ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การใช้ have/make/get/let

คำกริยา ที่มักจะออกข้อสอบภาษาอังกฤษ เรื่อง Grammar มักจะมีการใช้ คำว่า have/make/get/let อยู่ด้วยเสมอ ประเด็นคือ คำกริยาที่ตามมา จะอยู่ในรูปอะไร จะเป็น กริยาช่อง 1 หรือ กริยาช่อง 1 ที่ไม่มี to นำหน้า หรือ เป็นกริยาช่อง 3 ซึ่ง มีหลัก ดังนี้

LET

ใช้ในความหมายว่า อนุญาตให้ใคร ทำอะไร หรือ อะไร เป็นอะไร
กริยาที่ตามมา จะเป็น กริยาช่องที่ 1 ที่ไม่มี to นำหน้า หรือ ที่เรียกว่าเป็น base form

รูปแบบ
LET + SOMEONE/SOMETHING + VERB(base form)

Sombat let me drive his new car.
สมบัติอนุญาตให้ฉันขับรถใหม่ของเขา

Don’t let the advertising expenses surpass 5,000 baht.
อย่าให้ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเกินกว่า 5,000 บาทนะ


GET

ใช้ในความหมายว่า ชักชวน/กระตุ้น ให้ใคร ทำอะไร

ถ้าเน้นคน จะตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ที่มี to นำหน้า หรือ ที่เรียกว่า infinitive

รูปแบบ
GET + SOMEONE + TO + DO + SOMETHING

I got the cleaner to clean under the cupboards.
ฉันให้คนทำความสะอาด ทำความสะอาดใต้ตู้

ถ้าเน้นที่สิ่งของ โดยไม่บอกว่าใครเป็นคนทำ จะตามด้วย กริยาช่อง 3 หรือ past participle

รูปแบบ
GET + SOMETHING + DONE

I got my broken light fixed.
ฉ้น (ให้คนมา) ซ่อมหลอดไฟที่เสียแล้ว

HAVE

ใช้ในความหมายว่า มอบหมายความรับผิดชอบให้ใครทำอะไร

ถ้าเน้นคน จะตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ที่ไม่มี to นำหน้า หรือ ที่เรียกว่าเป็น base form

รูปแบบ
HAVE + SOMEONE + DO + SOMETHING

I had my children cut the grass in the front yard.
ฉันมอบหมายให้เด็ก ๆ (ลูก ๆ) ตัดหน้าในสนามหน้าบ้าน

ถ้าเน้นที่สิ่งของ โดยไม่บอกว่าใครเป็นคนทำ จะตามด้วย กริยาช่อง 3 หรือ past participle

รูปแบบ
HAVE + SOMETHING + DONE

We’re having our house painted this weekend.
เราจะทาสีบ้านวันเสาร์-อาทิตย์หน้านี้ (จะจ้างเขา หรือจะทำเองก็ไม่รู้เหมือนกัน)


MAKE

ใช้ในความหมายว่า บังคับให้ใครทำอะไร หรือบอกว่า จำเป็นที่ต้องทำ
จะตามด้วย กริยาช่องที่ 1 ที่ไม่มี to นำหน้า หรือ ที่เรียกว่าเป็น base form

รูปแบบ
MAKE + SOMEONE + DO + SOMETHING

The police officer made me pull over.
นายตำรวจ บังคับให้ฉันจอดรถ

She made her children do their homework.
เธอบังคับให้ลูก ๆ ทำการบ้าน


ลองทำแบบฝึกหัดดู


คำสั่ง:Select the most appropriate choice for each item.

ข้อ 1.
I don’t let my kids ............ violent movies.
 
 

 
ข้อ 2.
My teacher made me ................. for what I had said.
 
 

 
ข้อ 3.
Susie got her son ............ the medicine even though it tasted terrible.
 
 

 
ข้อ 4.
He had his teeth ............; his smile looks great!
 
 

 
ข้อ 5.
I had the electrician ........ at my broken light.
 
 

 
ข้อ 6.
The students get their essays .........................
 
 

 
ข้อ 7.
The teacher had the students ..................... the answers on the whiteboard.
 
 

 
ข้อ 8.
She gets her son ................ his homework by promising him ice cream when he's finished.
 
 

 
ข้อ 9.
How can parents get their children .................. more?
 
 

 
ข้อ 10.
My washing machine is broken; I need to get it .....................
 
 

 
ข้อ 11.
Did somebody .............. you wear that ugly shirt?
 
 

 
ข้อ 12.
The teacher made all the students ................. their papers, because the first drafts were not acceptable.
 
 

 
ขอขอบคุณ:
https://www.espressoenglish.net/
https://www.englishpage.com
https://www.perfect-english-grammar.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …