ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2016

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

การหา index ของ Element id ใน Object Array ด้วย getElementsByTagName()

เรื่องมีอยู่ว่าผมใช้ searchhi ของ Stuart Langridge เพื่อใช้ search และมีการ hilight สีเหลืองข้อความที่ค้นหา ปรากฏว่า เอามาใช้บน Blogger เรื่อง สุภาษิตสำนวนไทย ปรากฏว่า พอกดค้นคำปุ๋บ คำค้นหาถูกป้ายสีเหลืองเต็มหมดไปทั้งหน้า แต่จริง ๆ ที่ต้องการให้ค้นคือข้อความที่อยู่ในตารางเท่านั้น ข้อความที่พิมพ์ค้นหา แต่อยู่นอกตารางไม่ต้องไปยุ่งด้วย ตรวจดูโค้ด เห็นเขาใช้

getElementsByTagName('body')[0]

คือให้ไปเอา element ที่เป็น body ดังนั้น ในหน้า Blogger ทั้งหมด จึงอยุ่ในบริเวณที่เขาจะทำการป้ายสีเหลืองให้ ดังนั้น จึงเหลืองทั้งหน้า ทุก Post ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ

 ข้อมูลที่จะให้ค้นหาของผม อยู่ในตาราง ที่ใช้ id ว่า myTable คือ <table id="myTable">ดังนั้น ผมจึงต้องระบุ tag name จาก body เป็น table

 แต่ปัญหาคือ แล้วเจ้า index [0] นั้น ตาราง id="myTable" ของผม จะเป็นเท่าไร เพราะ template ของ Blogger ก็คงจะมีอยู่หลายตารางเหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องหา index และกำหนดให้ถูกคือ

getElementsByTagName('table')[?]

 เจ้าเครื่องหมายคำถามนี้แหละ ต้องหาให้ได้

สุภาษิต สำนวนไทย

(ก่อนค้นหา ให้คลิก "อ่านเพิ่มเติม" เพื่อคลี่ตารางออกก่อน
ท่านสามรถค้นหาเป็นคำก็ได้ - ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ทั้งประโยค)

กล้วยดิบ หรือ กล้วยสุก

มีคนบอกว่า กินกล้วยห่าม ๆ ดีกว่ากินกล้วยสุก จริงหรือไม่อย่างไร


กล้วย เป็นผลไม้่ที่มีประโยชน์หลายอย่าง กล้วยมีโปแตสเซี่ยมสูงมาก โปแตสเซี่ยมช่วยด้านการรักษาระดับความดันของโลหิต กล้วยมีเส้นใยหรือ fiber ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจ กล้วยดิบมีน้ำตาลน้อยแต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกัน

การลบช่องว่างก่อนข้อความ ใน MS Word 2010

วันนี้คัดลอกข้อความจากเว็บ จำนวนเป็นร้อย ๆ บรรทัด เอามาวางไว้ใน Word แต่เมื่อตรวจดูแล้ว พบว่า แต่ละบรรทัด มีการเว้นช่องว่างไว้ จำนน 1 ช่อง และการขึ้นบรรทัดใหม่ แต่ละบรรทัด เป็นการใช้ line break (↲) ทำให้ข้อความทั้งหมดกลายเป็นบรรทัดเดียว



ผมต้องการลบช่องว่างหน้าข้อความออก ถ้าจะลบทีละบรรทัดก็น่าจะใช้เวลาอยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายบรรทัดมาก

ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

การบันทึกและตัดต่อเสียง ด้วย Audacity อย่างง่าย

โปรแกรม Audacity เป็นโปรแกรมสำหรับการบันทึก และตัดต่อเสียงที่ดีมากโปรแกรมหนึ่ง และเป็น Freeware ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้บ้นทึกเสียงจากอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถทำไฟล์เสียง เป็น podcast ออกอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย

Audacity มีคุณสมบัติสามารถตัดต่อเสียง ผสมเสียงจากหลาย ๆ ไฟล์เข้าด้วยกัน สามารถตกแต่งเสียง ตัดเสียงรบกวน ทำ Effect เสียงต่าง ๆ หลายอย่าง เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงระดับมืออาชีพ

ในเอกสารต่อไปนี้ จะเป็นการแนะนำการใช้งานเบื้องต้น ที่พอเพียงสำหรับการบันทึกและตัดต่อเสียง

https://drive.google.com/open?id=0Bwu_RylR4AyudkdLQU5ZS01UOEk

อัตราส่วน ratios

ในการสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป คณิตศาสตร์ มักจะมีเรื่องอัตราส่วนรวมอยู่ด้วย การทำความเข้าใจเรื่องนี้ จึงเป็นประโยชน์ ทำให้สามารถทำข้อสอบ ก.พ. ได้ดีขึ้น

อัตราส่วน เป็นการเปรียบเทียบปริมาณของสองสิ่ง อัตราส่วน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
ส่วนต่อส่วน หรือ part to partส่วนต่อท้้งหมด หรือ part to wholeอัตรา หรือ rateส่วนต่อส่วน (part to part)  อัตราส่วนในลักษณะนี้ จะพบเห็นโดยทั่ว ๆ ไป เช่น
ในสำนักงานแห่งหนึ่ง มีจำนวนพนักงานชาย:พนักงานหญิง = 8:7
หรือ พูดได้อีกอย่างว่า ทุก ๆ 8 คนที่เป็นพนักงานชาย จะมีพนักงานหญิงจำนวน 7 คน

ส่วนต่อทั้งหมด (part to whole) ส่วนทั้งหมด หาได้จากผลรวมของส่วนที่นำมาเปรียบเทียบกัน เช่น
พนักงานชาย:พนักงานหญิง = 8:7
พนักงานชาย:พนักงานทั้งหมด = 8:(8+7) = 8:15
หรือ
พนักงานหญิง:พนักงานทั้งหมด = 7:(8+7) = 7:15

อัตรา (rate) เป็นการเปรียบเทียบของ 2 สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่หน่วยเดียวกัน  เช่น
ความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ผู้ชาย:แมว = 1:3 เป็นต้น

อัตรา(rate) ต่างจาก ส่วนต่อส่วน ตรงที่ ส่วนต่อส่วนจะรักษาความสัมพัน…

การคัดลอกและวางข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน ด้วย Excel

ในบางกรณีที่ต้องการคัดลอก และวางข้อมูล โดยข้อมูลไม่ซ้ำกัน เช่น มีชื่อซ้ำกัน 2 แห่ง ให้เอามาเพียงชื่อเดียว ตามตัวอย่าง ดังภาพ


จากตัวอย่าง จะเห็นว่ามีชื่อคนซ้ำอยู่หลายชื่อ เช่น ในข้อมูลมีชื่อ สมบูรณ์ อยู่ 2 แห่ง แต่ต้องการให้เอามาเพียงชื่อเดียว เพื่อไม่ให้มีชื่อซ้ำกัน

วิธีการ

เราสามารถคัดลอกและวางข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน โดยใช้การกรองขั้นสูง ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้

ลากดำบริเวณข้อมูล ไปที่ แถบข้อมูล กลุ่มเรียงลำดับและกรอง เลือก ขั้นสูง ที่หน้าจอ ตัวกรองขั้นสูง ให้เลือก คัดลอกไปที่ตำแหน่งอื่น กำหนดบริเวณที่จะคัดลอกไป และ ที่สำคัญคือ ต้องเลือก เฉพาะระเบียนที่แตกต่างเท่านั้น คลิก ตกลง จะได้รายชื่อที่ไม่ซ้ำกัน ในตำแหน่งที่กำหนด ดังภาพ

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …

การลบบรรทัดว่าง ใน MS Word ที่คัดลอกมาจากเว็บ

การคัดลอกข้อความจากเว็บ มาวางใน Word จะมีสิ่งต่าง ๆ ติดมาด้วย เช่น พื้นหลัง ซึ่งได้แสดงวิธีการลบพื้นหลังออกแล้ว แต่ยังมีสิ่งอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะ บรรทัดว่าง

บรรทัดว่าง ส่วนใหญ่จะพบว่า มีเครื่องหมายวงกลมเล็ก ๆ ซึ่งเป็นเครื่องหมาย non-breaking space อยู่หน้าเครื่องหมายย่อหน้าอยู่ด้วย ดังภาพ



เครื่องหมาย non-breaking space (ช่องว่างไม่แยก) มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฉีกคำหรือแยกคำ แต่เป็นอุปสรรคทำให้เราไม่สามารถใช้สัญญลักษณ์ ^p^p เพื่อค้นหา และแทนที่ด้วย ^p เพื่อลบบรรทัดว่าง ได้

วิธีการลบ


ที่แถบ หน้าแรก เปิดหน้าจอ แทนที่ ที่ช่องสิ่งที่ต้องการค้นหา ให้พิมพ์ ^s^p  (^s = non-breaking space และ ^p = paragraph) ถ้าไม่พิมพ์เอง จะหาเอาจากในเมนูก็ได้ อยู่ที่ เพิ่มเติม > พิเศษ > ช่องว่างไม่แยก ถ้าเลือกเอง ต้องเลือกเครื่องหมาย่อหน้าด้วยนะครับ กดปุ่ม แทนที่ทั้งหมด บรรทัดว่างที่มี non-breaking space หรือ ช่องว่างไม่แยก และเครื่องหมายย่อหน้า จะถูกลบออกไป ดังภาพ แต่บางทีอาจจะมี บรรทัดว่าง ที่มีแต่เครื่องหมายย่อหน้าหลงอยู่ ก็ให้ใช้ ^p ไปแทนที่ ^p^p อีกครั้ง บรรทัดว่าง ก็จะหายไปหมด

การลบสีพื้นหลังใน ms word

บางครั้งเมื่อคัดลอกและวางข้อความจากเว็บ มาไว้ที่โปรแกรม Microsoft Word จะมีพื้นหลังติดมาด้วย ทำอย่างไรก็ไม่ยอมออก ไม่รู้จะเอาออกได้อย่างไร ตามภาพ


วิธีการ
วิธีที่ง่ายที่สุด คือ เลือกทั้งหมด แล้วกด Ctrl + space bar หรือ Ctrl + Q ดังนี้

กด Ctrl+A เพื่อเลือกท้้งหมด ลองกด Ctrl + Space barถ้าหากเป็นการใส่เงาที่บางส่วนของ paragraph ในลักษณะการจัดรูปแบบตัวอักษร ก็จะหายไป แต่ถ้าไม่หาย ดังภาพ จากภาพ จะเห็นว่า ตัวอักษรถูกปรับใหม่ให้เป็นแบบ Default แสดงว่า การจัดรูปแบบตัวอักษรถูกยกเลิกไปแล้ว ด้วย Ctrl + Space bar แต่พื้นหลัง หรือ background ยังคงอยู่ ถ้ากด Ctrl + Space bar แล้ว ยังไม่หาย แสดงว่า พื้นหลัง เป็นการจัดรูปแบบของ paragraph หรือ ย่อหน้า ให้กด Ctrl + Q พื้นหล้งจะหายไป ดังภาพ เมื่อเอา highlight ออก โดยคลิกบริเวณนอกสีฟ้า จะได้ข้อความที่ไม่มีพื้นหลัง สามารถปรับอื่น ๆ เช่น ระยะห่างระหว่างย่อหน้า หรือ อื่น ๆ ได้ ตามต้องการ

sometimes, sometime และ some time

sometimes เป็น adverb of frequency หมายถึง เป็นบางครั้ง ไม่บ่อยนัก เช่น
     - Sometimes, I just don’t understand what that man is saying.
     - บางครั้ง ฉันไม่เข้าใจว่า ชายคนนั้นกำลังพูดว่าอะไร
     - The 78 bus was sometimes completely full.
     - รถเมล์สาย 78 คันนั้น บางครั้งคนเต็มแน่นคัน

sometime เป็นคำ adverb หมายถึง สักวันหนึ่งในอนาคต หรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อไร เช่น
     -  He will wash the car sometime.
     - เขาจะล้างรถวันใดวันหนึ่งในอนาคต
     - Can I come and see you sometime?
     - วันหน้า ให้ฉันมาพบคุณได้ไหม
     - The cure for cancer will be found sometime.
     - สักวันหนึ่ง วิธีการรักษาโรคมะเร็งจะต้องถูกค้นพบ

some time เขียนแยกกันเป็น 2 คำ คำแรก คือ some ทำหน้าที่ขยายคำว่า time ซึ่งหมายถึงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะยาว หรือสั้น หรือไม่ทราบ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่พูด เช่น
     - For some time, the world has been known to be round.
     - เป็นเวลานานมาแล้ว ที่เรารู้ว่าโลกกลม
     - He has been studying Chinese for some time.
     - เขา…

การทักทาย Greetings

คำพูดที่ใช้ทักทายคนรู้จัก

การทักทายแบบคนกันเอง สามารถเลือกใช้คำพูดได้หลายอย่าง เช่น

     ❉ How are you?
     ❉ How's it going?
     ❉ What's up?
     ❉ What's happening?

การตอบคำทักทาย

How are you?

Fine
สบายดี
ใช้ได้ทุกโอกาส เป็นคำตอบกลาง ๆ คล้ายกับเป็นการตัดบท ไม่ต้องการสนทนาต่อNot bad
ไม่เลวซะทีเดียว
ค่อนข้างเป็นกันเองมากกว่า Fine Fine, thanks.
สบายดี ขอบคุณ
ค่อนข้างเป็นทางการ ใช้กับคนที่ไม่สนิทกัน หรือคนที่ไม่รู้จัก Very well, thanks.
สบายดี ขอบคุณ
ค่อนข้างเป็นทางการGood. หรือ Pretty good.
ก็สบายดี
ค่อนข้างเป็นคำตอบที่เป็นกันเอง ใช้บ่อยเหมือนกันGreat! How are you doing?
แจ๋วเลย แล้วเป็นไงบ้าง
มีการถามกลับ อย่างนี้ใช้เมื่อต้องการคุยต่อเนื่องI'm hanging in there.
วันนี้ไม่ค่อยราบรื่นซักเท่าไรI've been better.
เคยดีกว่านี้
เหมือนเป็นการบอกว่า อยากจะเล่าเรื่องปัญหาให้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าตอบแบบนี้ คนฟังมักจะถามต่อว่า What's wrong?

A: How are you?
B: I've been better.
A: What's wrong?
B: I just found out that I'm being laid off.
How is it going?
       สามารถใช้คำตอบเหมือนกับ…

I was wondering... VS I was wondered...

I was wondering ... VS I was wondered ...
I was wondering ... ใช้สำหรับการชักชวน หรือขอร้อง อย่าง สุภาพและเกรงใจ

ตัวอย่างประโยค


       I was wondering if you’d like to go to a movie tonight. (ชวนไปดูหนัง)        I was wondering if you could lend me a few hundred baht. (ขอยืมเงิน)
I was wondered ... รูปประโยคแบบนี้ ไม่มี ห้ามใช้เด็ดขาด
คำว่า wonder ในความหมายนี้ เป็นกริยาชนิดที่ไม่มีกรรมตรง (Direct Object) ซึ่งเรียกคำกริยาพวกนี้ว่าเป็นชนิด intransitive คำกริยาประเภทนี้ มีหลายคำ เช่น walk  run และ sleep เป็นต้น 
กริยาที่เป็น intransitive จะใช้ในรูป Passive Voice ไม่ได้
ดังนั้นจึงพูดว่า I was wondered ... ไม่ได้นั่นเอง ทำนองเดียวกัน I was slept well last night. ก็ผิดเช่นเดียวกัน ต้องพูดเป็น I slept well last night.
รูปกริยาของคำว่า wonder
wonder มีรูปกริยาได้ 2 แบบ คือ Active Simple และ  Active Continuous
Active Simple         I wonder ...        I wondered ...        I have wondered ...       etc
Active Continuous        I am wondering ...        I was wondering ...        I have been won…

discuss หรือ discuss about

discuss หมายถึง สนทนาเกี่ยวกับ หรือ อภิปรายเกี่ยวกับ จึงไม่ต้องมีคำว่า about เพราะจะทำให้ซ้ำซ้อน เช่น

Let's discuss the issues.
ไม่ใช่
Let's discuss about the issues.

We need to discuss the new advertising campaign.
ไม่ใช่
 need to discuss about the new advertising campaign.

Do you have a few minutes to discuss this project?
ไม่ใช่
Do you have a few minutes to discuss about this project?

Have you discussed the problem with anyone?
ไม่ใช่
Have you discussed about the problem with anyone?

 I'm not prepared to discuss this on the phone.
ไม่ใช่
 I'm not prepared to discuss about this on the phone.

They met to discuss the possibility of working together.
ไม่ใช่
They met to discuss about the possibility of working together.

Discuss มีความหมายเดียวกับคำว่า talk about สามารถใช้แทนกันได้ เช่น

Let's talk about the issues.
We need to talk about the new advertising campaign.
Have you talked about the problem with anyone?

จำไว้เลยว่า discuss ไม่ต้องมีคำว่า about

คำอื่น ๆ ทำนองเ…