ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

onSaveInstanceState()

การพัฒนา Application สำหรับ Android phone มีประเด็นที่จะต้องจัดการด้วยตัวเองอย่างหนึ่งคือ เวลาผู้ใช้งานเปลียนมือถือ จากแนวตั้งเป็นแนวนอน โปรแกรมจะปรับสภาพไปสู่สภาพเดิม เหมือนเมื่อเริ่มต้นเข้ามาที่หน้าจอใหม่ ๆ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ Android Studio ต้องการปรับสภาพให้เข้ากับสภาวะใหม่ ดังนั้น เราจึงต้องจัดการ บันทึกสภาพปัจจุบันของหน้าจอเอาไว้ และเมื่อมีการปรับเปลี่ยนสภาพใหม่ ก็ให้ตรวจสอบข้อมูลเดิมพร้อมทั้งบันทึกเอาไว้ และนำกลับมาใช้ให้เหมือนเดิม มิฉะนั้นผู้ใช้อาจจะงงว่า ทำไมข้อมูลหน้าจอจึงเปลี่ยนไป

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้กำลังทำข้อสอบถึงข้อที่ 5 บังเอิญว่า อยากจะอ่านข้อความตามแนวนอน จึงหมุนหน้าจอ จากแนวตั้งมาดูตามแนวนอน แต่ผลปรากฏว่า ข้อสอบจากข้อที่ 5 กลับมาเป็นข้อ 1
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ เมื่อมีการเปลี่ยนแนว หรือ Orientation ของมือถือ วงจรชีวิตของหน้าจอนั้น ๆ จะยุติลง และเริ่มต้นใหม่ โดยใช้ค่าเริ่มต้นที่มีอยู่ ดังนั้นจึงกลับไปสู่สภาพเดิม

การจัดเก็บสภาพของหน้าจอ ด้วย onSaveInstanceState()

ในกรณีตัวอย่างข้อสอบข้างต้น มีการกำหนดตัวแปรคือ thisQuestionNum เพื่อเก็บหมายเลขข้อของข้อสอบ เพื่อนำข้อสอบมาแสดงตามหมายเลขนั้น ๆ โดยเริ่มต้นจากข้อ 1 และ ผู้ใช้สามารถคลิกเพิ่มไปดู ข้อ 2,3,4  ... ได้ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้ค่าของตัวแปร thisQuestionNum เปลี่ยนไป ตามที่ผู้ใช้คลิก

ดังนั้น การจัดเก็บสภาพจึงต้องจัดเก็บค่าของตัวแปร thisQuestionNum  และนำไปใช้ เมื่อมีการ Create หน้าจอนี้

การจัดเก็บสภาพ ให้กำหนดเป็น Method ใหม่ อยู่นอก onCreate() method ดังนี้

@Overrideprotected void onSaveInstanceState(Bundle outState) {
    outState.putInt("thisQuestionNum", thisQuestionNum);
    super.onSaveInstanceState(outState);
}

การจัดเก็บข้อมูล จะเก็บไว้ใน Bundle Object และเนื่องจาก thisQuestionNum เป็นตัวเลข จึงต้องใช้ .putInt เพื่อเก็บข้อมูล การจัดเก็บจะเก็บในลักษณะ Name:Value pair โดยที่เมื่อจะเรียกใช้ จะเรียกชื่อที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด

Android จะเรียกใช้ Method นี้ ก่อนที่หน้าจอจะหมดสภาพ หรือ ถูก destroy และเมื่อเริ่มต้นใหม่ โดยปกติ Android จะมีการตรวจสอบอยู่แล้วใน onCreate() method 

@Overrideprotected void onCreate(Bundle savedInstanceState) {

.....
}

ดังนั้น หน้าที่ของเราจึงต้องตรวจสอบ ว่า มีการจัดเก็บอะไรไว้ก่อนหรือไม่ ถ้ามีการจัดเก็บแสดงว่า เคยอยู่ในหน้านี้อยูก่อนแล้ว ก็ให้เอาข้อมูลเดิมที่จัดเก็บไว้มาทำงาน แต่ถ้าไม่มี ก็ให้ค่าเป็นค่าเริ่มต้น ดังนี้

@Overrideprotected void onCreate(Bundle savedInstanceState) {

    if (savedInstanceState != null) {
        // ใช้ค่าที่เก็บไว้        thisQuestionNum = savedInstanceState.getInt("thisQuestionNum");
    } else {
        // กำหนดเป็นค่าเริ่มต้น        thisQuestionNum = 0;
    }

    super.onCreate(savedInstanceState);

......

}

เมื่อมีการเปลี่ยนแนวหน้าจอ ข้อมูลจะไม่เปลี่ยนไป ข้อมูลจะเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้ง หรือแนวนอน ก็ตาม




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …