วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การแปลงคะแนนดิบ เป็นคะแนนที (T-score) ด้วย Excel 2010

ทำไมจึงต้องแปลงเป็นคะแนนที

ข้อมูลคะแนนดิบที่ได้จากการทดสอบ เป็นคะแนนที่ไม่ค่อยมีความหมายมากนัก เช่น ผู้เรียนสอบได้คะแนนวิชาภาษาไทย 35 คะแนน เราไม่ทราบว่า ผู้เรียนคนอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน ที่เข้าสอบวิชาภาษาไทย ได้คะแนนเท่าไร คะแนนเฉลี่ยของการสอบเป็นอย่างไร ดังนั้น คะแนน 35 คะแนน ไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้เรียนคนนี้ เรียนเก่ง หรืออ่อน และโดยเฉพาะ ถ้าเราจะเปรียบเทียบคะแนนระหว่างวิชาภาษาไทย กับวิชาอื่นของผู้เรียนคนนี้ เพื่ออยากรู้ว่า เรียนถนัดวิชาอะไรบ้าง เราก็ไม่สามารถที่จะนำคะแนน 35 ไปเปรียบเทียบกับคะแนนดิบของวิชาอื่น ๆ ได้ เนื่องจาก เราไม่ทราบว่าวิชาเหล่านั้น ผู้เข้าสอบทำข้อสอบได้เป็นอย่างไร ค่าเฉลี่ยของวิชานั้น ๆ เป็นเท่าไร การกระจายของคะแนนเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอน จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เหมือนกับเป็นคนละหน่วยกัน จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องแปลงคะแนนดิบ ให้เป็นคะแนนที (T-score) เพื่อทำให้คะแนนมีความหมายมากขึ้น และอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

วิดีโอสาธิต การแปลงคะแนนดิบเป็นคะแนนที



ทำไมต้องเป็นคะแนนที (T-score) ไม่ใช่คะแนนซี หรือ Z-score

ความจริง คะแนนซี (Z-score) ก็เป็นคะแนนที่มาตรฐานเหมือนกัน เพียงแต่มีค่าเฉลี่ย หรือ Mean เป็น 0 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ Standard Deviation คือ 1 ทำให้คะแนนที่น้อยกว่า Mean มีค่าติดลบ ซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจลำบาก จึงแปลงเป็นคะแนนที (T-score) ซึ่งไม่มีค่าติดลบ นอกจากนี้ ยังมีข้อแตกต่างอย่างอื่นอีกซึ่งจะไม่กล่าวถึงในที่นี้

การแปลงคะแนนดิบเป็นคะแนนที (T-score) ด้วย Excel 2010

Excel มีฟังก์ชันที่สามารถนำมาใช้ในการแปลงคะแนนดิบ ให้เป็นคะแนน Z-score จากนั้น จึงแปลงคะแนน Z-score ให้เป็น คะแนนที หรือ T-score อีกครั้งหนึ่ง

วิธีการ


  1. เปิดโปรแกรม Excel 2010
  2. พิมพ์หัวคอลัมน์ ดังภาพ
  3. พิมพ์คะแนนข้างล่างนี้ (เป็นคะแนนชุดเดียวกับที่ใช้โปรแกรม PSPP แปลงคะแนนดิบเป็นคะแนนที T-score)

    83 79 77 74 71 70 67 66 65 65 65 65 64 63 63 63 63 63 62 60 60 60 60 59 59 59 58 57 57 56 56 54 54 54 53 53 53 52 51 50 50 50 50 49 48 48 48 48 47 47 47 45 45 45 44 44 43 43 43 40 40 40 40 39 39 38 38 38


  4. พิมพ์ลงในคอลัมน์ คะแนนดิบ
  5. ในการคำนวณ หาค่าคะแนน Z-score ต้องใช้ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 
  6. คลิก เซลล์ F3 และพิมพ์สูตรหาค่าเฉลี่ย โดยใช้สูตร AVERAGE()
  7. คลิก เซลล์ G3 และพิมพ์สูตรหาค่าเฉลี่ย โดยใช้สูตร STDEV.S()
  8. หาคะแนนซี (Z-score) ของคะแนนดิบตัวแรก คือ 83 โดยใช้สูตร NORMALIZE()
       กำหนดค่า x = เซลล์ B3
       กำหนดค่า Mean = เซลล์ F3 พร้อมทั้งกดแป้น F4 เพื่อกำหนดการอ้างอิงแบบ Absolute
       กำหนดค่า Mean = เซลล์ F3 พร้อมทั้งกดแป้น F4 เพื่อกำหนดการอ้างอิงแบบ Absolute
  9. Copy สูตรในเซลล์ C3 จนถึงคะแนนดิบตัวสุดท้ายที่เซลล์ B70 โดยการลาก หรือ ดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่ม Auto Fill (ปุ่มล่างด้านขวาของกรอบที่ล้อมรอบเซลล์ C3) ก็ได้
  10. กำหนดทศนิยมให้เป็น 2 ตำแหน่ง โดยการเลือนจุดทศนิยมบนริบบิ้น หรือ จะใช้การจัดรูปแบบเซลล์ ก็ได้
  11. คลิกที่เซลล์ D3 และแปลงคะแนนซี (z-score) เป็น คะแนนที (T-score) คือ
    T-score = 50 + (Z-scor x 10) โดยเขียนเป็นสูตร Excel ที่เซลล์ D3 ดังนี้
                = 50 + (C3 * 10)
  12. คัดลอกสูตรในเซลล์ D3 ไปจนถึง D70 โดยดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่ม Auto Fill
  13. จัดทศนิยมให้เป็น 2 ตำแหน่ง
  14. จะเห็นว่า ค่าที่ได้จากการแปลงคะแนนดิบ เป็น คะแนนที (T-score) โดยใช้โปรแกรม Excel ได้ผลเช่นเดียวกับ ค่าที่ได้จากการแปลงคะแนนดิบ เป็น คะแนนที (T-score) โดยใช้โปรแกรม PSPP หรือ SPSS เช่นเดียวกัน


  15. อ้างอิง
    https://www.aea267.k12.ia.us/assessment/different-types-of-data-and-scores/z-scores-and-t-scores/

8 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณค่ะ สุดยอดดด

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับความรรู้ที่มอบให้ ขออานิสงฆ์แห่งความดีที่ท่านทำนี้จงส่งผลให้ท่านมีแต่ความสุขความเจริญและมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ

    ตอบลบ
  3. แก้ไขนามสกุลนะคะ ชื่อวิฬารี สว่างพลกรังค่ะ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้ที่เผยแพร่ให้ขออนิสงค์ให้คุณมีปัญญาที่เฉียบแหลมและมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงและมั่นคง



    ตอบลบ
  5. ขอบคุณค่ะ ได้ประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง ๆ ค่ะ

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณมากคะ เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้มากคะ

    ตอบลบ
  7. หากคำนวณมาแล้วค่า t ติดลบ เกิดจากอะไรได้บ้างคะ

    ตอบลบ