วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การใช้ All และ All of

จำง่าย ๆ

ใช้ All of นำหน้าคำ pronoun เช่น us, you, it, him และ her เป็นต้น เช่น
All of us went to the museum.
พวกเราทั้งหมดไปที่พิพิธภัณฑ์

ใช้ All นำหน้าคำนาม ทั่ว ๆ ไป เช่น

All the chairs in this room are very old.
เก้าอี้ทั้งหมดในห้องนี้ เก่ามาก
All the students in my class are coming.
นักเรียนทั้งหมดในห้องของฉันจะมา

ความจริง จะใช้ All of นำหน้าคำนามทั่ว ๆ ไป ก็ได้ ไม่ผิดไวยากรณ์ เช่น พูดว่า

All of the students in my class are coming.
นักเรียนทั้งหมดในห้องของฉันจะมา

จะเห็นว่า ประโยคนี้ มีความหมายเท่ากับ All the students in my class are coming. ดังนั้น คำว่า of ในประโยคนี้ จึงไม่มีความหมายอะไร เป็นส่วนเกินที่ไม่จำเป็น ทำให้ฟุ่มเฟือย ไม่ใช่คำพูดที่สั้นและคม หรือ ที่เรียกว่ามัน  redundant ไม่ใช้จะดีกว่า

ถ้าเกิดเป็นข้อสอบ และมีตัวเลือกให้เลือก ระหว่าง all the students และ all of the students ให้เลือก all the students จะดีกว่า เพราะว่ามันดีกว่า นั่นเอง

อีกประโยคที่ใช้ได้ คือ ใช้ All นำหน้าคำนาม เช่น
All students are coming.
ถ้าเป็นความหมายกวน ๆ ก็หมายถึงว่า นักเรียนทั้งหมดในโลกนี้กำลังมาที่นี่
แต่ถ้าแบบเข้าใจกัน ก็จะหมายถึง นักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นที่รู้กันระหว่างผู้พูดและผู้ฟังว่าหมายถึงใครนั่นเอง ซึ่งก็จะมีความหมายเท่ากับ
All the students are coming.

คำว่า All ทำหน้าที่ได้ 2 อย่าง คือ เป็นคำ adjective และอีกอย่างคือทำหน้าที่เป็น pronoun

  • All students
    คำว่า all ทำหน้าที่เป็น adjective ขยายคำนาม คือ students
    คำ adjective จะใช้ขยาย pronoun ไม่ได้ เราจึงไม่พูดว่า all us แต่พูดว่า all of us
  • All of the students
    คำว่า all ทำหน้าที่เป็น คำ pronoun


แหล่งอ้างอิง
http://www.grammar-monster.com/lessons/all_of.htm






วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ยกเลิกกรอบและเงาของภาพ ใน Dynamic Template ของ Blogger

การกำหนดใช้ หรือไม่ใช้กรอบภาพ และเงาของภาพ ใน Blogger สำหรับ Dynamic template
สำหรับ Dynamic Template มีขั้นตอน ดังนี้
  1. ไป Dashboard เลือก แม่แบบ
  2. เลือกกำหนดค่า
  3. เลือก ขั้นสูง
  4. เลือก เพิ่ม CSS
  5. พิมพ์โค้ดนี้ ในช่องที่กำหนด
    .entry-content img{
    box-shadow: none !important;
    padding: 0px !important;
    border: 0px !important;
    margin: 7px !important;
    }
  6. กดปุ่ม Enter บนคีบอร์ด หลังเครื่องหมาย }
  7. คลิกปุ่ม ใช้กับบล็อก
  8. กลับไปดูหน้าเว็บ จะเห็นว่า ภาพไม่มีกรอบอีกต่อไป
  9. ถ้าจะให้มีกรอบเหมือนเดิม ก็ลบโค้ดที่พิมพ์เข้าไปออก ก็จะได้กรอบเหมือนเดิม

ที่มา:
http://www.southernspeakers.net/2011/11/remove-border-and-shadow-from-blogger.html

get in a car/ get on a bus/ get out of a car/ get off a bus


get in และ get on (ขึ้นรถ)

  • get in ใช้กับรถยนต์ รถแท็กซี่ รถตู้(van) รถบรรทุก(truck) เรือขนาดเล็ก(boat) เรือแคนนู เป็นต้น
    The taxi pulled up and we got in.
    รถแท็กซี่คันนั้นมาจอดและพวกเราก็ขึ้น(รถแท็กซี่)
    Sheila got in her car and left.
    ชีลล่าขึ้นรถและ(ขับรถ)จากไป
    Watch our expert how to get in and out of a canoe in this video.
    (ไม่ใช่ Watch our expert how to get on and off a canoe in this video.)
    ดูผู้เชี่ยวชาญของเรา(สาธิตการ)ขึ้นและลงเรือแคนูจากวิดีโอนี้
  • get on ใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง รถไฟ รถไฟฟ้า เครื่องบิน  เรือเดินทะเล(shop) เป็นต้น
    We got on the train at Ayutthaya and went up to Pisanuloke.
    เราขึ้นรถไฟที่อยุธยาและเดินทางขึ้นเหนือไปพิษณุโลก

    สรุป

    ถ้าสามารถเดินขึ้นรถและเข้าไปยืนได้ ให้ใช้คำว่า get on นอกจากนั้น ให้ใช้ get in
    get on a bus/train/plane/ship/etc.
    get in a car/van/taxi/truck/boat/etc.
get out of และ get off (ลงรถ)
  • get out of ใช้กับรถยนต์ รถแท็กซี่ เรือ รถบรรทุก(truck) เป็นต้น
    We got out of the taxi and paid the driver.
    (ไม่ใช่ We got off the taxi and paid the driver.)
    เราลงรถแท็กซี่ และจ่ายค่าโดยสารให้คนขับ
  • get off ใช้กับยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถประจำทาง รถไฟ รถไฟฟ้า เครื่องบิน เรือเดิน ทะเล(shop) เป็นต้น
    I must get off the bus at the next stop.
    เราต้องลงจากรถประจำทางคันนี้ที่ป้ายหน้า
ยกเว้น
  • ในกรณีเหตุเร่งด่วน เราใช้ get out of the bus ก็ได้ เช่น คนขับรถบัสเห็นสิ่งแปลกปลอมสงสัยว่าจะเป็นอันตราย จึงตะโกนให้ทุกคนลงจากรถ
    Everybody get out of the bus!

อ้างอิง
http://www.eslcafe.com/grammar/confusing_words_get10.html
http://www.usingenglish.com/reference/phrasal-verbs/get+on.html
http://www.usingenglish.com/reference/phrasal-verbs/get+out+of.html
https://jakubmarian.com/get-off-vs-get-out-of-vs-take-off-vs-exit-a-bus-in-english/
https://www.youtube.com/watch?v=qhQ1_Y5l2Qk
https://intensiveenglishuiu.com/2015/09/12/get-in-a-car-vs-get-on-a-bus-why/

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การใช้ some any และ no

หลักการโดยทั่วไป

  • some ใช้กับประโยคบอกเล่า ใช้กับนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ และนามนับไม่ได้ เช่น
    There are some books on the table.
    มีหนังสือ 2-3 เล่มบนโต๊ะนั้น (books = นามนับได้และเป็นพหูพจน์)
    There are some water left in the bottle.
    มีน้ำอยู่บ้างในขวดนั้น(water = นามนับไม่ได้)
     
  • any ใช้กับประโยคคำถามและปฏิเสธ ใช้กับนามนับได้ และนามนับไม่ได้ เช่น
    ประโยคคำถาม
    Do you have any pens?

    คุณมีปากกาไหม(pens = นามนับได้และเป็นพหูพจน์)
    Do you have any money?
    คุณมีเงินบ้างไหม (money = นามนับไม่ได้)

    ถ้าใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ ให้ใช้คำว่า a หรือ an แทน เช่น
    Have you got a pen? (ไม่ใช่ Have you got any pen?)
      
  • no มีความหมายเท่ากับ nor a หรือ not any สามารถใช้ได้ทั้งนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ ขึ้นอยู่กับความหมาย เช่น
    She has got no children.
    เธอไม่มีบุตรเลย
    He must lead a lonely life in that village: he has no wife and no children.
    เขาคงใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงา: เขาไม่มีภรรยาและไม่มีลูก
    (no wife = เอกพจน์ no children = พหูพจน์  -- โดยปกติ คนมีภรรยา 1 คน แต่มีลูกหลายคน)

    ข้อสังเกต
    เราจะไม่ใช้ Not any ขึ้นต้นประโยค แต่จะใช้คำว่า No ขึ้นต้นประโยค เช่น
    No child is ugly. (ไม่ใช้ Not any child is ugly.)
    ไม่มีเด็กคนใดน่าเกลียด

    อย่าใช้ประโยคปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ (Not + no)เช่น
    I don't have no friends here. แต่ให้พูดว่า
    I don't have any friends here.
ข้อยกเว้น

some
  • ในประโยคคำถาม ที่เราคิดว่าคำตอบน่าจะเป็นการตอบรับ หรือ Yes เราจะใช้คำว่า some แทนคำว่า any แต่ความจริง คำตอบก็อาจจะเป็น No หรือเป็นปฏิเสธได้ แต่อาจจะทำให้ผู้ถามแปลกใจนิดหน่อย เช่น

    คุณเห็นเพื่อนกำล้งเอามือขยี้ตา จึงถามว่า
    What’s wrong, have you got something in your eye?
    มีอะไรผิดปกติหรือ มีอะไรเข้าตาใช่ไหม (ใช้คำว่า something แทน anything)

    แม่บอกลูกให้ไปซื้อของ
    Can you buy some bread when you go to the shop?
    ซื้อขนมปังมาให้หน่อยตอนไปที่ร้านค้าแห่งนั้น
    (ใช้คำว่า some bread ไม่ใช้คำว่า any bread)
     
  • การขอร้อง (Request) หรือ การเสนอความช่วยเหลือ (Offering) ซึ่งมักจะขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า Can I .... หรือ Would you like ..... เราจะใช้คำว่า some แทน คำว่า any เช่น

    Can I have some water, please?
    ฉันขอน้ำหน่อยนะคะ
    ไม่ใช้ Can I have any water, please?
    (ในกรณีนี้ รูปประโยคเป็นคำถาม แต่ใช้คำว่า some เพราะเป็นการร้องขอ หรือ request)
    Would you like some chicken?
    คุณต้องการไก่ไหม
     
any
  • ใช้ any ในประโยคบอกเล่า ใช้กับนามที่นับได้ทั้งที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์ หรือนามที่นับไม่ได้ ในกรณีนี้ จะมีความหมายว่า อันไหน ชิ้นไหน สิ่งไหน ก็ได้ ไม่สำคัญ เช่น
    You can take any book you like.
    คุณชอบหนังสือเล่มไหน ก็หยิบเอาไปได้เลย
    You can take any books you like.
    คุณชอบหนังสือเล่มไหน ก็หยิบเอาไปได้เลย (เอาไปได้มากกว่า 1 เล่ม)
     
  • ในประโยคเงื่อนไข มักจะใช้ any (แต่จะใช้ some ก็ได้ ไม่ผิด) เช่น
    If you see anything strange, tell me.
    ถ้าเห็นอะไรผิดสังเกต ก็ให้บอกผมนะ
    If you like any of these books, you can borrow it.
    ถ้าคุณชอบหนังสือเล่มไหน คุณสามารถยืมได้(มากกว่า 1 เล่ม)
     
  • any กับคำนามนับได้ที่เป็นเอกพจน์ มีความหมายว่า อันไหน สิ่งไหน ก็ได้
    โดยปกติ คำนามนับได้ที่ตามหลัง any จะเป็นพหูพจน์ แต่ก็สามารถใช้เป็นเอกพจน์ได้ โดยความหมายอาจจะแตกต่างไปบ้าง เช่น
    Is there a park near here? (มีสวนสาธารณะสักแห่งแถวนี้ไหม)
    ประโยคนี้ใช้ a นำหน้า ในกรณีที่ถามเกี่ยวกับคำนามนับได้ เอกพจน์

    Is there any park near here?
    ใช้ในกรณีพิเศษ เช่น ถามถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แต่ได้รับคำตอบว่า มันอยู่ไกลมาก ทีนี้ไม่สนใจสวนแห่งนั้นแล้ว เอาเป็นสวนอะไรก็ได้สักแห่งที่อยู่แถว ๆ นี้น่ะ มีไหม ก็จะถามด้วยประโยคนี้ เช่น
    A:Is Vincent Lee Park near here?
    B:No. That's quite far away.
    A:Oh. I see. Is there any park near here?
    (ไม่สนใจแล้วว่าต้องเป็น Vincent Lee Park เอาเป็น สวนอะไรก็ได้)

    Are there any parks near here?
    มีสวนสาธารณะแถวนี้ไหม
    (มีความหมายเหมือนกับ Is there a park near here? แต่ก็อาจจะหมายถึงหลายสวน ก็ได้)


อ้างอิง
http://www.englishpractice.com/improve/uses-of-any/
http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/grammar/learnit/learnitv354.shtml
https://www.espressoenglish.net/some-any-no-exercises/
http://www.multimedia-english.com/grammar/some-any-no-special-cases-6
https://www.englishforums.com/English/AnySingularOrPluralNoun/wklp/post.htm

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

May/Can/Could I...?

การขออนุญาต จะขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า May I, Can I หรือ Could I ทั้ง 3 คำนี้ใช้ต่างกันอย่างไร

May I ...

ใช้ May ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นทางการ เช่น ใช้กับครู หรือ สุภาพชนที่ไม่คุ้นเคย ก็ได้ เช่น

May I be excused?
ขออนุญาตออกไปข้างนอก, ขออนุญาต ขอตัวก่อนนะครับ (เช่น จะขอตัวลุกออกไปก่อนจากโต๊ะอาหาร)
Teacher, may I go to the bathroom?
ครูครับ ขออนุญาตไปห้องน้ำ
May I borrow your pen for a second?
ขอยืมปากกาแป๊บนึงนะครับ
May I speak to Mr. Brown, please?
ขอพูดกับคุณบราวน์หน่อยได้ไหมครับ

การใช้ May you...


ห้ามใช้ May you เพื่อขอให้ใครทำอะไร เช่น
May you open the door, please? แต่ให้พูดว่า
Can you open the door, please? ดีกว่า

May you ใช้สำหรับการอวยพร หรือแสดงความปรารถนาดี เช่น
May you live long.
ขอให้อายุยืน
May you be happy always.
ขอให้มีความสุขนิรันดร์

Can I ....

ใช้ Can เพื่อขออนุญาตในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ หรือเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป ก็ใช้ได้ เช่น พูดกับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนบุคคลทั่วไป ก็ได้ เช่น

Can I speak to Mr. Brown, please?
ขอพูดกับคุณบราวน์หน่อยได้ไหมครับ
Can I see it?
ขอดูหน่อยได้ไหม
Can I get something to drink?
ขออะไรดื่มหน่อยได้ไหม
Can I get you something to drink?
จะรับน้ำอะไรดีคะ/ครับ

ในปัจจุบัน นิยมใช้คำว่า Can มากกว่าคำว่า May ซึ่งดูค่อนข้างจะเป็นทางการมาก

Could I ...

ใช้กับการขอร้องอะไรที่คิดว่า น่าจะเป็นเรื่องใหญ่สักหน่อย เช่น ขอยืมใช้รถยนต์ เป็นต้น

Could I borrow your car for a few days?
ขอยืมใช้รถสัก 2-3 วันได้ไหม

Could I ... มีความเป็นทางการน้อยกว่า May I ...






วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การใช้คำว่า suggest

suggest แปลว่าแนะนำ ในภาษาไทยเราพูดว่า

ใคร + แนะนำ + ใคร + ให้ทำอะไร

แต่ในภาษาอังกฤษ เราจะไม่พูดว่า
He suggested us that we should go to the beach.
แต่ต้องพูดว่า
He suggested that we should go to the beach. หรือ
He suggested that we go to the beach.
(ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันจะไม่ใช้ should แต่จะตามด้วยกริยาช่องที่ 1 ที่ไม่มี to นำหน้า)

การใช้ suggest มีวิธีใช้ 3 ลักษณะ ใหญ่ ๆ คือ

  1. Suggest that someone do something (แนะนำว่า ใคร ทำอะไร) รูปประโยคที่ใช้คือ

    Subject + suggest + (that) + subject + กริยาช่อง 1 ที่ไม่มี to

    คำว่า that อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้

    ตัวอย่างประโยค

    The company suggested (that) we take an extra day off.
    ไม่ใช่ The company suggested us to take an extra day off.

    She suggests (that) we go out for dinner after the movie.
    He suggested that Somsak go for a drink. (ไม่ใช่ goes for a drink)
  2. Suggest doing something (แนะนำ ให้ทำอะไร) รูปประโยคที่ใช้คือ

    Subject + suggest + gerund (กริยาเติม ing)

    ตัวอย่างประโยค

    The company suggested taking an extra day off.
    Her brother suggests studying harder so she can get into a good university.
    My trainer suggests eating less and exercising more.   I suggest wearing a hat to protect us from the sun. ไม่ใช่ I suggest to wear a hat to protect us from the sun.
  3. Suggest something (แนะนำอะไร) รูปประโยคที่ใช้ คือ Subject + suggest + คำนาม ตัวอย่างประโยค I hope you can suggest a good hotel (to me).
    She suggested a walk before dinner.
    Can you suggest some interesting apps?


http://www.englishteachermelanie.com/grammar-how-to-use-the-verb-suggest/
http://www.ldoceonline.com/dictionary/suggest