ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การแปลงคะแนนดิบ เป็นคะแนนที (t-score) ด้วยโปรแกรม PSPP

โปรแกรมคำนวณค่าสถิติ ที่ไม่ต้องซื้อ แต่เป็น Freeware ตัวนี้ชื่อ PSPP ผมทดสอบดูแล้วใช้งานได้ดีมาก

PSPP มีลักษณะเช่นเดียวกับโปรแกรม SPSS มีหน้าตาและการใช้งาน ลักษณะเดียวกัน สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งบน Windows ได้ มีทั้ง 64 bits และ 32 bits ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://www.gnu.org/software/pspp/pspp.html

ต่อไปนี้ จะเป็นการใช้โปรแกรม PSPP เพื่อแปลงคะแนนดิบ เป็นคะแนนที จากคะแนนดิบของผู้เรียน จำนวน  68 คน



หลักการ

  1. กำหนดตัวแปร
  2. กรอกคะแนนดิบ
  3. หาค่าคะแนน z-score
  4. แปลงคะแนน z-score เป็น คะแนน t-score
วิธีการ
  1. เปิดโปรแกรม PSPP คลิกที่แถบ Variable View เพื่อกำหนดตัวแปร
  2. กำหนดตัวแปรแรก คือ raw_score (ชื่อตัวแปรห้ามมีวรรค) และกำหนดประเภทเป็น ตัวเลข
  3. กลับมาที่หน้า Data View และกรอกคะแนนดิบ ต่อไปนี้ (โปรแกรมสามารถ ถ่ายโอนหรือ import ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น ไฟล์ txt ได้)

    83 79 77 74 71 70 67 66 65 65 65 65 64 63 63 63 63 63 62 60 60 60 60 59 59 59 58 57 57 56 56 54 54 54 53 53 53 52 51 50 50 50 50 49 48 48 48 48 47 47 47 45 45 45 44 44 43 43 43 40 40 40 40 39 39 38 38 38


  4. โดยกรอกทั้งหมด จำนวน 68 คน (หรือจะกรอกสัก 20 คน ก็ได้เป็นการทดสอบ)
  5. ไปที่เมนู Analyze > Descriptive Statistics > Descriptive...
  6. คลิกปุ่มสามเหลี่มเพื่อส่งตัวแปร raw_score ไปยังในกรอบ Variables เพื่อให้ใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณค่า Z-score และคลิกเครื่องหมายถูกในกรอบ Save Z-score of selected variables as new variables เพื่อให้พิมพ์ผลคะแนน Z-score เป็นตัวแปร เพื่อจะให้อยู่คู่กับคะแนนดิบ ในหน้า Data View
  7. กดปุ่ม OK โปรแกรมจะเปิดหน้า Output และแสดงผลการคำนวณ
  8. ส่วน คะแนน Z-score จะอยู่หน้า Variable View ตามที่เรากำหนด
  9. การแปลงคะแนนซี (Z-score) เป็น คะแนนที (T-score) ใช้สูตร คือ
                                        T-score = 50 + (Z-score *10)
  10. คลิกที่เมนู Transform > Compute... 
  11. กำหนดชื่อตัวแปร และคลิกส่งตัวแปร Z-score พร้อมทั้งเขียนสูตรเพิ่ม ดังภาพ
  12. กดปุ่ม OK โปรแกรมจะเปิดหน้า Output เพื่อแสดงผล
     
  13. คะแนน T-score จะอยู่หน้า Variable View คู่กับคะแนนที
  14. บันทึกไฟล์ จะได้ไฟล์นามสกุล sav เหมือนกับ SPSS ส่วนหน้า Output สามารถบันทึก ส่งออกเป็นไฟล์ได้หลายรูปแบบ เช่น pdf, txt, ps (post script), html หรือ csv ก็ได้

ครั้งต่อไป จะเป็นการใช้ Excel เพื่อหาคะแนนที (T-score) โดยใช้สูตรของ Excel 2010

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …