ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การกำหนดสีพื้น ใน Drop down list ของ Excel

บางครั้งเมื่อมีการให้เลือกข้อมูล จาก Drop down list ใน Excel เราต้องการแสดงสีพื้นของ Drop down list เพื่อให้เห็นชัดเจนว่า เซลล์ใดมีการแลือกข้อมูลแล้ว เซลล์ใดยังไม่มีการเลือก เช่น อาจจะกำหนดสีพื้นของเซลล์เป็นสีเทา แสดงว่ายังไม่มีการเลือกข้อมูล และเปลี่ยนสีพื้นเป็นสีขาว แสดงว่า มีการเลือกข้อมูล แล้ว ดังภาพข้างล่าง นี้


หลักการ
สร้าง Drop  down list แล้วจึงไปกำหนดลักษณะ การจัดรูปแบบของเซลล์แบบมีเงื่อนไข และสร้างกฎใหม่ เพื่อกำหนดสีพื้นตามเงื่อนไขที่ต้องการ

วิธีการ

การสร้าง drop down list

  1. สร้างรายการสำหรับเลือก ในตัวอย่างคือ ชื่อของคน
  2. กำหนดสีพื้นของบริเวณ ที่ต้องการสร้าง Drop down list เพื่อเลิอกชื่อคน ในตัวอย่าง คือบริเวณ D3:H8 และกำหนดสีพื้นเป็นสีเทา
  3. กำหนดเส้นขอบให้มีเส้นขอบล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน
  4. จะได้ผล ดังภาพ
  5. คลิกเลือกเซลล์ D3 เพื่อกำหนดเป็น Drop down list
  6. ไปที่ ข้อมูล > การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล > 
  7. ในส่วน อนุญาต ให้เลือก รายการ และ ในส่วน แหล่งข้อมูล ให้ระบุช่วงที่เป็นข้อมูลให้เลือก คือ =$B$3:$B$6
  8. เมื่อคลิก ตกลง จะได้ Drop down list ดังภาพ
  9. ให้ทำทีละเซลล์ จนครบบริเวณที่ต้องการ
  10. ในตอนนี้ ถ้าเลือกชื่อจากรายการ จะเห็นว่า สีพื้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังภาพ



การกำหนดสีพื้น ของ Drop down list

  1. เลือกบริเวณที่เป็น drop down list ในตัวอย่างคือ D3:H8
  2. ไปที่เมนู หน้าแรก > การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข > สร้างกฎ...
  3. เลือกชนิดกฎ: จัดรูปแบบเฉพาะเซลล์ที่มี และ และในส่วน จัดรูปแบบเฉพาะเซลล์ที่มี: เลือก ไม่ว่าง
  4. คลิก รูปแบบ
  5. ในหน้าจอ จัดรูปแบบ ให้เลือกแถบ การเติม และกำหนดสีตามต้องการ
  6. เมื่อมีการเลือก จะเห็นว่า มีการเปลี่ยนสีพื้น ตามที่กำหนด

เพิ่มเติม
ในกรณีที่ต้องการให้สีพื้นของแต่ละตัวเลือกไม่เหมือนกัน เช่น สมศักด์ เป็นสีเหลือง สมหมาย เป็นสีแดง เป็นต้น ในการกำหนดลักษณะของเซลล์ตามเงื่อนไข ให้สร้างกฎใหม่ ตามตัวเลือกแต่ละตัว โดยกำหนดให้สีพื้นของแต่ละตัวเลือก เป็นสีตามที่ต้องการ เช่น

เมื่อมีการเลือก จะได้ ดังภาพ

ความคิดเห็น

  1. หาเมนูไม่เจอ ใช้เมนูภาษาอังกฤษอ่ะ T_T

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …