ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้าง Drop down list และกำหนดเงื่อนไข ใน Excel 2010

เมื่อมีการใช้ Drop-down list ใน Excel เพื่อให้เลือกตัวเลือก เมื่อผู้ใช้เลือกแล้ว ให้จัดการบางอย่าง เช่น แสดงหรือซ่อนเซลล์ ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

ในตัวอย่างข้างบน มีการสร้าง Drop-down list ที่เซลล์ G32 เพื่อให้ผู้ใช้เลือกว่า มีการแบ่งข้อคำถามของแบบสอบถามออกเป็นด้าน ๆ หรือไม่ เมื่อผู้ใช้เลือกว่า มีการแบ่งด้านออกเป็นด้าน ๆ ให้แสดงช่วงบรรทัดที่ 33-40 เพื่อให้กรอกข้อมูล แต่ถ้าผู้ใช้ระบุว่า ไม่มีการแบ่งช่วง ให้ซ่อนเซลล์ บรรทัดที่ 33-40

หลักการ

สร้าง Drop-down list โดยใช้ Data Validation จากนั้นเขียน VBA ของ Sheet ที่ใช้งาน ให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ที่มี Drop-down list จากนั้นจึงกำหนดเงื่อนไขที่ต้องการ

การสร้าง Drop-down list
  1. คลิกที่เซลล์ที่ต้องการสร้าง ในตัวอย่างคือ G32
  2. ไปที่ ข้อมูล > การตรวจความถูกต้องของข้อมูล
  3. จะเปิดหน้าต่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ในแถบการตั้งค่า > อนุญาตให้:  ให้เลือก รายการ
  4. ในช่องแหล่งข้อมูลให้พิมพ์ตัวเลือกในรายการ คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า ในตัวอย่าง จะให้เลือกว่า มี หรือไม่มี (มี,ไม่มี)
  5. กด ตกลง
การกำหนดเงื่อนไขเมื่อผู้ใช้เลือกตัวเลือกจาก Drop-down list
  1. กดปุ่ม Alt + F11 เพื่อเปิดหน้าต่าง การเขียนโค้ด
  2. คลิกเลือกแผ่นงานที่มี Drop-down list ที่สร้างขึ้น เพื่อเขียนโค้ดสำหรับแผ่นงานนี้
  3. เขียนโค้ด ต่อไปนี้
    Private Sub Worksheet_Change(ByVal Target As Range)
    If Target.Address = "$G$32" Then
    If Range("G32") = "ไม่มี" Then
        ActiveSheet.Rows("33:40").EntireRow.Hidden = True
    Else
        ActiveSheet.Rows("33:40").EntireRow.Hidden = Fasle
    End If
    End If
    End Sub
  4. บันทึกข้อมูล และกลับไปที่หน้าจอปกติ เมื่อมีการระบุว่าไม่มีข้อมูล แถวที่กำหนดจะถูกซ่อน ดังภาพ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …