ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยอ: อาหารและยาครอบจักรวาล

ยอ หรือ Noni หรือ Morinda หรือ Morinda citrifolia หรือ Beach mulberry หรือ อีกหลายชื่อ เป็นพืชที่เป็นทั้งอาหาร และเป็นทั้งยาแก้สารพัดโรค รู้จักกันมานานกว่า 2,000 ปี

ในสมัยโบราณ ชาวเกาะตาฮีติออกเรือเพื่อไปสร้างถิ่นที่อยู่ใหม่ และได้นำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย สำหรับกินนเป็นอาหาร สำหรับสร้างที่อยู่อาศัย และใช้เป็นยา หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ ต้นยอ ชาวโพลีนีเซีย ถือว่า ต้นยอ เป็นของขวัญที่ประทานมาจากพระเจ้า เป็นพืชแห่งชีวิต และสร้างความสมดุลให้ร่างกาย

ชาวอินเดียใช้ยอ เป็นสมุนไพรบำรุงรักษาสุขภาพ อายุยืน สร้างความสมดุลของร่างกาย และทำให้
สุขภาพสมบูรณ์

ในบันทึกของกัปดันคุก ซึ่งเป็นยุคที่คนยุโรปออกสำรวจหมู่เกาะแปซิฟิกไต้ ประมาณปีทศวรรษที่ 1700 กล่าวว่า ชาวพื้นเมืองใช้ยอกันอย่างกว้างขวาง ทั้งใช้เป็นอาหาร และใช้เป็นยา

คู่มือสนามของทหารอเมริกันที่ตั้งฐานทัพในหมู่เกาะโพลีนีเซีย สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุว่า ยอ เป็นพืชที่ปลอดภ้ย และใช้รับประทานเป็นอาหารหลักได้ เพิ่มพูน บำรุงกำลัง

ทุกส่วนของยอ ตั้งแต่ราก ดอก ผล เมล็ด และ ใบยอ สามารถรับประทานได้ ยอ มีแร่ธาตุ สารอาหารจำนวนมากรวมอยู่ด้วยกัน มากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ยอช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองตามธรรมชาติได้ดีขึ้น ยอจึงเป็นทั้งอาหารและยา

 Dr. Ralph Heinicke PhD. ได้อุทิตชีวิตศึกษาสรรพคุณของยอ และพบว่า ทุกส่วนของต้นยอมี proxeronine ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยอ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายรักษาตนเองได้อย่างไร ยอ ช่วยการทำงานของเซลล์ ทำให้เชลล์แข็งแกร่ง  นอกจากนี้ ยอ ยังมี Scopoletin ซึ่งช่วยต้านการอักเสพ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียน ช่วยระบบทางเดินหายใจ และ ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมาก

เมล็ดยอ เป็นแหล่งของ phospholipids ซึ่งช่วยด้านประสาทรับความรู้สึก เช่น การสัมผัส การทรงตัว การได้ยิน และการรับรส นอกจากนี้ ยังมีกรด linoleic ซึ่งช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น มีสุขภาพดี กรด linoleic สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ง่าย

ลูกยอ มีสรรพคุณช่วยด้านสมองทำงานดีขึ้น ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น และ ยังส่งผลดีอื่น ๆ ต่อร่างกาย เช่น

  • ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันและต้านทานโรคต่าง ๆ
  • ช่วยระบบการหมุนเวียน และบำรุงเซลล์ของร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากกว่าพืชอื่น ๆ 
  • ช่วยระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น 
  • มีส่วนประกอบสำคัญในการบำรุงผิวหนังและเส้นผม ช่วยนำพาสารที่มีประโยชน์ไปสู่ผิวหนัง
ลูกยอเมื่อแก่ จะมีกลิ่นที่คนไม่ค่อยชอบ แต่รสพอใช้ได้ ถ้าจะรับประทานผลสุกต้องทนกลิ่นให้ได้ เคยเห็นคนแก่ อายุ 80 กว่า ชอบกินลูกยอ ไม่เห็นบ่นว่าเหม็นเลย

ลูกยอนำมาเผาหรือปิ้งกินได้ ใบอ่อนของยอสามารถกินเป็นผักได้ มีโปรตีนสูง หรือนำไปปรุงอาหาร เป็นแกงอ่อมใบยอ หรือทำห่อหมก  เมล็ดยอนำไปคั่ว หรืออบ กินได้เหมือนกัน

สรรพคุณของยอ ยังมีอีกมากมาย ดูตามลิงค์ข้างล่างนี้
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_11_5.htm
http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/rs/herb/381-morinda
http://www.charpa.co.th/articles/noni.asp
http://www.monmai.com/%E0%B8%A2%E0%B8%AD/
http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-4/herb/30.html


ที่มาก
http://toptropicals.com/html/toptropicals/plant_wk/noni.htm

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …