ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การตรวจสอบ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ด้วย Access VBA

การตรวจสอบ เลขบัตรประจำตัวประชาชน

การตรวจสอบหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ใช้ตัวเลขหลักที่ 13 เป็นตัวตรวจสอบ

ตัวเลขหลักที่ 13 เกิดจากการนำเอาตัวเลข 12 ตัวแรก มาคำนวณ ตามวิธีการที่กำหนด แล้วจะได้ตัวเลขหลักที่ 13 ซึ่งมีวิธีการคำนวณ ดังนี้

ขั้นที่ 1 หาผลคูณของตัวเลขหลักที่ 1-12 กับ ตัวเลข ตั้งแต่ 12 ถึง 1 ดังนี้
            ตัวเลขหลักที่ 1 X 12
            ตัวเลขหลักที่ 2 X 11
            ตัวเลขหลักที่ 3 X 10
            ตัวเลขหลักที่ 4 X 9
            ตัวเลขหลักที่ 5 X 8
            ตัวเลขหลักที่ 6 X 7
            ตัวเลขหลักที่ 7 X 6
            ตัวเลขหลักที่ 8 X 5
            ตัวเลขหลักที่ 9 X 4
            ตัวเลขหลักที่ 10 X 3
            ตัวเลขหลักที่ 11 X 2
            ตัวเลขหลักที่ 12 X 1

ขั้นที่ 2 เอาผลคูณที่ได้ทั้งหมด มารวมกัน
            (ตัวเลขหลักที่ 1 X 12)+(ตัวเลขหลักที่ 2 X 11)+(ตัวเลขหลักที่ 3 X 10)+(ตัวเลขหลักที่ 4 X 9)+
            (ตัวเลขหลักที่ 5 X 8)+(ตัวเลขหลักที่ 6 X 7)+(ตัวเลขหลักที่ 7 X 6)+(ตัวเลขหลักที่ 8 X 5)+
            (ตัวเลขหลักที่ 9 X 4)+(ตัวเลขหลักที่ 10 X 3)+(ตัวเลขหลักที่ 11 X 2)+(ตัวเลขหลักที่ 12 X 1)

ขั้นที่ 3 เอาผลที่ได้จากขั้นที่ 2 ไปหารด้วย 11 เหลือเศษเท่าไร เก็บเอาเศษไปใช้ในขั้นที่ 4

ขั้นที่ 4 เอาเศษที่ได้จากขั้นที่ 3 ไปลบออกจาก 11 ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ตัวเลขหลักที่ 13

ถ้าเขียนเป็น ฟังก์ชัน ของ vba จะได้ประมาณนี้

Function thaiID_check(whatID As String) As Boolean

Dim sumAll As Integer
Dim modResult As Integer
Dim lastDigit As Integer

   sumAll = 0
   If Len(whatID) <> 13 Then   'ตรวจสอบความยาว 13 หลักหรือไม่
        thaiID_check = False
        Exit Function
   End If
   For i = 1 To 12   ' หาผลรวมของผลคูณ ตามขั้นที่ 1 และ 2
        sumAll = sumAll + (Val(Mid(whatID, i, 1)) * (14 - i))
   Next
   modResult = sumAll Mod 11  ' ขั้นที่ 3
   lastDigit = 11 - modResult   ' ขั้นที่ 4

   If lastDigit <> Right(whatID, 1) Then   ' ตรวจสอบว่าเท่ากับเลขตัวสุดท้ายหรือไม่
        thaiID_check = False
   Else
        thaiID_check = True
   End If

End Function

วิธีการเรียกใช้งาน

Dim myID As String
Dim isValidID As Boolean

myID = ("3730322234567")
isValidID = thaiID_check(myID)

If (isValidID = False) Then
     call MsgBox("หมายเลขบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง")
Else
     call MsgBox("หมายเลขถูกต้อง")
End If




         

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …