ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้าง Shortcut เพื่อเรียกใช้งาน Macro หรือ Procedure ใน Access 2010

ใน Access 2007 มีหน้าจอสร้าง Macro ซึ่งมีตัวเลือก AutoKeys สำหรับกำหนด shortcut เพื่อเรียกให้ Macro ที่สร้างขึ้น ทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้เมาส์คลิก แต่ใช้การกดปุ่มที่แป้น ที่กำหนดเป็น Shortcut

แต่ใน Access 2010 หน้าจอการสร้าง Macro หายไป แต่ความจริงยังคงสนับสนุน การใช้ AutoKeys เพื่อให้สามารถเรียกใช้ Shortcut ให้ Macro ทำงานได้เหมือนเดิม

หน้าจอการสร้าง Macro ของ Access 2010

หลักการคือ สร้าง Macro และตั้งชื่อเป็น AutoKeys และ สร้าง Subform เพื่อกำหนด Shortcut และเรียกใช้ฟังก์ชัน Macro หรือเรียกฟังก์ชัน runcode เพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันที่สร้างเอง ให้ทำงาน ก็ได้

ในตัวอย่างนี้ จะเป็นการสร้าง Shortcut คือ Ctrl + K เพื่อให้แสดงข้อมูล ในฟิลด์ถัดไปของตาราง

วิธีการ

  1. สร้างตารางให้มีข้อมูลและโครงสร้าง ดังภาพ
  2. สร้างฟอร์ม และกำหนด Record Source ของฟอร์ม เป็น Table1 ที่สร้างขึ้น เมื่อเวลานำ Textbox มาวาง จะได้กำหนดให้แสดงข้อมูลในฟิลด์ของตารางนี้ได้
  3. สร้างกล่องข้อความ หรือ Textbox และกำหนด Control Source ให้เป็น Field1 (ถ้าไม่กำหนด Control Source ของฟอร์มนี้ เมื่อคลิก Control Source ของ Textbox จะไม่เห็นข้อมูลใด ๆ)
  4. กำหนดขนาดตัวอักษรของ Textbox เป็น 127 เพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
  5. กดปุ่ม Alt + F11 เพื่อเปิดหน้าจอ VBA
  6. คลิก Insert > Module
  7. สร้างฟังก์ชันให้เรียกข้อมูลใน Record ถัดไป แล้วบันทีกไว้
  8. กลับไปที่หน้าจอออกแบบ และเลือก Create > Macro
  9. ลาก Submacro มาวาง
  10. จะได้หน้าจอการสร้าง Submacro
  11. เปลี่ยนชื่อ Submacro name ให้เป็น Shortcut ที่ต้องการ ในตัวอย่างคือ Ctrl + K (เครื่องหมาย ^ คือสัญญลักษณ์ที่ใช้แทนปุ่ม Ctrl)
  12. ที่ช่อง Add New Action ให้เลือก Macro ที่ต้องการ ซึ่งจะมีแบบสำหรับให้ระบุค่าเกิดขึ้น
  13. ในกรณีนี้ เราจะเรียกใช้ฟังก์ชันที่สร้างขึ้น ให้พิมพ์หรือเลือก RunCode
  14. เมื่อกด Enter จะมีแบบให้ระบุฟังก์ชัน ให้เลือกฟังก์ชัน MoveNext() ที่สร้างขึ้น
  15. จะสังเกตเห็นว่า การระบุฟังก์ชัน ต้องมีเครื่องหมายวงเล็บ () ต่อท้ายที่ชื่อฟังก์ชันด้วย ในกรณ๊ที่ต้องส่งค่าผ่านเข้าฟังก์ชัน ต้องระบุค่าในวงเล็บด้วย แต่ในกรณีตัวอย่างนี้ ไม่มีค่าใด ๆ ที่ต้องระบุ จึงมีเพียงวงเล็บว่าง ๆ เอาไว้
  16. ขณะนี้ชื่อ Macro ยังเป็น Macro1 และยังไม่ได้บันทึก ให้บันทึกและใช้ชื่อ Macro นี้ว่า AutoKeys
  17. ปิด Macro โดยคลิกที่เครื่องหมายกากบาท
  18. จะกลับมาทีหน้าจอออกแบบ
  19. ให้กำหนดมุมมองแบบ ฟอร์ม (Form View) เมื่อกดปุ่ม Ctrl + K จะเห็นตัวเลขเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นข้อมูลของฟิลด์ ใน Record ถัดไป ตามคำสั่งในฟังก์ชันที่เขียนขึ้น

เพิ่มเติม
  • ชื่อที่ใช้เป็นชื่อ Submacro สำหรับใช้เป็น Shortcut มีรูปแบบ ดังข้างล่างนี้
  • ถ้าต้องการสร้าง Shortcut ที่ใช้เรียก Procedure หรือ Macro อื่น ๆ สามารถสร้างเป็น Submacro เพิ่มเติมได้ แต่ต้องอยู่ภายใน Macro ที่ชื่อ AutoKeys

อ้างอิง

http://www.utteraccess.com/forum/Create-Macro-Keyboard-Sho-t1964101.html
http://office.microsoft.com/en-ca/access-help/run-an-access-macro-by-using-a-keyboard-shortcut-HA010239111.aspx




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …