ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้างลูกกวาดหลากสี รอบวงกลม

ต้องการสร้างภาพนี้
 
หลักการ
มีวิธีการสร้างวงกลมเล็กรอบวงกลมใหญ่หลายวิธี วิธีหนึ่งที่ง่ายคือการใช้ Blend Tool แล้วสร้างวงกลม จากนั้นจึงกำหนดให้ Blend มา Replace Spline ที่เป็นวงกลม และใช้ กรรไกรตัดวงกลมออกเป็น 2 ส่วน เพื่อให้ Blend ทำหน้าที่ล้อมรอบวงกลมทั้งวง การเปลี่ยนสี ทำโดยใช้ White Arrow Tool เปลี่ยนสีวงกลมเล็กทีละวง

วิธีการ
  1. กำหนด Fill เป็นสีแดง ไม่มี Stroke
  2. ใช้ Ellipse Tool สร้างวงกลม ขนาด 1 cm (เลือกเครื่องมือ Ellipse Tool กด Alt แล้วคลิกบริเวณกลางหน้า เพื่อเปิดเมนูตั้งค่า กำหนดความกว้างและสูง ดังภาพ แล้วกด OK)

  3. ใช้ Black Arrow Tool คลิกเพื่อคัดลอก (กด Alt และ Shift ค้างไว้ขณะลาก)
  4. ใช้ Blend Tool สร้างภาพวงกลมสีแดง (ดูวิธีการที่นี่)
  5. กำหนด Fill เป็นไม่มี Stroke สีดำ ขนาด 1 pt และใช้ Ellipse สร้างวงกลม ขนาด ความกว้างและสูง เท่ากับ 5 cm บริเวณด้านล่าง
  6. ใช้ Black Arrow Tool เลือกภาพทั้งสอง แล้วไปที่ Object > Blend > Replace Spine
  7. เลือก Scissor Tools (อยู่หลังยางลบ) และคลิกตัดที่เส้นรอบวง เพื่อให้ Blend รอบวงกลม (ตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงจุดสุดท้าย ถ้าไม่ตัดจะไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้าย)
  8. จะได้วงกลมเล็กรอบวงกลมใหญ่
  9. ถ้าวงกลมน้อยหรือมากไป ให้ตั้งค่า Options ของ Blend  โดยไปที่ Object > Blend > Blend Options ในตัวอย่าง ตั้งค่าเพิ่มเป็น 10 วง
  10. ขณะที่ Blend กำลังถูกเลือก ไปที่ Object > Expand... เพื่อแยก Blend ออกเป็นส่วน ๆ จะได้จัดการกับวงกลมเล็กแต่ละวงได้
  11. ยกเลิกการเลือกทั้งหมด (เลือก Black Arrow Tool แล้วคลิกที่ว่าง ๆ )
  12. ใช้ White Arrow Tool คลิกเลือกวงกลมแต่ละวง ขณะคลิก ให้กด Alt ค้างไว้ เพื่อเลือกวงกลมเล็กนั้น ๆ ทั้งวง
  13. เปลี่ยนสี Fill เป็นสีที่ต้องการ
  14. ทำเช่นนี้ ทุกวง จนเสร็จ จะได้วงกลมหลากสีเป็นลูกกวาด ล้อมรอบวงกลมใหญ่ตามต้องการ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …