ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

get in a car/ get on a bus/ get out of a car/ get off a bus


get in และ get on (ขึ้นรถ)

  • get in ใช้กับรถยนต์ รถแท็กซี่ รถตู้(van) รถบรรทุก(truck) เรือขนาดเล็ก(boat) เรือแคนนู เป็นต้น
    The taxi pulled up and we got in.
    รถแท็กซี่คันนั้นมาจอดและพวกเราก็ขึ้น(รถแท็กซี่)
    Sheila got in her car and left.
    ชีลล่าขึ้นรถและ(ขับรถ)จากไป
    Watch our expert how to get in and out of a canoe in this video.
    (ไม่ใช่ Watch our expert how to get on and off a canoe in this video.)
    ดูผู้เชี่ยวชาญของเรา(สาธิตการ)ขึ้นและลงเรือแคนูจากวิดีโอนี้
  • get on ใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง รถไฟ รถไฟฟ้า เครื่องบิน  เรือเดินทะเล(shop) เป็นต้น
    We got on the train at Ayutthaya and went up to Pisanuloke.
    เราขึ้นรถไฟที่อยุธยาและเดินทางขึ้นเหนือไปพิษณุโลก

    สรุป

    ถ้าสามารถเดินขึ้นรถและเข้าไปยืนได้ ให้ใช้คำว่า get on นอกจากนั้น ให้ใช้ get in
    get on a bus/train/plane/ship/etc.
    get in a car/van/taxi/truck/boat/etc.
get out of และ get off (ลงรถ)
  • get out of ใช้กับรถยนต์ รถแท็กซี่ เรือ รถบรรทุก(truck) เป็นต้น
    We got out of the taxi and paid the driver.
    (ไม่ใช่ We got off the taxi and paid the driver.)
    เราลงรถแท็กซี่ และจ่ายค่าโดยสารให้คนขับ
  • get off ใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง รถไฟ รถไฟฟ้า เครื่องบิน เรือเดิน ทะเล(shop) เป็นต้น
    I must get off the bus at the next stop.
    เราต้องลงจากรถประจำทางคันนี้ที่ป้ายหน้า
ยกเว้น
  • ในกรณีเหตุเร่งด่วน เราใช้ get out of the bus ก็ได้ เช่น คนขับรถบัสเห็นสิ่งแปลกปลอมสงสัยว่าจะเป็นอันตราย จึงตะโกนให้ทุกคนลงจากรถ
    Everybody get out of the bus!

อ้างอิง
http://www.eslcafe.com/grammar/confusing_words_get10.html
http://www.usingenglish.com/reference/phrasal-verbs/get+on.html
http://www.usingenglish.com/reference/phrasal-verbs/get+out+of.html
https://jakubmarian.com/get-off-vs-get-out-of-vs-take-off-vs-exit-a-bus-in-english/
https://www.youtube.com/watch?v=qhQ1_Y5l2Qk
https://intensiveenglishuiu.com/2015/09/12/get-in-a-car-vs-get-on-a-bus-why/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …