ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แก้วมังกร ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

แก้วมังกร นอกจากดอกจะสวย ผลสีแดง คล้ายเกล็ดมังกรแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ที่น่าสนใจมากทีเดียว
 Dr. Jose Axe ใช้สโลแกนว่า อาหารเป็นยา (Food is medicine.) บอกถึงคุณค่าของ แก้วมังกร หรือ Dragon fruit ไว้อย่างน่าสนใจว่า

  1. เพิ่มพลังให้แก่ภูมิค้มกันของร่างกาย เพราะมี ฟลาวานอย (flavonoids) และอุดมไปด้วยวิตามินซี อีกทั้งแก้วมังกร ยังเป็นตัวต้านทานอนุมูลอิสระ ในระดับต้น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี วิตามิน B1 B2 และ B3 มี แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส เหล็ก โปรตีน ไนอาซิน และ ใยอาหาร ซึ่ง ทั้งหมดนี้ จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่ภูมิคุ้มกัน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าภูมิคุ้มกันดี ก็จะห่างไกลจากโรคร้ายและความเจ็บป่วย
    วารสาร Journal of Food Science รายงานการวิจัยว่า โพลิฟินอล และฟลาวานอย ที่สกัดได้จากเนื้อและเปลือกแก้วมังกรชนิดเนื้อสีขาวและสีแดง ยังช่วยสะกัดเซลมะเร็งได้หลายชนิด 
  2. ช่วยระบบย่อยอาหาร แก้วมังกรมีใยอาหาร ที่จะช่วยให้ระบบลำไส้ทำงาน ไม่ทำให้ท้องผูก ป้องกันการเกิดระคายเคืองในลำไส้
    แก้วมังกรสด มีใยอาหาร  1 กรัม ต่อเนื้อแก้วมังกร 100 กรัม แต่ถ้าตากแห้ง จะมีใยอาหาร 10 กรัม ต่อเนื้อ 100 กรัม ซึ่งจัดว่าเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูงชนิดหนึ่ง Dr. Axe บอกว่า ถ้าอยากได้ใยอาหารเพิ่มมากขึ้นอีก ก็สามารถกินเปลือกได้นะ
    วารสาร 3 Biotech อ้างคุณประโยชน์ของ พรีไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ซึ่งอยู่ในระบบทางเดินอาหารว่า แก้วมังกร เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ในการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ให้แก่ผู้ที่มีปัญหา โรคอ้วน โรคมะเร็ง ภาวะภูมิแพ้(hypersensitivity) โรคหลอดเลือด และ โรคที่มีความเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ อีกด้วย
  3. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน Dr.Axe บอกว่า จากที่แก้วมังกรมี ใยอาหารมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องระบบการย่อยอาหารแล้ว ใยอาหารยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ตลอดจนรักษาระดับน้ำตาลที่เป็นปกติ อีกด้วย เพราะ แก้วมังกร จะช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด เมื่อกินอาหารที่มีค่าดัชนีไกลซีมิคสูง(high glycemic index) ซึ่ง อาหารประเภทนี้ เป็นอาหารที่ร่างกายเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว
    วารสาร Journal of Pharmacognosy Research รายงานการวิจัยว่า แก้วมังกร ให้ผลดีต่อผู้ทดลอง ที่มีภาวะความไม่สมดุลของการเกิดอนุมูลอิสระ (oxidative stress) ซึ่งแสดงว่าการกินแก้วมังกร มีประโยชน์ ช่วยได้ในเรื่องโรคเบาหวาน ซึ่งในการวิจัยต่อเนื่อง ได้วิจัยกับหนู เกี่ยวกับแก้วมังกร และภาวะดื้อต่ออินสุลิน (Insulin resistance) ซึ่งพบว่า แก้วมังกรช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานด้วย
  4. ช่วยให้หัวใจแข็งแรง จากการวิจัยเดียวกันเกี่ยวกับแก้วมังกรและโรคเบาหวาน ได้มีการศึกษาเรื่องแก้วมังกรและโรคหัวใจ ซึ่งคร่าชีวิตมนุษย์ ปีละประมาณ 175 ล้านคนทั่วโลก การวิจัยนี้ พบว่า แก้วมังกร อาจช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย และเพิ่มปริมาณคอเรสเตอรอลชนิดดีได้ด้วย แก้วมังกรจึงเป็นอาหารชั้นหนึ่ง ที่ช่วยลดคอเรสเตอรอล และที่สำคัญคือ แก้วมังกรเป็นแหล่งวิเศษสำหรับ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (monounsaturated fats) จึงช่วยรักษาหัวใจให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ
  5. ช่วยให้ดูเป็นหนุ่มสาว ที่เป็นเช่นนี้เพราะ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากในแก้วมังกร มีผลในทางการบำรุงรักษาผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเต่งตึง และฟอสฟอรัส ยังช่วยชะลอความชรา ฟอสฟอรัสมีอยู่ในเซลทุกเซลของร่างกาย คิดน้ำหนักเป็น ร้อยละ 1 ของร่างกาย ฟอสฟอรัสช่วยซ่อมแซมเซล จึงช่วยให้ผิวหนังดูเป็นหนุ่มสาว ไม่แก่ก่อนวัย
  6. ศักยภาพในการป้องกันมะเร็ง แก้วมังกร มี ไฟโตอัลบูมิน(phytoalbumin) ซึ่งเมื่อรวมกับวิตามินซี และสารอาหารอื่น ๆ แล้ว ทำให้ เสริมศักยภาพของแก้วมังกร ในด้านการต้านอนุมูลอิสระ และ โรคมะเร็ง นอกจากนี้ ไลโคพีน (lycopene) ซึ่งมีในผักผลไม้ที่มีสีแดง ส้มและเหลือง เช่น มะเขือเทศ แตงโม และแก้วมังกร ยังอาจจะช่วยป้องกันมะเร็ง ต่อมลูกหมาก มะเร็งทรวงอก ปอด ตับ และมะเร็งผิวหนัง อีกด้วย
เห็นไหมล่ะครับ แก้วมังกร สวยด้วย ดีด้วยอีกต่างหาก


ที่มา
https://draxe.com/dragon-fruit-benefits/







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …