั่งสมาธิ ผ่อนคลายอารมณ์ ทำในสิ่งที่ชอบ เป็นต้น


อ้างอิง
http://men.webmd.com/testosterone-15738
http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/sex/malemeno.htm
http://www.livestrong.com/article/255692-how-to-raise-testosterone-level-after-40/
 http://www.askmen.com/sports/health_60/91_mens_health.html
http://www.marksdailyapple.com/how-to-increase-testosterone-naturally/#axzz21rorQDZ7

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …