วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

การตรวจสอบ หรือ Debug โปรแกรม ใน Android Studio

การ Debug โปรแกรม เป็นเรื่องสำคัญ เพราะทำให้เรารู้ว่ามีข้อผิดพลาด หรือ Error อะไรเกิดขึ้นอย่างไร และ ณ จุดนั้น ค่าต่าง ๆ ของตัวแปรเป็นอย่างไร เป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขให้ตรงจุด ก่อนการแก้ไข ควรเปิด Simulator ให้เรียบร้อยเสียก่อน ผมชอบใช้ โทรศัพท์จริง เป็น Simulator เพราะเท่าที่สังเกตดูน่าจะเร็วกว่าการใช้ Simulator ใน PC

การ Debug โปรแกรมใน Android Studio มีดังนี้

  1. เปิดโปรแกรม ใน Android Studio และไปยังจุดที่ต้องการดูค่าต่าง ๆ 
  2. คลิกเพิ่มจุดหยุด หรือ Break point หน้าบรรทัดที่ต้องการดูค่าตัวแปร
    ในภาพ จะเห็นว่ามีการกำหนดจุดหยุด 2 จุดด้วยกัน
  3. คลิกปุ่ม Debug บนแถบเมนู
  4. Android Studio จะให้เลือก Simulator ถ้าเปิดไว้ก่อนก็จะมีมาแสดง ในตัวอย่างนี้ ผมใช้โทรศัพท์ จึงแสดงดังภาพ
  5. เมื่อกดปุ่ม OK โปรแกรม Android Studio จะทำงานในโหมด Debug โดยจะหยุดในตำแหน่งที่ระบุไว้ด้วยจุดสีแดง 
  6. จะเห็นมีหน้าจอ Debug เกิดขึ้น ถ้าไม่เห็น สามารถคลิกแถบ Debug ที่ด้านล่างได้
  7. ในหน้าจอ Debug จะเห็นแถบควบคุมต่าง ๆ เช่น แถบตรวจดูค่าของตัวแปร หรือ Watches
  8. ถ้าไม่เห็นแถบดังกล่าว แสดงว่าแถบนั้น ๆ อยู่ในสภาพเป็นปุ่ม อยู่ทางขวาด้านบนของหน้าจอ Debug
  9. ถ้าต้องการดู่ค่าตัวแปรใด ให้เปิดแถบดูค่าตัวแปร (Watches) และคลิกเครื่องหมายบวก พร้อมกับพิมพ์ชื่อตัวแปร สามารถพิมพ์ได้หลายตัวแปร
  10. ในตัวอย่างนี้ เนื่องจากเรากำหนดหยุด ก่อนที่โปรแกรมจะทำงานหาค่า ของ data ดังนั้นจึงยังไม่แสดงค่าใด ๆ จะเห็นข้อความแสดงว่าไม่พบตัวแปรที่กำหนด (Cannot find local variable 'data'
  11. คำสั่งที่ให้โปรแกรมทำงานต่อที่ควรรู้ คือ
    Step Over  กดปุ่ม F8 เพื่อให้โปรแกรมทำงานในบรรทัดต่อไป
    Step Into กดปุ่ม F7 เพื่อให้โปรแกรมเข้าไปทำงานใน ฟังก์ชันที่ซ่อนไว้ หรือ ส่วนที่อ้างอิงถึง
    Resume Program กดปุ่ม F9 เมื่อกดปุ่มนี้ ถ้ามีจุดหยุด หรือ Break point อีก โปรแกรมจะหยุดที่จุด Break point จุดต่อไป ซึ่งมีประโยชน์มาก ทำให้ไม่ต้องไปทีละบรรทัด
    ดูรายละเอียดได้ โดยคลิก Run บนแถบเมนู เพื่อคลี่ดูคำสั่งต่าง ๆ
  12. ณ จุดหยุด หรือ Break point นั้น ๆ ถ้าตัวแปรใด ยังมีค่าอยู่ จะเห็นค่าปรากฎ ดังภาพ
  13. มีข้อน่าสังเกตคือ ในการระบุตัวแปรที่ต้องการดูค่า เราสามารถใช้คำสั่งเพิ่มเติมได้ เช่น ดูค่า element แรกในตัวแปร Array เราสามารถใช้คำสั่ง get ได้ เช่น ในตัวอย่างคือ dataList.get(0) เป็นต้น

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

การสร้าง ViewPager สำหรับ Android 1.5

ViewPager ของ Android ทำให้สามารถสร้างหน้าจอข้อมูลบนโทรศัพท์ที่ใช้ OS ของ Android ได้สะดวกขึ้น เพราะมีการออกแบบไว้แล้วอย่างเรียบร้อย สามารถใช้นิ้วลาก/ปัด/swipe เพื่อเปลี่ยนหน้า จากอีกหน้าหนึ่ง ไปยังหน้าหนึ่งได้ ดังตัวอย่างข้างล่างนี้


ในตัวอย่างนี้ ใช้ Android Studio 1.5 เพื่อสร้าง ViewPager โดยใช้ Fragment เพียง Fragment เดียว และส่งข้อมูลมาแสดงจำนวนทั้งหมด 6 หน้าด้วยกัน

การส่งข้อมูลไปยัง Fragment ใช้การส่งแบบ static โดยส่งเป็น String แล้วมาแยกเพื่อนำไปแสดงใน TextView จำนวน 2 ข้อความด้วยกัน

นอกจากนี้ จะมีการกำหนดให้มีหัวของแต่ละรายการ โดยใช้ PageStrip เพื่อแสดงรายการ

หลักการ

สร้าง Fragment สำหรับแสดงข้อมูลแต่ละหน้า ในตัวอย่างนี้ จะแสดงเฉพาะ ชื่อ และจังหวัดเท่านั้น โดยจะใช้ Fragment นี้กับข้อมูลทั้งหมด ซึ่งมีด้วยกัน 6 รายการ (แสดงรายการละหน้า) ไฟล์ Java Class สำหรับ Fragment นี้ จะกำหนดให้มีตัวแปร เป็น Static เพื่อรับการส่งข้อมูลเข้ามาจากภายนอกด้วย

จากนั้นจะสร้าง Adapter ซึ่งเป็นตัวกลางจัดการข้อมูลไปยัง Fragment

และสุดท้าย ก็จะเป็นหน้าหลัก ซึ่งมี Fragment ที่จะทำหน้าที่เป็น ViewPager หน้าหลักนี้ จะกำหนดข้อมูล จำนวน 6 รายการ และส่งข้อมูลไปยัง Java Class ของ Fragment และเรียกใช้งาน Adapter เพื่อให้แสดงข้อมูล ใน ViewPager ต่อไป

วิธีการ

1. สร้าง Fragment สำหรับแสดงข้อมูลเป็น ViewPager

ไฟล์ XML ชื่อ my_fragment.xml ประกอบด้วย TextView จำนวน 2 TextView ดังนี้

my_fragment.xml
<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<RelativeLayout xmlns:android="http://schemas.android.com/apk/res/android"
                android:layout_width="match_parent"
                android:layout_height="match_parent"
                android:orientation="vertical" >

    <TextView
        android:id="@+id/textView"
        android:layout_width="wrap_content"
        android:layout_height="wrap_content"
        android:textAppearance="?android:attr/textAppearanceLarge"
        android:text="for Name"
        android:layout_alignParentTop="true"
        android:layout_centerHorizontal="true"
        android:layout_marginTop="41dp"/>
    <TextView
        android:id="@+id/textView2"
        android:layout_width="wrap_content"
        android:layout_height="wrap_content"
        android:layout_centerHorizontal="true"
        android:layout_centerVertical="true"
        android:layout_below="@+id/textView"
        android:textAppearance="?android:attr/textAppearanceLarge"
        android:text="for Province"
        android:layout_marginTop="10dp"/>
</RelativeLayout>

ไฟล์ Java Class สำหรับคู่กับ my_fragment.xml ชื่อ MyFragment.java ดังนี้

MyFragment.java
package com.thongjoon.viewpager_demo;

import android.os.Bundle;
import android.support.v4.app.Fragment;
import android.view.LayoutInflater;
import android.view.View;
import android.view.ViewGroup;
import android.widget.TextView;
import java.util.Arrays;
import java.util.List;

public class MyFragment extends Fragment {

    //กำหนดให้เป็น static เพื่อจะได้ส่งข้อมูลจากภายนอก คือจาก PageViewActivity ได้
    public static final MyFragment newInstance(String data) {
        MyFragment f = new MyFragment();
        Bundle myBundle = new Bundle(1);
        myBundle.putString("myData", data);
        f.setArguments(myBundle);
        return f;
    }

    @Override
    public View onCreateView(LayoutInflater inflater, ViewGroup container,
                             Bundle savedInstanceState) {

        //รับข้อมูลที่ส่งเข่ามาจาก static
        String data = getArguments().getString("myData");

        //แปลงข้อมูลที่เข้ามาในรูปของ String ให้อยู่ในรูปของ List
        List dataList = Arrays.asList(data.split(";"));

        View v = inflater.inflate(R.layout.my_fragment, container, false);
        TextView thisName = (TextView)v.findViewById(R.id.textView);
        thisName.setText(dataList.get(0));
        TextView thisProvince = (TextView)v.findViewById(R.id.textView2);
        thisProvince.setText(dataList.get(1));

        return v;
    }

}


2. สร้าง Adapter 

ไฟล์ Java Class นี้ชื่อ MyPagerAdapter.java ดังนี้

MyPagerAdapter.java
package com.thongjoon.viewpager_demo;

import android.support.v4.app.Fragment;
import android.support.v4.app.FragmentManager;
import android.support.v4.app.FragmentPagerAdapter;

import java.util.List;

public class MyPagerAdapter extends FragmentPagerAdapter {
    private List fragments;

    public MyPagerAdapter(FragmentManager fm, List fragments) {
        super(fm);
        this.fragments = fragments;
    }

    @Override
    public CharSequence getPageTitle(int position) {
        return "รายการที่ " + (position + 1) + " จาก " + this.fragments.size();
    }

    @Override
    public Fragment getItem(int position) {
        return this.fragments.get(position);
    }

    @Override
    public int getCount() {
        return this.fragments.size();
    }
}

3. สร้าง หน้าหลัก

ไฟล์ XML โปรแกรม Android Studio เมื่อกำหนดให้ใช้ Blank Project จะสร้างให้ 2 ไฟล์ คือ activity_main.xml และ content_main.xml นำไฟล์ content_main.xml มาปรับ เป็นดังนี้

content_main.xml
<RelativeLayout
    xmlns:android="http://schemas.android.com/apk/res/android"
    xmlns:app="http://schemas.android.com/apk/res-auto"
    xmlns:tools="http://schemas.android.com/tools"
    android:layout_width="match_parent"
    android:layout_height="match_parent"
    android:paddingBottom="@dimen/activity_vertical_margin"
    android:paddingLeft="@dimen/activity_horizontal_margin"
    android:paddingRight="@dimen/activity_horizontal_margin"
    android:paddingTop="@dimen/activity_vertical_margin"
    app:layout_behavior="@string/appbar_scrolling_view_behavior"
    tools:context="com.thongjoon.viewpager_demo.MainActivity"
    tools:showIn="@layout/activity_main">
    <android.support.v4.view.ViewPager
        android:id="@+id/viewpager"
        android:layout_width="fill_parent"
        android:layout_height="fill_parent"
        android:layout_below="@id/toolbar">

        <android.support.v4.view.PagerTabStrip
            android:id="@+id/pager_header"
            android:layout_width="match_parent"
            android:layout_height="wrap_content"
            android:layout_gravity="top"
            android:paddingBottom="4dp"
            android:paddingTop="0dp" />
    </android.support.v4.view.ViewPager>

</RelativeLayout>

ในส่วน PagerTabStrip คือ ชื่อของหน้าแต่ละหน้า ถ้าไม่ต้องการให้มีชื่อหน้าแต่ละหน้า ก็สามารถตัดส่วนนี้ออกไปได้

activity_main.xml
<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<android.support.design.widget.CoordinatorLayout
    xmlns:android="http://schemas.android.com/apk/res/android"
    xmlns:app="http://schemas.android.com/apk/res-auto"
    xmlns:tools="http://schemas.android.com/tools"
    android:layout_width="match_parent"
    android:layout_height="match_parent"
    android:fitsSystemWindows="true"
    tools:context="com.thongjoon.viewpager_demo.MainActivity">

    <android.support.design.widget.AppBarLayout
        android:layout_width="match_parent"
        android:layout_height="wrap_content"
        android:theme="@style/AppTheme.AppBarOverlay">

        <android.support.v7.widget.Toolbar
            android:id="@+id/toolbar"
            android:layout_width="match_parent"
            android:layout_height="?attr/actionBarSize"
            android:background="?attr/colorPrimary"
            app:popupTheme="@style/AppTheme.PopupOverlay"/>

    </android.support.design.widget.AppBarLayout>

    <include layout="@layout/content_main"/>

    <android.support.design.widget.FloatingActionButton
        android:id="@+id/fab"
        android:layout_width="wrap_content"
        android:layout_height="wrap_content"
        android:layout_gravity="bottom|end"
        android:layout_margin="@dimen/fab_margin"
        android:src="@android:drawable/ic_dialog_email"/>

</android.support.design.widget.CoordinatorLayout>


และสุดท้ายคือการสร้าง java ไฟล์หลัก คือ MainActivity.java ดังนี้

MainActivity.java
package com.thongjoon.viewpager_demo;

import android.os.Bundle;
import android.support.design.widget.FloatingActionButton;
import android.support.design.widget.Snackbar;
import android.support.v7.app.AppCompatActivity;
import android.support.v7.widget.Toolbar;
import android.view.View;
import android.view.Menu;
import android.view.MenuItem;
import java.util.ArrayList;
import java.util.List;
import android.os.Bundle;
import android.support.v4.app.Fragment;
import android.support.v4.app.FragmentActivity;
import android.support.v4.view.ViewPager;

public class MainActivity extends AppCompatActivity {

    MyPagerAdapter pageAdapter;

    @Override
    protected void onCreate(Bundle savedInstanceState) {
        super.onCreate(savedInstanceState);
        setContentView(R.layout.activity_main);
        Toolbar toolbar = (Toolbar) findViewById(R.id.toolbar);
        setSupportActionBar(toolbar);
        getSupportActionBar().setDisplayShowHomeEnabled(true);
        getSupportActionBar().setIcon(R.mipmap.ic_launcher);



        List<Fragment> fragments = getFragments();

        pageAdapter = new MyPagerAdapter(getSupportFragmentManager(), fragments);

        ViewPager pager = (ViewPager)findViewById(R.id.viewpager);
        pager.setAdapter(pageAdapter);

    }
    //สร้างข้อมูลในแต่ละหน้า ซึ่งจะส่งข้อมูลไปยัง MyFragment.newInstance()
    private List<Fragment> getFragments(){
        List<Fragment> fragmentList = new ArrayList<Fragment>();

        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมหมาย;อยุธยา"));
        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมศักดิ์;ปราจีนบุรี"));
        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมทรง;ชัยนาท"));
        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมศรี;นครปฐม"));
        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมจิต;ราชบุรี"));
        fragmentList.add(MyFragment.newInstance("สมบูรณ์;ลพบุรี"));

        return fragmentList;
    }

}
สำหรับภาพ Logo ผมทำขึ้นใหม่ นำไปไว้ในห้อง mipmap เดี๋ยวนี้ ไม่นิยมให้ภาพ Logo อยู่ในตำแหน่งนี้ ถ้าจะเอาออก ให้ลบส่วนที่กำหนดภาพออกไป
        getSupportActionBar().setDisplayShowHomeEnabled(true);
        getSupportActionBar().setIcon(R.mipmap.ic_launcher);

โดยสรุป โครงสร้างทั้งหมด มีดังภาพ