ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้ไฟล์เสียง mp3 ใน Blogger ร่วมกับ Google Site

การใช้เสียงใน Blogger หรือ Blogspot มี 2 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ

  1. การนำไฟล์เสียงไว้บน Server ในตัวอย่างนี้จะใช้ Google site ซึ่งสามาชิกอีเมลของ Google ทุกคนสามารพถใช้ได้ฟรี
  2. การลิงค์ไฟล์เสียงในหน้าของ Blogger หรือ  Blogspot
ตัวอย่างการใช้เสียง ใน Blogger หรือ Blogspot



(เดี่ยวขลุ่ย เพลงลมพัดชายเขา ๒ ชั้น โดยครูสุวิทย์ แก้วกระมล)

การสร้าง Site บน Google Site และ upload ไฟล์

  1. ถ้ายังไม่มีอีเมลของ Google ให้สมัครอีเมลก่อน
  2. login เข้าใช้งานอีเมล
  3. ไปที่หน้า Google Site โดยพิมพ์ https://sites.google.com/
  4. จะเห็นปุ่มให้ Create ไชต์ 
  5. คลิกปุ่ม CREATE และทำตามหน้าจอ โดยตั้งชื่อ และเลือก Template แนะนำให้เลือก Blank Template จะง่ายและสะดวก
  6. เมื่อได้ Site แล้ว ที่หน้าแรก ให้คลิก Edit
  7. เลื่อนลงมาด้านล่าง จะเห็นปุ่ม ADD FILE เพื่อส่งไฟล์ขึ้น Server ให้คลิกและเลือกไฟล์ที่ต้องการ
  8. จะเห็นไฟล์ที่ส่งขึ้นไป ดังภาพ
  9. คัดลอก URL ของไฟล์นี้ไว้ สำหรับใช้ในหน้า Blog ต่อไป เช่น http://sites.google.com/site/thongjoon/Home/lompadChaiKhao2.mp3
  10. ถ้ามีการตั้งให้ Google ส่งข้อมูลไปที่อีเมล ในกรณีที่ site มีการเปลี่ยนแปลง เราสามารถหา URL ของไฟล์ที่ส่งขึ้นไปได้ ดังภาพ

    หมายเหตุ
    ชื่อไฟล์ควรใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้อ่านออก มิฉะนั้น จะเป็นตัวโค้ดอ่านไม่ออก
นอกจากนี้ ยังมี เว็บ Dropbox ที่ให้พื้นที่ฟรี สำหรับการส่งไฟล์เสียงขึ้นไป และสามารถนำ URL มาใช้ใน Blogger ได้ แต่ต้องเป็นห้องสาธารณะ จึงจะสามารถแชร์กับทุกคนได้


การใช้ไฟล์เสียง ใน  Blogger
  1. สร้างหน้าใหม่ใน Blogger
  2. คลิกไปที่ HTML
  3. เพิ่มโค้ดตามตัวอย่าง
  4. ในส่วน THE_LOCATION_OF_YOUR_RECORDING ให้ใช้ URL ของไฟล์เสียง ที่ส่งขึ้นไปบน Google site
  5. เมื่อคลิกกลับมาที่หน้า เขียน จะเห็นมีแถบสำหรับเปิดเสียง และสามารถเปิดเสียงได้ ดังตัวอย่างข้างต้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …