ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผลไม้จิ้มเกลือ: ภูมิปัญญาคนโบราณ

สมัยเด็ก เมื่อประมาณสัก 50 กว่าปีมาแล้ว เวลาไปเก็บมะเฟือง มะม่วงดิบมากิน จะเอากินกับเกลือเม็ดในไห เหตุผลง่าย ๆ ที่เข้าใจได้คือ ผลไม้มีรสเปรี้ยว ส่วนเกลือมีรสเค็ม พอเอามากินด้วยกัน ก็จะได้รสชาดที่พอดี

มาตอนนี้ ลองค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูพบว่า เกลือกับผลไม้ เป็นเนื้อคู่ที่ต้องอยู่ด้วยกัน เนื่องจาก ผลไม้ส่วนใหญ่จะมี Potassium สูง

เกลือ หรือ Sodium กับ Potassium เป็นแร่ธาตุที่ทำงานประสานกัน ร่างกายต้องมีปริมาณสัดส่วนของทั้งสองอย่าง อย่างสมดุลกัน ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่ง มากกว่ากันมาก จะทำให้เกิดการกำจัด (excretion) อีกอย่างหนึ่งออกจากร่างกาย เช่น ถ้ามี Potassium มาก จะทำให้ร่างกายกำจัด เกลือ หรือ Sodium ออกจากร่างกาย และถ้ามี เกลือมาก ร่างกายจะกำจัด Potassium ออกจากร่างกาย จึงต้องมีทั้งสองอย่าง ในอัตราส่วนที่สมดุลกัน

พืชผัก ผลไม้ที่มี Potassium สูง เช่น มะเฟือง กล้วย ขนุน ส้ม มะละกอดิบ ผักใบสีเขียว หน่อไม้ หัวปลี มะเขือ แตงกวา ถั่วต่าง ๆ (beans and peas) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีใน ไข่ นม และเนื้อสัตว์ อีกด้วย

Potassium ทำหน้าที่ช่วยการเต้นของหัวใจ ช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดไม่แข็งตัว และการทำงานของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ตลอดจนช่วยลดความดันโลหิต ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ถ้าร่างกายไม่มี Potassium ในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจมีปัญหา

เกลือ หรือ Sodium ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย และเกลือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความดันโลหิตสูง

Potassium และ Sodium ต้องทำงานประสานกัน ช่วยให้กล้ามเนื้อและสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง Potassium และ Sodium มีงานหลายอย่างที่ทำในสิ่งเดียวกัน แต่เป็นไปในทิศทางตรงข้ามกัน เช่น ในขณะที่ Potassium ช่วยลดความดันโลหิต โดยการนำของเหลวจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์ แต่ Sodium ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยการนำของเหลวออกจากเซลล์ เป็นต้น

ส่วนใหญ่คนมักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องขาดเกลือ ปัญหาคือมักจะบริโภคเกลือมากเกินไปมากกว่า การได้รับเกลือมากเกินไปทำให้เกิดโทษหลายอย่างตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพราะฉะนั้น กินผลไม้จิ้มเกลือ ที่จิ้มเกลือมากเกินไปก็ไม่เป็นผลดีเหมือนกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดแนวปฏิบัติของ WHO ระบุว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับ Sodium วันละ 2,000 ไมโครกรัม หรือคิดเป็นเกลือ น้ำหนัก 5 กรัม และได้รับ Potassium อย่างน้อยวันละ 3,510 กรัม ถ้ารับประทานเกลือมากแต่ได้รับ Potassium น้อย จะทำให้เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือกสมอง (Stroke)

ดูอย่างนี้แล้ว อดที่จะภูมิใจในภูมิปัญญาของคนโบราณ ที่จับคู่ เกลือกับผลไม้ไม่ได้ ของโบราณมักจะมีเหตุผลดี ๆ อยู่เบื้องหลังเสมอ



อ้างอิง
http://healthyeating.sfgate.com/sodium-affect-potassium-1113.html
http://healthyeating.sfgate.com/side-effects-low-potassium-low-sodium-6041.html
http://www.heart.org/HEARTORG/Conditions/More/MyHeartandStrokeNews/Striking-a-Balance-Less-Sodium-Salt-More-Potassium_UCM_440429_Article.jsp
http://www.who.int/mediacentre/news/notes/2013/salt_potassium_20130131/en/
http://xploreonline.blogspot.com/2011/04/potassium-in-foods.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …