ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การวิเคราะห์ ตาราง กราฟ แผนภูมิ เตรียมสอบ ก.พ. ท้องถิ่น

การวิเคราะห์ ตาราง แผนภูมิ และกราฟ
ข้อสอบ ก.พ. การวิเคราะห์ ตาราง แผนภูมิ และกราฟ มักจะถามให้วิเคราะห์เป็นค่าร้อยละ ซึ่งสามารถใช้การเทียบบัญญัติไตรยางศ์ ได้ในทุกกรณี เช่น

จากแผนภูมิ ปริมาณน้ำฝน ในเดือน กรกฎาคม 2559 ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละเท่าไร
วิธีทำแบบเทียบบัญญัติไตรยางศ์
เดือน มิถุนายน 2559 ปริมาณน้ำฝน = 350 ม.ม.
เดือน กรกฎาคม 2559 ปริมาณน้ำฝน = 200 ม.ม.
∴ ปริมาณน้ำฝน ลดลง = 350-200 = 150 ม.ม.
เทียบบัญญัติไตรยางศ์
ปริมาณน้ำฝน 350 ม.ม. ลดลง = 150 ม.ม.
ปริมาณน้ำฝน 100 ม.ม. ลดลง = (150/350)(100)
= 42.86

วิธีลัด ควรใช้สูตรเพื่อย่นระยะเวลาการคิดให้เร็วขึ้น ดังนี้
  1. ถ้าถามร้อยละการเปลี่ยนแปลง(△%) เช่น ถามว่า มากขึ้น หรือ ลดลงร้อยละเท่าไร ให้ใช้สูตร

    ((new_value/original_value)-1)(100)

    ตัวอย่าง
    จากแผนภูมิ ปริมาณน้ำฝน ในเดือน กรกฎาคม 2559 ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละเท่าไร
    จำนวนใหม่ หรือ new_value (เดือน กรกฎาคม 2559) = 200
    จำนวนเดิม หรือ original_value (เดือน มิถุนายน 2559) = 350
    เข้าสูตร
    ∴ คิดเป็นร้อยละ = ((200/350)-1)(100) = -42.86%
    (ติดเครื่องหมายลบ แสดงว่า ปริมาณลดลง ถ้าเป็นบวก แสดงว่า ปริมาณเพิ่มขึ้น)

    อีกสูตรหนึ่ง คือ
    (จำนวนปัจจุบัน)-(จำนวนก่อนหน้า)/(จำนวนก่อนหน้า)
    x 100

    ตัวอย่าง
    จากแผนภูมิ ปริมาณน้ำฝน ในเดือน กรกฎาคม 2559 ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละเท่าไร
    จำนวนปัจจุบัน (เดือน กรกฎาคม 2559) = 200
    จำนวนก่อนหน้า (เดือน มิถุนายน 2559) = 350
    เข้าสูตร
    200-350/350
    x 100
    = -42.86%
    (ติดเครื่องหมายลบ แสดงว่า ปริมาณลดลง ถ้าเป็นบวก แสดงว่า ปริมาณเพิ่มขึ้น)

  2. ถ้าให้หาความแตกต่าง ระหว่าง 2 จำนวน ให้ใช้สูตร
    ต้องเปรียบเทียบหาความแตกต่างระหว่างจำนวน 2 จำนวน ต้องเปรียบเทียบ กับ ค่าเฉลี่ยของผลรวมของทั้งสองจำนวน

    (จำนวนที่ 1)-(จำนวนที่ 2)/((จำนวนที่ 1)+(จำนวนที่ 2))/2
    x 100

    ตัวอย่าง
    จากแผนภูมิ ปริมาณน้ำฝน ในเดือน พฤษภาคม 2554 และ 2556 ต่างกัน ร้อยละเท่าไร
    จำนวนที่ 1 (เดือน พฤษภาคม 2554) = 350
    จำนวนก่อนหน้า (เดือน พฤษภาคม 2556) = 150
    เข้าสูตร
    350-150/(350+150)/2
    x 100
    = 80%
    (กรณีหาค่าความแตกต่าง จะไม่คิดเครื่องหมายใด ๆ ไม่ว่าจะติดลบ หรือไม่ติดลบ ก็ตาม ใช้เฉพาะค่าตัวเลขเท่านั้น โดยไม่คิดเครื่องหมาย)

  3. ในกรณีที่เปรียบเทียบกับค่าคงที่ ให้ใช้สูตร

    (จำนวนที่นำไปเปรียบเทียบ)-(ค่าคงที่)/(ค่าคงที่)
    x 100


ตัวอย่างที่ 1

จากแผนภูมิ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในปี 2559 คือ 200 ม.ม. ปริมาณน้ำฝนในเดือน มิถุนายน 2559 มากกว่าหรือน้อยกว่า เกณฑ์เฉลี่ย ร้อยละเท่าไร

วิธีคิด
เข้าสูตร
350-200/200
x 100
= 75%
ได้ค่า เป็นบวก แสดงว่า ฝนมากกว่าเกณฑ์เฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 75


ใช้ข้อมูลนี้ สำหรับ ตัวอย่างที่ 2-3
มูลค่าการส่งออกข้าวไทย 4 เดือนแรก ปี 2560
หน่วย: ล้านบาท
ชนิดม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.
ข้าวขาว5,1755,6035,8985,388
ข้าวหอมมะลิ3,1173,5563,3552,469
ข้าวหัก1,5111,6101,7651,688
ข้าวเหนียว502432373221
ข้าวนึ่ง1,8872,4382,5943,347
Total12,19213,63913,98513,113



ตัวอย่างที่ 2

มูลค่าการส่งออกข้าวขาว เดือน เมษายน ลดลงจากเดือน มีนาคม ร้อยละเท่าไร

วิธีคิด
มี.ค. มูลค่าส่งออก = 5,898 บาท
เม.ย. มูลค่าส่งออก = 5,388 บาท

สูตรการหาการเปลี่ยนแปลง(△%) คือ
((new_value/original_value)-1)(100)

เพื่อให้คำนวนได้เร็วขึ้น ควรตัดตัวเลขออก 2 หลัก
แทนค่าในสูตร
=((53/58)-1)(100)
= -8.62

ได้ค่าติดลบ แสดงว่า มูลค่าการส่งออกลดลง

ตัวอย่างที่ 3

จากตารางข้างต้น มูลค่าการส่งออกข้าวขาว และข้าวหอมมะลิ ในเดือน มกราคม ต่างกันร้อยละเท่าไร

วิธีคิด
มูลค่าส่งออกข้าวขาว = 5,175 บาท
มูลค่าส่งออกข้าวหอมมะลิ = 3,117 บาท

สูตรการหาความต่าง คือ
(จำนวนที่ 1)-(จำนวนที่ 2)/((จำนวนที่ 1)+(จำนวนที่ 2))/2 x 100

เพื่อให้คำนวนได้เร็วขึ้น ควรตัดตัวเลขออก 2 หลัก
แทนค่าในสูตร
=(51)-(31)/((51)+(31))/2 x 100
= 48.7%

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …