ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การกำหนดเลขหน้าที่ต่างกัน ใน MS Word 2010

ถ้าต้องการให้เอกสารมีเลขหน้าต่างกัน เช่น 2 หน้าแรก ไม่มีเลขหน้า หน้าที่ 3 เริ่มต้น หมายเลขหน้า เป็นเลข 1 จะทำอย่างไร



หลักการ

ต้องแบ่งไฟล์เอกสารออกเป็นส่วน ๆ โดยใช้ Section Break หรือ การแบ่งส่วน ถ้าไม่ต้องการให้มีเลขหน้าในบางส่วน ให้ตัดส่วนเชื่อมโยงของส่วนถัดไปออก และ ลบหมายเลขหน้าของส่วนก่อนหน้านั้นออก ถ้าไม่ตัดการเชื่อมโยง เมื่อลบหมายเลขหน้า จะลบหมายเลขหน้าออกทั้งเอกสาร

วิธีการ

  1. กำหนดหมายเลขหน้าของเอกสารทั้งหมด โดยไปที่ แทรก > หมายเลขหน้า
  2. ไปที่่หน้าที 3 ซึ่งต้องการเริ่มต้นหมายเลขหน้า เป็นหน้าที่ 1
  3. คลิกที่ตำแหน่งเริ่มต้นของหน้าที่ 3 
  4. ไปที่ เค้าโครงหน้ากระดาษ > แทรกตัวแบ่งส่วนและหน้า > ตัวแบ่งส่วน > หน้าถัดไป
  5. ถ้าไม่สังเกต อาจจะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ากด Ctrl + Shift + * เพื่อแสดงเครื่องหมายย่อหน้า และสัญลักษณ์การจัดรูปแบบอื่น ๆ หรือคลิกที่ เครื่องหมาย  แล้ว ดูที่การแบ่งส่วน จะเห็นมีข้อความการแบ่งส่วนให้เห็น
  6. กลับไปที่หน้าที่ต้องการเริ่มต้นหมายเลขหน้า เป็นหน้าที่ 1 (ปัจจุบันจะแสดงหน้าที่ 3) และดับเบิ้ลคลิกที่ตัวเลขหน้าเลขหน้า เพื่อเข้าสู่หัวกระดาษ
  7. คลิกเพื่อยกเลิก การเชื่อมโยงไปก่อนหน้า เพื่อตัดความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนออก
  8. เมื่อตัดความสัมพันธ์ออกแล้ว จะเห็นว่า ข้อความ "เหมือนก่อนหน้า" หายไป
  9. ที่หมายเลขหน้า ให้คลิกขวา และเลือก จัดรูปแบบหมายเลขหน้า เพื่อกำหนดการเริ่มต้นของเลขหน้าใหม่
  10. กำหนดให้เริ่มต้นเป็นเลข 1 
  11. คลิก ตกลง จะเห็นหมายเลขหน้า เปลี่ยนเป็น เลข 1
  12. คลิกปุ่ม ปิดหัวกระดาษ ท้ายกระดาษ หรือ ดับเบิ้ลคลิก ที่บริเวณเนื้อความของหน้า ก็ได้
การกำหนดส่วนหน้าให้ไม่มีเลขหน้า
  1. กลับไปที่ส่วนแรก ในตัวอย่างนี้ คือหน้าที่ 2 ซึ่งเป็นคนละส่วนกันกับที่กำหนดหน้าแล้ว
  2. ดับเบิ้ลคลิกที่เลขหน้า เพื่อเข้าสู่ หัวกระดาษของส่วนนี้
  3. เลือกหมายเลขหน้า และกดปุ่ม Delete บนแป้นพิมพ์ เพื่อลบหมายเลขหน้าออก
  4. คลิกปุ่ม ปิดหัวกระดาษท้ายกระดาษ
  5. เป็นอันเสร็จ หน้า 1 และ หน้า 2 จะไม่มีเลขหน้า หน้าที่ 3 จะมีเลขหน้า เป็นเลข 1 ตามต้องการ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …