ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ถั่วลิสง ไม่ดี

ไม่ใช่เฉพาะถั่วลิสงเท่านั้นนะครับ แต่รวมความหมายถึงพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ (legumes) เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วแขก เป็นต้น

ถั่วลิสงมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อควรระวังไว้ด้วย
 
ในสภาพที่ยังดิบ พืชตระกูลถั่วมีธรรมชาติเป็นพิษ (toxic) คือ กินดิบไม่ดี ถั่วจะมีประโยชน์ดีต้องผ่านกระบวนการทำสุก ทำให้งอก หรือหมักดองเสียก่อน เช่น ต้ม นึ่ง ทำเป็นเต้าเจี้ยว เพาะเป็นถั่วงอกเป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดสาร  lectin และ phytate ที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิด แต่มีมากในถั่วต่าง ๆ ให้ลดน้อยลง

Lectin จะไปกำจัดเมือก (mucous) ในลำไส้เล็ก ซึ่งทำหน้าที่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อ และในที่สุดก็จะส่งผลให้เกิดโรคภูมิแพ้ (autoimmune diseases) นอกจากนี้ lectin ยังทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย

สำหรับ Phytate หรือกรดไฟเตท เป็นตัวต้านการดูดซึมแคลเซี่ยม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุของโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) นอกจากนี้ กรดไฟเตทยังขัดขวางการทำงานของน้ำย่อยในการย่อยอาหาร เช่น pepsin และ amylase เป็นต้น

ข้อเสียของถั่วลิสงอย่างหนึ่งก็คือ มีสาร aflatoxins ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง อีกด้วย

ปัจจุบันมีแนวโภชนาการใหม่อย่างหนึ่ง คือ Paleo Diet หรือ โภชนาการมนุษย์ถ้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นโภชนการเพื่อสุขภาพที่ดี เน้น การบริโภคอาหารธรรมชาติ เช่น ปลา ไก่ เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก และผลไม้ เป็นต้น เน้นการไม่รับประทาน อาหารสำเร็จที่ผ่านกระบวนการผลิด เช่น ธัญพืช น้ำมัน เกลือ น้ำตาล นม และแอลกอฮอล์ เป็นต้น

โภชนาการมนุษย์ถ้า ไม่สนับสนุนการรับประทานถั่วทุกชนิด แต่ให้รับประทานอาหารทะเล (Seafood) แทน

อย่างนี้ ก็ลองชั่งน้ำหนักดูนะครับ สูตรของโภชนาการเพื่อสุขภาพที่คนส่วนใหญ่คือ กินอาหาร พืชผัก ผลไม้ ให้หลากหลาย นอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม มีสัมพันธภาพกับสังคม และอารมณ์แจ่มใส ถ้าทำได้ สุขภาพดี ไม่แก่เร็ว แน่นอน


อ้างอิง
http://livingsuperhuman.com/superhuman30-day-29-why-are-legumes-not-paleo/
http://www.paleoplan.com/2011/12-29/peanuts-are-not-paleo/
http://www.cbc.ca/player/AudioMobile/Mainstreet+Cape+Breton/ID/2256808426/?page=5
http://robbwolf.com/what-is-the-paleo-diet/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …