ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้ "การ" หรือ "ความ" นำหน้าคำในภาษาไทย ข้อสอบ ก.พ.

การใช้ การ หรือ ความ นำหน้าคำในภาษาไทย

คำที่มี “การ” หรือ “ความ” นำหน้า เป็นคำนามที่ใช้บอกอาการกระทำ หรือที่เรียกว่า อาการนาม มีหลักในการใช้ ดังนี้

การใช้ “การ”
การสามารถใช้นำหน้าคำนาม หรือคำกริยา ได้
- นำหน้าคำนาม จะหมายความว่า เรื่อง, ธุระ, หน้าที่ เช่น การบ้าน การครัว การคลัง การเมือง การไฟฟ้า การประปา เป็นต้น
- นำหน้าคำกริยา ส่วนมากมักจะเป็น คำกริยาที่แสดงความเป็นไปทางกาย ซึ่งจะทำให้คำกริยานั้นเป็นคำนาม เช่น การกิน การเดิน การออกกำลังกาย  การขับรถ  การวิ่ง  การเล่นกีฬา การปฐมพยาบาล การหายใจ การจับกุม การสืบสวนสอบสวน เป็นต้น

การใช้ “ความ”
ความ  สามารถใช้นำหน้าคำกริยาหรือคำวิเศษณ์เพื่อแสดงสภาพ หรือคำนาม ก็ได้
- นำหน้าคำกริยา มักจะเป็นคำกริยาที่แสดงความเป็นไปทางจิตใจ หรือคำที่แสดงความนึกคิด เป็นนามธรรม เช่น ความรู้  ความคิด  ความเข้าใจ ความหวัง  ความอดทน  ความเมตตา  ความสงบเรียบร้อย ความเจริญ ความเสื่อม เป็นต้น
- วลีที่มีคำกริยา “มี” และ "เป็น" นำหน้าคำนาม หรือ คำวิเศษณ์ ให้ใช้ "ความ" นำหน้าเสมอ เช่น ความเป็นเพื่อน ความเป็นมนุษย์  ความเป็นใหญ่  ความมีพลัง ความมีสติ ความมีโชค เป็นต้น
- นำหน้าคำวิเศษณ์  เช่น  ความดี  ความชั่ว  ความสูง  ความยาว  ความอบอุ่น  ความร้อน  ความแห้งแล้ง  ความเดือดร้อน   ความอ่อนแอ  ความรวดเร็ว  ความร่ำรวย  เป็นต้น
- นำหน้าคำนาม เช่น ความวัว ความควาย ในประโยคที่ว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม
 คำบางคำ ก็สามารถใช้ได้ทั้ง การ และความ แต่ความหมายอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ลองดูประโยค ต่อไปนี้

  • การเป็นผู้นำที่ดี ไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้ (รูปธรรม - กระทำอาการได้)
  • ความเป็นผู้นำ เป็นสิ่งที่สามารถสร้างกันได้ มิใช่สิ่งที่มีมาแต่กำเนิด (นามธรรม)
  • การคิดเลขเร็ว เป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ (รูปธรรม - กระทำอาการได้)
  • ความคิดสร้างสรรค์ เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (นามธรรม)
  • การเสียสละสิ่งของให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย เป็นสิ่งที่ควรกระทำ (รูปธรรม - กระทำอาการได้)
  • ความเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นคุณสมบัติที่พึงมีของคนในชาติ(นามธรรม)
ดังนั้น การเลือกใช้ การ หรือ ความ จึงต้องพิจารณาความหมายและบริบทของประโยคประกอบด้วย จึงจะสามารถเลือกใช้ได้ ถูกต้อง เหมาะสม และสื่อความหมายตรงกัน




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …