ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้ some any และ no

หลักการโดยทั่วไป

  • some ใช้กับประโยคบอกเล่า ใช้กับนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ และนามนับไม่ได้ เช่น
    There are some books on the table.
    มีหนังสือ 2-3 เล่มบนโต๊ะนั้น (books = นามนับได้และเป็นพหูพจน์)
    There are some water left in the bottle.
    มีน้ำอยู่บ้างในขวดนั้น(water = นามนับไม่ได้)
     
  • any ใช้กับประโยคคำถามและปฏิเสธ ใช้กับนามนับได้ และนามนับไม่ได้ เช่น
    ประโยคคำถาม
    Do you have any pens?

    คุณมีปากกาไหม(pens = นามนับได้และเป็นพหูพจน์)
    Do you have any money?
    คุณมีเงินบ้างไหม (money = นามนับไม่ได้)

    ถ้าใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ ให้ใช้คำว่า a หรือ an แทน เช่น
    Have you got a pen? (ไม่ใช่ Have you got any pen?)
      
  • no มีความหมายเท่ากับ nor a หรือ not any สามารถใช้ได้ทั้งนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ ขึ้นอยู่กับความหมาย เช่น
    She has got no children.
    เธอไม่มีบุตรเลย
    He must lead a lonely life in that village: he has no wife and no children.
    เขาคงใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงา: เขาไม่มีภรรยาและไม่มีลูก
    (no wife = เอกพจน์ no children = พหูพจน์  -- โดยปกติ คนมีภรรยา 1 คน แต่มีลูกหลายคน)

    ข้อสังเกต
    เราจะไม่ใช้ Not any ขึ้นต้นประโยค แต่จะใช้คำว่า No ขึ้นต้นประโยค เช่น
    No child is ugly. (ไม่ใช้ Not any child is ugly.)
    ไม่มีเด็กคนใดน่าเกลียด

    อย่าใช้ประโยคปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ (Not + no)เช่น
    I don't have no friends here. แต่ให้พูดว่า
    I don't have any friends here.
ข้อยกเว้น

some
  • ในประโยคคำถาม ที่เราคิดว่าคำตอบน่าจะเป็นการตอบรับ หรือ Yes เราจะใช้คำว่า some แทนคำว่า any แต่ความจริง คำตอบก็อาจจะเป็น No หรือเป็นปฏิเสธได้ แต่อาจจะทำให้ผู้ถามแปลกใจนิดหน่อย เช่น

    คุณเห็นเพื่อนกำล้งเอามือขยี้ตา จึงถามว่า
    What’s wrong, have you got something in your eye?
    มีอะไรผิดปกติหรือ มีอะไรเข้าตาใช่ไหม (ใช้คำว่า something แทน anything)

    แม่บอกลูกให้ไปซื้อของ
    Can you buy some bread when you go to the shop?
    ซื้อขนมปังมาให้หน่อยตอนไปที่ร้านค้าแห่งนั้น
    (ใช้คำว่า some bread ไม่ใช้คำว่า any bread)
     
  • การขอร้อง (Request) หรือ การเสนอความช่วยเหลือ (Offering) ซึ่งมักจะขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า Can I .... หรือ Would you like ..... เราจะใช้คำว่า some แทน คำว่า any เช่น

    Can I have some water, please?
    ฉันขอน้ำหน่อยนะคะ
    ไม่ใช้ Can I have any water, please?
    (ในกรณีนี้ รูปประโยคเป็นคำถาม แต่ใช้คำว่า some เพราะเป็นการร้องขอ หรือ request)
    Would you like some chicken?
    คุณต้องการไก่ไหม
     
any
  • ใช้ any ในประโยคบอกเล่า ใช้กับนามที่นับได้ทั้งที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ หรือนามที่นับไม่ได้ ในกรณีนี้ จะมีความหมายว่า อันไหน ชิ้นไหน สิ่งไหน ก็ได้ ไม่สำคัญ เช่น
    You can take any book you like.
    คุณชอบหนังสือเล่มไหน ก็หยิบเอาไปได้เลย
    You can take any books you like.
    คุณชอบหนังสือเล่มไหน ก็หยิบเอาไปได้เลย (เอาไปได้มากกว่า 1 เล่ม)
     
  • ในประโยคเงื่อนไข มักจะใช้ any (แต่จะใช้ some ก็ได้ ไม่ผิด) เช่น
    If you see anything strange, tell me.
    ถ้าเห็นอะไรผิดสังเกต ก็ให้บอกผมนะ
    If you like any of these books, you can borrow it.
    ถ้าคุณชอบหนังสือเล่มไหน คุณสามารถยืมได้(มากกว่า 1 เล่ม)
     
  • any กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ มีความหมายว่า อันไหน สิ่งไหน ก็ได้
    โดยปกติ คำนามนับได้ที่ตามหลัง any จะเป็นพหูพจน์ แต่ก็สามารถใช้เป็นเอกพจน์ได้ โดยความหมายอาจจะแตกต่างไปบ้าง เช่น
    Is there a park near here? (มีสวนสาธารณะสักแห่งแถวนี้ไหม)
    ประโยคนี้ใช้ a นำหน้า ในกรณีที่ถามเกี่ยวกับคำนามนับได้ เอกพจน์

    Is there any park near here?
    ใช้ในกรณีพิเศษ เช่น ถามถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แต่ได้รับคำตอบว่า มันอยู่ไกลมาก ทีนี้ไม่สนใจสวนแห่งนั้นแล้ว เอาเป็นสวนอะไรก็ได้สักแห่งที่อยู่แถว ๆ นี้น่ะ มีไหม ก็จะถามด้วยประโยคนี้ เช่น
    A:Is Vincent Lee Park near here?
    B:No. That's quite far away.
    A:Oh. I see. Is there any park near here?
    (ไม่สนใจแล้วว่าต้องเป็น Vincent Lee Park เอาเป็น สวนอะไรก็ได้)

    Are there any parks near here?
    มีสวนสาธารณะแถวนี้ไหม
    (มีความหมายเหมือนกับ Is there a park near here? แต่ก็อาจจะหมายถึงหลายสวน ก็ได้)


อ้างอิง
http://www.englishpractice.com/improve/uses-of-any/
http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/grammar/learnit/learnitv354.shtml
https://www.espressoenglish.net/some-any-no-exercises/
http://www.multimedia-english.com/grammar/some-any-no-special-cases-6
https://www.englishforums.com/English/AnySingularOrPluralNoun/wklp/post.htm

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …