ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้างสามเหลี่ยมสานไขว้กัน ด้วย illustrator

เป้าหมายคือการสร้างภาพสามเหลี่ยมสานไขว้กัน ดังภาพ
จากภาพ จะเห็นว่า ภาพนี้มีการสานไขว้ขึ้นลง ซึ่งโดยปกติ Illustrator จะไม่สามารถกำหนดเส้นให้ไขว้กันได้ ภาพจะต้องอยู่ใน Layer ของตนเอง

วิธีการสร้าง มีหลายอย่าง ง่ายที่สุด คือการสร้างสามเหลี่ยมแล้วตัดเป็นท่อน ๆ แต่วิธีการนี้ ถ้าต้องการปรับแต่ง เช่น ย่อหรือขยาย ก็ต้องทำใหม่ทั้งหมด

วิธีการที่ดีกว่า คือการใช้ Live Paint หลังจากที่สร้ารูปสามเหลี่ยมแล้ว โดยจะทำเป็น 2 ขั้นตอน คือ การสร้างสามเหลี่ยม และการใช้ Live Paint กำหนดให้เส้นขึ้นลง หรือสานกัน จากนั้นก็จะใช้ Gradient เพื่อกำหนดให้สีไล่โทน ตามภาพตัวอย่าง

วิธีสร้างสามเหลี่ยม
  1. สร้างเส้น Guide และวาดรูปวงกลม (กำหนด Fill เป็นไม่มี Fill และ Stroke เป็นสีดำ ขนาด 1 pixel ส่วนขนาดของวงกลม ก็กะพอประมาณ แล้วแต่ว่าต้องการเล็ก-ใหญ่ขนาดไหน) ดังภาพ
  2. เราจะหมุนภาพวงกลม โดยใช้จุดศูนย์กลางที่เป็นจุดตัดของเส้น Guide ที่อยู่เหนือขึ้นไป
    1. เลือกเครื่องมือ Rotate Tool กดปุ่ม Alt ค้างไว้ แล้วใช้เมาส์คลิกตรงจุดที่กำหนดให้เป็นจุดหมุน จะเกิดกล่องโต้ตอบ ให้กำหนดค่า การหมุน 120 องศา (320 หารด้วย 3 = 120) แล้วคลิก Copy
  3. จะได้ดังภาพ

  4. กด Ctrl + D เพื่อให้หมุนโดยใช้การตั้งค่าแบบเดิม จะได้ ดังภาพ
  5. เลือกภาพทั้งหมด โดยกด Ctrl + A และกำหนด stroke ให้ใหญ่ขึ้น แล้วคลิกที่เครื่องมือ กรรไกร (Scissors Tool) ซึ่งอยู่หลังเครื่องมือยางลบ
  6. ใช้เมาส์ลากเข้าไปบริเวณจุดตัดที่เป็นยอดสามเหลี่ยม และคลิกเมื่อปรากฏการเลือกทั้งสองวงกลม เพื่อตัดจุดที่วงกลมทั้งสองตัดกัน ดังภาพ

  7. เลือก White Arrow Tool คลิกบริเวณเส้นนอกสามเหลี่ยมที่ไม่ต้องการ และกดปุ่ม ลบ เมื่อทำทั้งหมด จะได้ ดังภาพ
  8. จะเห็นว่า ส่วนยอดยังไม่ต่อกัน เพราะเป็นคนละเส้น  (Path)
  9. ให้เลือก white Arrow Tool ลากคลุม บริเวณยอดของสามเหลี่ยม กด Ctrl + Alt + J เพื่อปรับตำแหน่งให้เป็นตำแหน่งเดียวกัน เพื่อจะได้รวมเส้นเข้าด้วยกันได้
  10. ให้เลือก white Arrow Tool ลากคลุม บริเวณยอดของสามเหลี่ยมเพื่อเลือก แล้วกด Ctrl + J เพื่อรวมเส้นเข้าด้วยกัน หรือ จะไปที่ Object > Path > Join ก็ได้
  11. เมื่อรวมเส้นแล้่ว จะได้สามเหลี่ยม ดังภาพ

 ต่อไปนี้ จะเป็นการสร้างสามเหลี่ยมให้สาน หรือไขว้กัน พร้อมทั้งทำสีให้เป็น Gradient

ในขั้นแรกต้องทำให้เส้น เปลี่ยนเป็นรูป โดยการตัดบางส่วนออก เพื่อใช้ Live Paint และ Gradient ต่อไป

วิธีการ
  1. เลือกเครื่องมือ กรรไกร และตัดบริเวณสามเหลี่ยมด้านใน ตรงจุด Anchor Point
  2. ทำเช่นเดียวกันนี้ กับอีก 2 จุด เมื่อเสร็จแล้ว จะเห็นที่ชั้น Layer เป็น ดังนี้

  3. เปลี่ยนเส้นให้เป็นภาพ โดย เลือกทั้งหมด แล้วไปที่ Object > Path > Outline Stroke จะได้ ดังนี้
  4. ก่อนที่จะทำอะไรต่อไป ต้องรวมส่วนที่เราตัดบริเวณตรงกลางให้ขาดจากกัน นำมารวมกันเพื่อให้เป็นส่วนเดียวกัน ก่อนการใช้ Live Paint
  5. ใช้ White Arrow Tool เลือกเส้นที่ตัด แล้วกด Delete
  6. ใช้ White Arrow Tool ลากคลุมบริเวณเส้นที่ขาดจากกัน และกด Ctrl + J เพื่อรวมกัน ทำเช่นนี้ ทุกจุด ทั้งหมด รวม 6 จุดด้วยกัน เสร็จแล้ว จะได้ ดังภาพ
  7. เลือกทั้งหมด (Ctrl + A) แล้ว ดับเบิ้ลคลิกเครื่องมือ Live Paint Bucket ซึ่งอยู่หลังเครื่องมือ Shape Builder Tool ตั้งค่า เลือกทั้ง Paint Fills และ Paint Strokes
  8. กำหนดสี Fill เป็นสีแดง และ Stroke เป็นสีดำ
  9. เลื่อนเมาส์ไปในบริเวณพื้นของสามเหลี่ยม แล้่วคลิกเติมสี
  10. เลื่อนเมาส์ไปในบริเวณเส้นขอบของสามเหลี่ยม แล้วคลิกเติมสี จะได้สีดำ เพราะตั้งค่าเอาไว้แล้ว
  11. ส่วนบริเวณตรงกลาง ให้เปลี่ยนเป็น ไม่มีสี
  12. เมื่อเสร็จแล้ว จะได้ดังภาพ
  13. จากนั้น จะกำหนดให้สามเหลี่ยมสานไขว้กัน โดยกำหนดบริเวณตัดกัน ถ้าอยู่ด้านบน ให้กำหนดเส้นแนวที่ตัดขวางเป็นไม่มีสี
  14. เมื่อเสร็จแล้ว จะได้ ดังภาพ
  15. การทำ Gradient ให้เปิดแถบ Gradient โดยไปที่ Window > Gradient
  16. คลิกเลือกสี Gradient เป็น Orange, Yellow ลักษณะ Gradient เป็นแบบ Radial
  17. เลือกภาพสามเหลี่ยมทั้งหมด ( กด Ctrl + A) แล้วกดที่รูป Gradient เพื่อใช้กับภาพ
  18. คลิกเลือกเครื่องมือ Gradient
  19. ลากกำหนดลักษณะใหม่
     
  20. เสร็จแล้ว จะได้ ดังภาพ
  21. จะเห็นว่าเส้่นขอบรูปหายไป ต้องกำหนดใหม่ โดยเลือกสามเหลี่ยมทั้งหมด แล้วไปกำหนดความหนาของ stroke เป็น 4 pixel จะได้ ดังภาพ
  22. เสร็จแล้ว ถ้าต้องการปรับเปลี่ยน สามารถทำได้ โดยใช้ White Arrow Tool ปรับใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสีจะผิดเพี้ยน หรือต้องทำใหม่ เพราะ Live Paint จะปรับปรุงให้โดยอัตโนมัติ เหมือนดังภาพข้างล่างนี้


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …