ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
การนอน เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด การนอนไม่พอเพียงมีผลต่อสุขภาพของทุกคน

ประโยชน์ของการนอน
  • การนอนเป็นการซ่อมแซมบำรุงรักษาร่างกาย (เหมือนเครื่องยนต์เหมือนกันที่ต้องคอยหมั่นดูแลบำรุงรักษา) การนอนมีความสำคัญต่อการการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย และการซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย
  • การนอนช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กต้องการการนอนมากกว่าผู้ใหญ่เพื่อให้ร่างการได้มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย ในขณะนอนหลับ ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormones) จะถูกหลั่งออกมา ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ จำเป็นต่อพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและสมองของมนุษย์ โดยเฉพาะในเด็กทารกและในวัยเด็ก ผลของการนอนจะส่งผลรุนแรงมากทั้งในทางบวกและทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าจะนอนอย่างพอเพียงหรือไม่ เด็กที่นอนไม่เพียงพอ อาจจะส่งผลให้เป็นเด็กดื้อ อารมณ์ร้าย ฉุนเฉียว ไม่มั่นคง เป็นต้น
  • การนอนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้านอนไม่พอ ภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอ ซึ่งทำให้ถูกโจมตีจากเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
  • การนอนช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และด้านสังคม การนอนช่วยให้สมองเข้ารหัส (encode) และจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่งได้รับ การหลับลึกช่วงสุดท้าย (REM sleep) ซี่งมักจะเป็นช่วงที่กำลังฝัน จะกระตุ้นส่วนของสมองที่ทำหน้าที่เพื่อการเรียนรู้ ในระหว่างที่นอนหลับ สมองจะทำงานช้าลง รวมถึงสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ และการปฏิสัมพันธ์กับสังคม ดังนั้นการนอนจึงเป็นการพักผ่อนการทำงานของสมองส่วนต่าง ๆ ดังกล้่าว และเมื่อตื่นขึ้น การทำงานของสมองก็จะสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ถ้านอนไม่พอ จึงมีผลเสียต่อความจำและความสามารถด้านการเรียนรู้
  • การนอนช่วยสร้างและซ่อมแซมระบบประสาท ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งทั้งด้านกายและจิต การนอนน้อยมีผลต่อสมองและบุคลิกภาพ
การนอนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ความต้องการการนอนของแต่ละคนแตกต่างกัน ผู้ใหญ่ต้องมีเวลานอน ประมาณ 7.5 - 9 ชั่วโมง เด็กเยาวชน วัยรุ่น ต้องการการนอนพักผ่อนที่มากขึ้น (ดูตารางประกอบ) เนื่องจากผู้ใหญ่มักจะมีปัญหา การนอนไม่หลับ การให้เวลานอนที่มาก และการนอนพักผ่อนในช่วงกลางวัน ก็สามารถช่วยได้

สำหรับผู้ที่นอนน้อย หรือวัยรุ่นที่คิดว่า เวลาสำหรับการนอนยังมีอยู่อีกเยอะ ควรกลับมาคิดใหม่ นอนให้พอในวันนี้ เพื่อสุขภาพดี ดีกว่า การนอนไม่ต้องลงทุน เพียงแต่ต้องการการบริหารจัดการเกี่ยวกับเวลาให้ดีขึ้น ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ก็ควรมีเวลานอนอย่างพอเพียง เพื่อสุขภาพของตนเองด้วย นะครับ


อ้างอิง

"Why Does the Body Need Sleep?", http://www.soundsleeping.org/sleeping/body-need-sleep.htm
"How Much Sleep Do You Need? http://www.helpguide.org/life/sleeping.htm

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …