ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มังสวิรัติ กับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคหัวใจ

คิดว่า มังสวิรัติ ซึ่งกินผักที่มีเส้นใยสูงช่วยให้ระบายท้องได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องมะเร็งลำไส้ แต่วันนี้ฟังหมอดาเลีย (The Dr Daliah Show Thursday March 2016 Hour 2) บอกว่า คนกินผัก หรือ Vegetarian หรือ มังสวิรัติ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ (colon cancer) และโรคหัวใจ (heart disease)

ผู้ที่มีบรรพบุรุษที่เป็นมังสะวิรัติ หรือ Vegetarian ได้รับการสืบทอดการกลายพันธุ์ในระดับยีนหรือโมเลกุลของดีเอ็นเอ (DNA Gene Mutation) จากบรรพบุรุษ การกลายพันธ์นี้มีประโยชน์คือ ช่วยให้เราสามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นจากพืชได้ แต่มีผลเสียคือ เมื่อเรากินอาหารที่ใช้น้ำมันพืช(vegetable oils) เช่น น้ำมันทานตะวัน ยีนนี้จะเปลี่ยนกรดไขมัน(fatty acids) เป็น กรดแอแลคาโดนิค (arachidonic acid) ซึ่งจะทำให้เกิด inflammation disease (การอักเสพ) ซึ่งจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ (colon cancer) และโรคหัวใจ (heart disease) โดยสรุปคือ ผู้ที่เป็นมังสวิรัติ หรือ Vegetarian มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ มากกว่าผู้ที่กินเนื้อ (meat eaters) ประมาณ 40%

เป็นวิจัยของมหาวิทยาลัย Cornell University โดย Professor Tom Brenna มีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบข้อมูลทางพันธุกรรม (genome)ของคนอินเดียในรัฐ Pune กับคนอเมริกันในรัฐ Kansas คนอเมริกันกินเนื้อมากกว่าคนอินเดียแน่นอน และคนอินเดียก็กินผักมากกว่าคนใน Kansas อยู่แล้ว ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่มีบรรพบุรุษเป็นมังสวิรัติมีแนวโน้มที่จะมียีนกลายพันธ์ ชื่อ rs66698963 ที่จะย่อยสลายไขมันจากพืช เป็นกรดแอแลคาโดนิค (arachidonic acid) ซึ่งจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง (exacerbate cancer) การกลายพันธ์ของยีนเกิดขึ้นนานมาแล้ว และถ่ายทอดสู่ลูกหลานสืบต่อ ๆ กัน การกลายพันธ์นี้ นอกจากจะเพิ่มกรดแอแลคาโดนิค (arachidonic acid) แล้ว หมอดาเลียบอกว่า ยังเป็นอุปสรรคต่อการสร้างกรดโอเมก้า 3 ของร่างกายอีกด้วย โอเมก้า 3 ช่วยปกป้องโรคหัวใจ

การกลายพันธ์ของยีนนี้ มีชื่อว่า rs66698963 และพบในยีน FADS2 ซึ่งควบคุมการผลิตกรดไขมันของร่างกาย

คำแนะนำสำหรับมังสวิรัติคือ ให้ใช้น้ำมันพืชที่มีกรดลิโนเลอิคโอเมก้า 6 (omega-6 linoleic acid)ต่ำ เช่น น้ำมันมะกอก ในการปรุงอาหาร



อ้างอิง
http://gcnlive.com/JW1D/index.php/archivespage?showCode=30
http://www.telegraph.co.uk/news/2016/03/29/long-term-vegetarian-diet-changes-human-dna-raising-risk-of-canc/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …