ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การฝัง Media Player ใน Word2010 เพื่อเล่นไฟล์เสียง ไฟล์วิดีโอ เป็นต้น

บางครั้งมีความต้องการที่จะส่งไฟล์ word ให้ผู้อื่น พร้อมทั้งมีไฟล์เสียงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการเล่นไฟล์ดังกล่าวได้ด้วย โดยการฝัง หรือ embed โปรแกรม Windows Media Player ลงในไฟล์ MS Word 2010 ดังตัวอย่างข้างล่างนี้


ทั้งนี้ ท่านต้องส่งไฟล์เสียงหรือไฟล์วิดีโอไปด้วยพร้อมกับไฟล์ Word ด้วยนะครับ

ในกรณีที่ท่านต้องการใช้ไฟล์จากเว็บ พบว่า Server บางแห่ง เช่น Google Drive ไม่อนุญาตให้ท่าน นำที่อยู่ (URL) มาวางใน Media Player หรือ ไม่สามารถ Embed ได้ ในกรณีนี้ ให้ท่านใช้วิธี Link โดยใช้ URL จากเว็บได้

หลักการ
เปิดใช้เมนู นักพัฒนา่ หรือDeveloper เพื่อแทรก Windows Media Player Object พร้อมทั้งเลือกไฟล์เสียง หรือ ไฟล์วิดีโอที่ต้องการ และกำหนดไม่ให้เล่นโดยอัตโนมัติ (auto start) ถ้าต้องการส่งไฟล์ไปให้ผู้อื่น ต้องใช้ VBA เพื่อระบุที่อยู่ของไฟล์เสียง หรือไฟล์วิดีโอที่จะให้เล่น

วิธีการ

การเปิดเมนู นักพัฒนา หรือ Developer
  1. เปิดไฟล์ MS Word 2010 แล้วไปที่ แฟ้ม > ตัวเลือก > กำหนด Ribbon เอง
  2. เลือก เมนู นักพัฒนา
  3. เมื่อกลับมาจะเห็นเมนู นักพัฒนาที่บนเมนู
การแทรก Windows Media Player
  1. ไปที่เมนู นักพัฒนา > เครื่องมือดั้งเดิม
  2. เลือก ตัวควบคุมเพิ่มเติม
  3. เลือก Windows Media Player
  4. คลิกตกลง จะกลับมาที่หน้าจอเดิม และเห็นมี Windows Media Player ปรากฏอยู่ บริเวณสี่เหลี่ยมสีดำ คือบริเวณที่จะให้วิดีโอเล่น
  5. ถ้าจะเล่นไฟล์เสียง mp3 อาจจะคลิกร่นหน้าจอสีดำ ให้เหลือแต่แถบควบคุม ก็ได้ โดยคลิกที่จุดกึ่งกลางด้านบน และย่อให้เห็นแต่ปุ่มควบคุม ดังภาพ

การเลือกไฟล์เสียงและไฟล์วิดีโอ
  1. ถ้าไม่ได้อยู่ในโหมดออกแบบ ให้คลิกโหมดออกแบบ
  2. คลิกขวาที่ Windows Media Player และเลือก คุณสมบัติ
  3. จะเปิดหน้าจอคุณสมบัติ หน้าจอนี้ สามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ที่เห็นได้ 
  4. ในการเลือกไฟล์และกำหนดไม่ให้เล่นโดยอัตโนมัติ ให้เลือก Custom โดยคลิกที่ปุ่มสามจุด
  5. จะเกิดหน้าจอใหม่ (ถ้าไม่เห็นอาจจะอยู่ด้านหลังหน้าจอ Properties) คลิกปุ่ม Browse เพื่อเลือกไฟล์มัลติมีเดีย เช่น ไฟล์ mp3 หรือ avi เป็นต้น และคลิกเครื่องหมายถูกหน้า auto start ออกไป แล้วคลิกปุ่ม Apply
  6. คลิกปุ่ม OK จะกลับมาที่หน้า Properties และเห็นชื่อไฟล์ที่เลือก
  7. คลิกปุ่มปิดหน้าจอที่มุมขวาด้านบนของหน้าจอ Properties เพื่อปิดหน้าจอ Properties
  8. คลิกปุ่ม โหมดออกแบบ เพื่อเข้าสู่โหมดทำงานปกติ และคลิกปุ่มเล่น ไฟล์ที่กำหนดจะทำงาน

ในกรณีที่ต้องการส่งไฟล์นี้ไปให้ผู้อื่น อาจจะมีปัญหา หาไฟล์มัลติมีเดียไม่พบ เนื่องจากที่อยู่ของไฟล์ในแต่ละเครื่องอาจจะไม่อยู่ที่เดียวกัน ดังนั้น จึงควรกำหนดที่อยู่ของไฟล์โดยใช้ VBA ดังนี้
  1. เปิดหน้าจอเขียนโค้ด โดยกด Alt+F11
  2. เมื่อเปิดไฟล์ Word ให้ทำงาน ให้ทำการโหลดไฟล์ที่กำหนด โดยพิมพ์คำสั่ง ด้งนี้
    Private Sub Document_Open()
            Me.WindowsMediaPlayer1.URL = ActiveDocument.Path & "\ben02.mp3"
    End Sub
  3. กดปุ่มบันทึกและปิดหน้าจอเขียนโค้ด
  4. บันทึกเป็นไฟล์ชนิด docm เพราะมีการใช้ VBA 
  5. การนำไฟล์ docm ไปใช้กับเครื่องอื่น ควรให้อยู่ในห้อง Documents หรือห้องที่กำหนดว่าปลอดภัย มิฉะนั้น อาจจะมีปัญหาในการเล่นไฟล์ และเมื่อเปิดไฟล์ ต้องอนุญาตให้ใช้ งานเนื้อหาด้วย
อธิบายโค้ด

คำสั่งความหมาย
WindowsMediaPlayer1 ชื่อของ Control ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ที่หน้าจอ Properties แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อ ส่วนนี้ต้องเปลี่ยนให้เหมือนกันด้วย
WindowsMediaPlayer1.URLคือตำแหน่งของไฟล์ที่จะให้เล่น
ActiveDocument.Pathคือที่อยู่ของไฟล์ MS Word ที่กำลังเปิดอยู่นี้
"\ben02.mp3"ชื่อไฟล์มัลติมีเดีย ต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย back slash

สิ่งที่สำคัญคือ

  1. ต้องมีไฟล์ตามที่ระบุ โดยให้อยู่ในห้องเดียวกันกับไฟล์  
  2. ต้องส่งไฟล์มีเดียไปพร้อมกับไฟล์ word ด้วย
  3. ไฟล์ นามสกุล docm ควรให้อยู่ในห้อง Documents หรือห้องที่กำหนดว่าปลอดภัย 








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …