ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ต้อกระจก

วันนี้ไปตรวจตาตามที่หมอนัด หมอตรวจดูบอกว่า เป็นต้อกระจก แต่ยังไม่มาก

ต้อกระจก (Cataract)

สาเหตุ

เกิดจากการสะสมของโปรตีนที่เลนซ์ดวงตา ทำให้มีความขุ่น เป็นผลให้แสงผ่านเลนซ์ได้น้อย ความสามารถในการมองเห็นลดลง เซลล์เลนซ์ที่เกิดใหม่ จะเกิดที่ด้านนอก เซลล์เก่าจะถูกบีบอัดไว้ที่ตรงกลาง ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ต้อกระจก

ต้อกระจกมีหลายประเภท เช่น
  1. ต้อกระจกในผู้สูงอายุ มีสาเหตุจากการมีอายุสูงขึ้น เป็นต้อกระจกที่พบมากที่สุด
  2. ต้อกระจกที่มีมาแต่กำเนิด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ การบาดเจ็บ การพัฒนาการไม่สมบูรณ์ก่อนกำเนิด เป็นต้น
  3. ต้อกระจกทุติยภูมิ เกิดจากผลทางการแพทย์ การใช้ยาบางประเภท โรคเบาหวาน การได้รับสารพิษ รังสีไวโอเล็ต หรือ กัมมันตรังสี เป็นต้น
  4. ต้อกระจกจากการบาดเจ็บ เกิดจากดวงตาได้รับการบาดเจ็บ
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีอายุสูงขึ้น นอกจากนี้อาจจะเกิดจากการสูบบุหรี่ การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หรือ ภาวะโภชนาการที่ขาด วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ

การป้องกัน

เนื่องจากต้อกระจกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัด ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่สามารถใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดต้อกระจกได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เพื่อตรวจตา โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับตา เช่น ดวงตาได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่เป็นเบาหวาน เป็นต้น

การสวมแว่นกันแดด การใช้หมวกมีปีกเพื่อป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเล็ด อาจจะช่วยชะลออาการต้อกระจกได้ นอกจากนี้ โภชนาการที่ดี อาจจะช่วยลดปัจจัยความเสี่ยงที่จะเกิดต้อกระจก เช่น การกินผักสีเขียว ผลไม้ หรืออาหารอื่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

การรักษา

การรักษาที่ได้ผลคือการผ่าตัด

ในกรณีที่ยังเป็นไม่มาก อาจจะยังไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัด แต่ใช้การดูแลรักษาด้วยการใช้แว่นสายตาที่ถูกต้องกับสายตา ใช้แว่นขยาย เปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างขึ้น ใช้แว่นตัดแสงสะท้อน และหลีกเลี่ยงการขับรถตอนกลางคืน


อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการมากขึ้น เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น ต้องใช้วิธีการผ่าตัดเท่านั้น



แหล่งที่มา
http://www.webmd.com/eye-health/cataracts/health-cataracts-eyes
http://www.medicalnewstoday.com/articles/157510.php
http://hospital.moph.go.th/bangsay/CATARACT.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …