ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คอเรสเตอรอล กินได้ ไม่มีปัญหา

ฟังหมอดาเลียนำข่าว จากคณะกรรมการ Dietary Guidelines Advisory Committee ของประเทศอเมริกา ซึ่งกำลังทำรายงานฉบับร่าง เพื่อเป็นประกาศของรัฐบาลสหรัฐ มีข้อความตอนหนึ่งว่า

"คอเรสเตอรอลไม่จัดว่าเป็นสารอาหารที่ต้องกังวลว่าจะรับประทานมากเกินไป"

เป็นข่าวใหม่ และข่าวใหญ่ โทรทัศน์ค่ายใหญ่ ๆ เช่น NBC และ ABC รวมทั้งหนังสือพิมพ์ Washington Post ก็นำข่าวนี้มาออกเช่นกัน

แสดงว่า ไข่แดง กุ้ง ปลาหมึก และอาหารอะไร ๆ ที่มีคอเรสเตอรอลสูง กินได้ ไม่ต้องเป็นห่วง

Dr. Dariush Mozaffarian คณะบดีภาควิชา นโยบายและวิทยาศาสตร์โภชนาการ มหาวิทยาลัยทัฟ กล่าวว่า  การรับประทานอาการทีมีคอเรสเตอรอลกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ไม่เกี่ยวข้องกันมากนัก แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน อาจจะมีความเสี่ยงสูง

Dr. David Katz แห่ง มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า คอเรสเตอรอลจากการรับประทานอาหาร ไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กับระดับของคอเรสเตอรอลในกระแสเลือด ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับคอเรสเตอรอลในกระแสเลือดเกิดจากไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ มากกว่า จากการวิจัยในห้องทดลองพบว่า ไข่ไม่มีผลต่อ คอเรสเตอรอลในกระแสเลือด หรือ พูดง่าย ๆ ว่า กินอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น ปลาหมีก กุ้ง หอย หรือ ไข่แดง ไม่ทำให้ระดับคอเรสเตอรอลในกระแสเลือดสูงตามไปด้วย มันไม่เกี่ยวกัน

แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ระดับคอเรสเตอรอลสูงในกระแสเลือดจะไม่เป็นอันตรายนะครับ เพียงแต่หมายความว่า กินอาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง กับการมีคอเรสเตอรอลสูงในกระแสเลือด มันไม่เกี่ยวข้องกัน

คราวนี้ ถ้าใครจะกินปลาหมึก ไข่ อาหารทะเล ก็ไม่ต้องกลัวว่า คอเรสเตอรอลจะสูงอีกต่อไป



ที่มา
http://time.com/3705734/cholesterol-dietary-guidelines/










ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …