ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การแปลง ตัวอักษร เป็นตัวเลข ใน Crosstab Query

ปัญหาอย่างหนึ่งในการการส่งออกข้อมูล จากฐานข้อมูลเป็น ไฟล์ XML ก็คือเรื่อง data type เพราะ XML ไฟล์ ส่งออกข้อมูลออกมาในลักษณะ Text เท่านั้น แม้ข้อมูลในฐานข้อมูลเดิมจะเป็นประเภท Integer หรือ ตัวเลขประเภท อื่น ๆ ก็ตาม  ปัญหาที่ตามมาก็คือ ถ้าจะมีการนำมาคำนวณ หรือจัดการด้านตัวเลข ค่าอาจจะผิดพลาดได้ เช่น การหาค่าสูงสุด หรือต่ำสุด เพราะการเรียนแบบ Text กับการเรียงแบบตัวเลข จะไม่เหมือนกัน

ถ้าเรียงแบบ Text ตัวเลข 2 จะมากกว่า 100
ถ้าเรียงแบบ ตัวเลข ค่าตัวเลข 2 จะน้อยกว่า 100

ข้อมูลข้างล่างนี้ สมมุติว่าเอาเข้ามาจาก XML โดยมี Data Type เป็น Text

การแก้ปัญหาง่าย ๆ คือ เปลี่ยน Data Type ของฟิลด์ จำนวนรวม ให้เป็น Number เสียก่อน แล้วจึงจัดการด้านการคำนวณต่อไป
ถ้านำข้อมูลเดิม มาจัดทำ Crosstab Query เพื่อดูว่า ใคร ซื้อสินค้าอะไร ไปจำนวนสูงสุดเท่าไร
จากข้อมูล จะเห็นว่า

  • สมหมาย ซื้อปากกาจำนวนมากที่สุด คือ  จำนวน 100 แท่ง
  • ประกอบ ซื้อดินสอมากที่สุด คือ 100 แท่ง
ถ้าไม่มีการเปลี่ยน Data type ผลการวิเคราะห์ จาก Crosstab Query จะเป็นดังนี้


จากภาพ จะเห็นว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เมื่อดูในหน้าต่าง QBE ในมุมมองออกแบบ จะเห็นดังนี้



วิธีการแก้ปัญหา ก็คือ สั่งเปลี่ยน Data Type โดยใช้ฟังก์ชัน CInt() เปลี่ยนเป็น ตัวเลขจำนวนเต็ม เพราะการซื้อสินค้า คงซื้อเป็นจำนวนเต็ม ไม่มีทศนิยมแน่นอน ดังนี้


เพียงเท่านี้ เมื่อสั่งให้ Run ดู ก็จะได้ข้อมูลการเรียงที่ถูกต้อง ดังข้างล่างนี้


 ข้อควรระวังอย่างหนึ่ง ในการแปลงตัวอักษรเป็นตัวเลข ด้วยคำสั่ง CInt()  CDbl() หรืออื่น ๆ ก็คือ ถ้าข้อมูลเดิม ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นตัวอักษร เช่น เครื่องหมาย - เป็นต้น โปรแกรม Access จะไม่สามารถทำงานได้ และจะแสดงข้อผิดพลาด ดังนี้






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …