ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้างขอบวงกลม ที่เป็นวงกลมหลายวง

โลโก้จำนวนมาก ใช้วงกลมที่มีรูปวงกลมหลายวงเรียงต่อกันล้อมรอบวงกลม ดังภาพ
เราสามารถสร้างได้หลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุด คือ สร้างวงกลมเล็ก แล้วลากไปที่แถบแปรง (Brushes) เพื่อสร้างแปรงชนิด Pattern Brush จากนั้นก็สร้างวงกลมใหญ่ และเลือกแปรงที่เพิ่มสร้าง ก็จะได้วงกลมเล็กหลายวงล้อมรอบวงกลมใหญ่ 1 วง แต่ปัญหาคือ เนื่องจากเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็กทั้งหมด เมื่อรวมกันแล้วไม่เท่ากับเส้นรอบวง จึงทำให้วงกลมเล็กถูกบีบจนไม่เป็นวงกลม วิธีแก้ ต้องลดขนาดของ Stroke ลองลดดูเรื่อย ๆ จนได้วงกลมเล็กล้อมรอบวงกลมใหญ่ที่ต้องการ แต่บางครั้งเมื่อขยายดูใหญ่ ๆ ก็อาจจะพบว่าวงกลมเล็ก ยังไม่ใช่วงกลมจริง ๆ ก็อาจเป็นไปได้

วิธีที่ดีที่สุด คือการคำนวณจากตัวเลขให้ เส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็กทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วให้เท่ากับวงกลมใหญ่พอดี วิธีนี้ เราสามารถกำหนดขนาด และจำนวนของวงกลมเล็กล้อมรอบรูปวงกลมใหญ่ได้ และวงกลมเล็กก็จะเป็นวงกลมจริง ๆ ไม่บิดเบี้ยว ซึ่งมีวิธีสร้าง ดังนี้

วิธีการ
    1. สร้างไฟล์ใหม่ และกด Ctrl+R เพื่อให้แสดงบรรทัด และกด Ctrl+U เพื่อให้แสดง Smart Guides
    2. ลากเส้น Guides จากในบริเวณบรรทัด มาไว้ที่ประมาณกึ่งกลาง ทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อให้เกิดจุดตัดกันที่บริเวณกลางหน้าจอ เราจะใช้จุดนี้เป็นจุดศูนย์กลางร่วมกัน ในการสร้างวงกลม และการหมุนวงกลมล้อมรอบวงกลมใหญ่
    3. กำหนด Stroke เป็นสีเขียวหรือสีอื่นตามต้องการ และกำหนด Fill เป็นไม่มี Fill
    4. คลิกเครื่องมือสร้างวงกลม (Ellipse Tool) กดปุ่ม Alt ค้างไว้ และคลิกที่บริเวณจุดกึ่งกลาง สังเกต Smart Guide จะบอกว่าเป็น Intersect เพราะเป็นจุดตัดของเส้น Guides จะเกิดเมนูให้กำหนดค่าเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 120 หรือตามที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Ok จะเกิดวงกลมใหญ่ขึ้น 1 วง ซึ่งเราจะใช้เป็นแนวในการสร้างวงกลมเล็ก ๆ ตามแนวนี้
    5. เลือกเครื่องมือเส้น (Line Tool) และคลิกลากจากจุดกึ่งกลาง ไปตัดกับเส้นรอบวง โดยลากให้ตั้งฉากขึ้นไป
    6. คลิกเลือกเส้นตรงที่เพิ่มสร้างขึ้น เลือกเครื่องมือหมุน (Rotate Tool) กดปุ่ม Alt ค้างไว้ แล้วคลิกจุดกึ่งกลาง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นตรง จะเกิดเมนูให้ตั้งค่าองศาการหมุน
    7. ให้ตั้งค่าองศาเป็น 360/จำนวนวงกลมที่ต้องการ ในตัวอย่างนี้ ต้องการวงกลม 20 วง จึงตั้งค่าเป็น 360/20
    8. กดปุ่ม Copy และตรวจสอบดูความห่างระหว่างจุดที่เส้นตรงแรก ตัดกับขอบวงกลม ถึงจุดที่เส้นที่สอง ตัดกับขอบวงกลม ว่าเป็นอย่างไร ช่วงระยะนี้ คือความกว้างของเส้นรอบวง วงกลมเล็กที่จะสร้างล้อมรอบวงกลมใหญ่ เราสามารถกำหนดขนาดของวงกลมเล็กได้ ถ้าจะให้เล็กลงอีก ก็เพิ่มตัวหาร แต่ถ้าต้องการให้ใหญ่ขึ้น ก็ลดตัวหารให้น้อยลง
    9. สร้างวงกลมเล็ก ๆ 1 วง บริเวณด้านนอกของรูปวงกลมใหญ่
    10. ใช้ Black Arrow Tool ลากจุดกึ่งกลางของวงกลมนี้ ไปวางที่จุดตัดของเส้นตรงแรก กับเส้นรอบวง
    11. ลากวงกลมเดิม ไปยังตำแหน่งจุดตัดของเส้นตรงเส้นที่สอง กับเส้นรอบวง
    12. ดับเบิ้ลคลิกที่ Black Arrow Tool เพื่อเปิดเมนูการเคลื่อนย้าย (Move)
    13. ตัวเลข Horizontl 18.5353 คือความกว้างของเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็กที่ต้องการ ไม่ต้องสนใจเครื่องหมายข้างหน้า เพราะเครื่องหมายลบ คือเคลื่อนที่ไปทางซ้าย เราเอาข้อมูลเฉพาะตัวเลขเท่านั้น ให้จดตัวเลขนี้ไว้
    14. กด OK และลบรูปวงกลมเล็กออกไป เพราะไม่ใช้แล้ว
    15. เลือกเครื่องมือ สร้างวงกลม (Ellipse Tool) กด Alt ค้างไว้ และกดที่จุดตัดของเส้นตรงแรก กับเส้นรอบวง เพื่อให้เกิดเมนูการสร้างวงกลม และเราจะใช้จุดนี้ เป็นจุดศูนย์กลางของวงกลมเล็กวงแรกที่ล้อมรอบวงกลมใหญ่
    16. กำหนดค่าในเมนูการสร้างวงกลม เท่ากับ 18.5353 แล้วกด OK
    17. จะเกิดวงกลมเล็กขึ้น 1 วง
    18. เราจะหมุนวงกลมนี้รอบวงกลมใหญ่ โดยใช้จุดหมุนที่เป็นจุดกึ่งกลางของวงกลมใหญ่
    19. เลือก เครื่องมือหมุน (Rotate Tool) กด Alt ค้างไว้ และกดที่จุดกึ่งกลาง เพื่อให้เกิดเมนูการตั้งค่าการหมุน
    20. เราจะใช้องศาการหมุนเหมือนกับที่ใช้กับเส้นตรง โปรแกรมจะแสดงค่าที่ใช้เมื่อครั้งก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช่ให้กำหนดเอง เป็น 360/20 หรือเลขใด ๆ ที่ใช้เมื่อครั้งหมุนเส้นตรงในขั้นตอนก่อนหน้านี้
    21. คลิกปุ่ม Copy เพื่อสร้างวงกลมใหม่ 1 วง
    22. กด Ctrl + D อีก 18 ครั้ง เพื่อสร้างวงกลมให้ครบล้อมรอบรอบวงกลมใหญ่
การสร้างเส้นรอบวง

วงกลมใหญ่รอบนอกสร้างจากวงกลมใหญ่วงแรก โดยใช้การ Transform ทั้งนี้ให้ระบุค่าเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเดิม รวมกับเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็ก ใช้เป็นวงกลมนอก ส่วนวงกลมใน ก็ใช้ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเดิม ลบด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็ก

วิธีการ
  1. ใช้ Black Arrow Tool คลิกเลือกวงกลมใหญ่วงแรก และไปที่ Window > Transform
  2. ใส่ค่าการ W: และ H: โดยใช้ตัวเลขเดิม และบวกด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมเล็ก คือ 18.5353
  3. จะได้เส้นรอบวงใหม่ เป็นเส้นรอบวงด้านนอก ให้คลิกเลือกเส้นรอบวงใหม่ กด Ctrl + C เพื่อคัดลอก และ กด Ctrl + F เพื่อวางในตำแหน่งเดียวกันข้างหน้าของเดิม
  4. Transform วงกลมที่วางเพื่อให้เป็นเส้นรอบวงด้านใน โดยลดค่า H: และ W: ลงสองเท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางวงกลมเล็ก ซึ่งในตัวอย่างเท่ากับ 2 X 18.5353 หรือ เท่ากับ 37.0706 ซึ่งจะได้ 101.464 จะได้เส้นรอบวงด้านใน
  5. ปิดหน้าจอ Transform
  6. ในขณะที่เส้นรอบวงด้านในถูกเลือกอยู่ ให้ไปที่ Object > Transform > Scale และตั้งค่า Uniformed เป็น 96% เพื่อลดขนาดลง
  7. คลิก Copy
  8. เพิ่มความหนาของ Strok ของวงกลมในสุดที่เพิ่งสร้าง เป็น 5 pixels
  9. ใช้ Black Arrow Tool เลือกวงกลมนอกสุด
  10. ไปที่ Object > Transform > Scale ตั้งค่า Uniformed เท่ากับ 105%
  11. กด Copy และ กำหนดความหนาของ Stroke ของวงกลมนอกสุด เป็น 5 pixels
  12. ใช้ Black Arrow Tool เลือกรัศมีทั้งสองเส้น แล้วกด Delete เพื่อลบ และกด Ctrl + ; เพื่อซ่อนเส้น Guides จะได้ดังภาพ
  13. จากรูปพื้นฐาน สามารถนำไปตกแต่ง เพิ่มสี เพิ่มเส้น หรือเพิ่มโลโก้ภายในวงกลมได้ ตามต้องการ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …