ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความสามารถทั่วไปด้านเหตุผล เงื่อนไขภาษา การสรุปความจากภาษา



ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. การสรุปความจากภาษา หรือ เงื่อนไขภาษา เป็นการทดสอบการวิเคราะห์หาเหตุผล หาข้อสรุป โดยใช้เงื่อนไขที่กำหนดให้ ลักษณะของข้อสอบจะมีหลายลักษณะด้วยกัน เช่น การเรียงลำดับ การจัดหมวดหมู่ การลำดับเครือญาติ และอื่น ๆ เป็นต้น
การแก้ปัญหาโจทย์ลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มักจะต้องใช้การวาดแผนภูมิ หรือนำข้อมูลไปลงตาราง เงื่อนไขบางอย่างมีความสัมพันธ์กับเงื่อนไขอื่น ซึ่งการแก้ปัญหา อาจจะต้องมีการแก้ปัญหาตามเงื่อนไข อย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน จึงจะแก้ปัญหาได้
อีกอย่างที่สำคัญ คือการฝึกทักษะการแก้ปัญหา การทำโจทย์มาก ๆ ทำให้มีประสบการณ์ สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น

ลองทำโจทย์ เงื่อนไขภาษา ข้างล่างนี้

เงื่อนไข สำหรับข้อ 1-5
  1. จัดเรียงเก้าอี้ หมายเลข 1 -10 เป็นวงกลม ตามเข็มนาฬิกา
  2. เก้าอี้ทั้ง 10 ตัว มีคนนั่ง ไม่เรียงลำดับ คือ แมว มน มด มะลิ มะยม จอม จอย จ๋า ปอ และปู โดยนั่งหันหน้าเข้าหาวงกลม
  3. แมวนั่งติดกับมน โดยแมวนั่งเก้าอี้ หมายเลข 1
  4. มะยมกับจอม นั่งติดกัน มะยมนั่งอยู่ทางซ้ายของมน
  5. จอยนั่งเก้าอี้หมายเลข 2 ปอนั่งเก้าอี้หมายเลข 5
  6. มะลิ นั่งระหว่าง จอยกับจ๋า
  7. มด นั่งติดกับ ปอ
ข้อ 1
ข้อสรุปที่ 1: แมว นั่งตรงข้ามกับ มด
ข้อสรุปที่ 2: ด้านซ้ายของมะยมคือ มน





ข้อ 2
ข้อสรุปที่ 1: มน นั่งระหว่างแมวกับ มะยม
ข้อสรุปที่ 2: จ๋า นั่งติดกับ ปอ





ข้อ 3
ข้อสรุปที่ 1: มะลิ นั่งเก้าอี้หมายเลข 4
ข้อสรุปที่ 2: มด นั่งเก้าอี้หมายเลข 5





ข้อ 4
ข้อสรุปที่ 1: ด้านซ้ายของแมว คือ จอย
ข้อสรุปที่ 2: ด้านขวาของ จ๋า คือ ปอ





ข้อ 5
ข้อสรุปที่ 1: จอย เป็นเพื่อนกับ แมว
ข้อสรุปที่ 2: จอม เป็นเพื่อนกับ มะยม








เงื่อนไข สำหรับข้อ 6-10

ในการแสดงมอร์เตอร์โชว์ มีรถยนต์ จำนวน 7 คัน เรียงกันหันหน้ามุ่งไปทางทิศตะวันออก รถคันที่ 1 อยู่ทางขวาสุด รถทั้ง 7 มีรถยี่ห้อต่อไปนี้ Ford Toyota Honda Benz Mazda Isuzu Mitsubishi การเรียงลำดับ เป็นไปตามเงื่อนไข ต่อไปนี้

1. FordFord อยู่ติดด้านขวาของ Toyota
2. Toyota จอดเป็นคันที่ 5
3. Benz จอด ระหว่าง Isuzu และ Mitsubishi
4. Honda จอดอยู่ริมสุด ตำแหน่งเป็นคันที่ 3 ไปทางซ้ายของ Isuzu

ข้อ 6
ข้อสรุปที่ 1: รถ Isuzu จอดอยู่กลางแถวพอดี
ข้อสรุปที่ 2: รถ Toyota จอดต่อจากรถ Isuzu





ข้อ 7
ข้อสรุปที่ 1: รถ Benz จอดห่างจากรถ Ford 2 คัน
ข้อสรุปที่ 2: รถ Ford อยู่ทางทิศเหนือของรถ Benz





ข้อ 8
ข้อสรุปที่ 1: รถ Ford จอดอยู่ระหว่าง รถ Toyota และ Isuzu
ข้อสรุปที่ 2: ด้านซ้ายของ Mitsubishi คือ Honda





ข้อ 9
ข้อสรุปที่ 1: Mitsubishi จอดติดกันกับ Honda
ข้อสรุปที่ 2: รถ Ford จอดอยู่ริมสุด





ข้อ 10
ข้อสรุปที่ 1: รถ Mazda สีเดียวกับรถ Toyota
ข้อสรุปที่ 2: รถ Benz ราคาแพงกว่า รถ Ford






เงื่อนไข สำหรับข้อ 11-15

มีนักศึกษา 5 คน คือ A B C D และ E ในจำนวนนี้ มีผู้ที่มีผลการเรียนดี 2 คน ปานกลาง 2 คน และ ผลการเรียนอ่อน 1 คน เป็นนักศึกษาระดับปริญญาปริญญาโท 2 คน ปริญญาตรี 3 คน ในด้านฐานะทางเศรษฐกิจ พบว่า มีนักศึกษาที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย 1 คน ปานกลาง 2 คน และยากจน 2 คน ในด้านความสนใจ พบว่า มีนักศึกษาที่สนใจด้านดนตรี 1 คน ด้านการแสดง 2 คน และด้านกีฬา 1 คน นอกจากนี้ยังพบว่า นักศึกษาระดับปริญญาตรี มีผลการเรียนระดับปานกลาง 2 คน และผลการเรียนอ่อน 1 คน นักศึกษาที่สนใจด้านการแสดงทั้งสองคน มีอยู่ 1 คนที่เรียนระดับปริญญาโท นักศึกษาที่สนใจด้านดนตรี มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง นักศึกษาทั้งสองคนที่สนใจด้านการแสดง ไม่ขยันเรียน นักศึกษาสองคนที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง มีผลการเรียนระดับปานกลาง ซึ่งมี 1 คนที่มีความสนใจด้านการแสดง นักศึกษาที่สนใจด้านกีฬา มาจากครอบครัวฐานะยากจน นักศึกษาที่สนใจดนตรีเป็นคนขยันเรียน ข้อมูลของ E คือ เป็นคนขยันเรียน มีผลการเรียนอยู่ในระดับดี มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน และไม่สนใจด้านการแสดง หรือดนตรี หรือกีฬา ข้อมูลของ C คือ มีผลการเรียนอ่อน แต่เป็นคนขยันเรียน ข้อมูลของ A คือ มาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ไม่ขยันเรียน แต่มีผลการเรียนดี ข้อมูลของ B คือ เป็นคนขยันเรียน และมาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง
ข้อ 11
ข้อสรุปที่ 1: A สนใจด้านการแสดง true
ข้อสรุปที่ 2: B เรียนระดับ ป.โท false B เรียนระดับ ป.ตรี





ข้อ 12
ข้อสรุปที่ 1: D สนใจด้านดนตรี
ข้อสรุปที่ 2: C เป็นคนไม่ขยันเรียน





ข้อ 13
ข้อสรุปที่ 1: ผู้ที่เรียน ป.โท คือ A และ E
ข้อสรุปที่ 2: C มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง





ข้อ 14
ข้อสรุปที่ 1: B มีผลการเรียนปานกลาง
ข้อสรุปที่ 2: D มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง






ข้อ 15
ข้อสรุปที่ 1: D ขยันเรียน
ข้อสรุปที่ 2: ครอบครัวของ D มีฐานะปานกลาง






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …