มะม่วงหิมพานต์ ของดีสมราคา

 มะม่วงหิมพานต์ มีประโยชน์มหาศาล มีน้ำตาลน้อย มีเส้นใยอาหารสูง มีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและหัวใจ และมีโปรตีนจากพืช ตลอดจนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และเป็นขุมพลังให้ร่างกาย


ต้นกำเนิดของมะม่วงหิมพานต์อยู่ที่ประเทศบลาซิล ถูกนำมาแพร่กระจายโดยพ่อค้าวาณิช สมัยโบราณ ที่ค้าขายระหว่างประเทศต่าง ๆ มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ยืนต้น ให้ผลตลอดปี

ประโยชน์

  1. ส่งผลดีต่อหัวใจ
    มะม่วงหิมพานต์ ช่วยลดคอเรสเตอรอล ลดไขมันตัวร้าย LDL และเพิ่มพลังให้กับไขมันตัวดี HDL ทำให้สามารถนำพาไขมันจากหัวไปไปสู่ตับ เพื่อกำจัดต่อไป วารสาร the New England Journal of Medicine (NEJM) รายงานเกี่ยวกับการกินมะม่วงหิมพานต์ กับ อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคทางระบบหายใจอื่น ๆ ว่า มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน โดยระบุว่า สารอาหารในมะม่วงหิมพานต์ เช่น ไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีน เส้นใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่ และตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ อาจจะมีคุณสมบัติในด้านการปกป้องหัวใจ ต้านสารก่อมะเร็ง และต้านการอักเสบ (heart-protective, anti-carcinogenic and anti-inflammatory properties)
  2. ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับเลือด
    การกินมะม่วงหิมพานต์อาจจะช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับเลือด เนื่องจากในมะม่วงหิมพานต์ มีธาตุทองแดงสูง ธาตุทองแดง หรือ copper ช่วยกำจัดตัวอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย การขาดธาตุทองแดง อาจนำไปสู่การขาดธาตุเหล็ก ซึ่งจะมีผลทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้
  3. ปกป้องดวงตา 
    ในมะม่วงหิมพานต์ มีเม็ดสี(pigment)ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเรียกว่า Ze Xanthin เม็ดสีนี้ เป็นสิ่งที่จอประสาทตาดูดซึมใช้ได้เลยทันที ซึ่งจะนำไปสร้างชั้นป้องกันจอประสาทตา ให้พ้นจากรังสียูวี อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเสื่อมของกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากสูงอายุอีกด้วย
  4. ดีต่อผิวหนัง
    น้ำมันจากมะม่วงหิมพานต์นำสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ผิวหนัง น้ำมันจากมะม่วงหิมพานต์ ประกอบด้วย สารเซราเนียม สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส จำนวนมาก และยังเป็นแหล่ง สารพฤกษเคมี (phytochemicals) โปรตีน และตัวต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย สารเซราเนียม นอกจากมีประโยชน์ต่อผิวหนังแล้ว ยังช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย
  5. ช่วยลดน้ำหนัก
    พบว่า การกินมะม่วงหิมพานต์ในปริมาณที่พอเหมาะและเป็นประจำ ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น ผู้ที่กินมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำ มี BMI ต่ำกว่าผู้ที่ไม่กินมะม่วงหิมพานต์ และเนื่องจากมะม่วงหิมพานต์ มีโอเมก้า 3 อย่างหนาแน่น ทำให้ช่วยเสริมกระบวนการเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีขึ้น และที่สำคัญ มะม่วงหิมพานต์ ทำให้อิ่มนาน เป็นการช่วยลดน้ำหนักได้ส่วนหนึ่ง 
  6. เป็นแหล่งเส้นใยอาหาร
    เส้นใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้ คือ oleic acid และ palmitic acid ซึ่งมีอยู่ในมะม่วงหิมพานต์ เส้นใยอาหาร ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น แต่ต้องระวังอย่ากินมากเกินไป จะทำให้เกิดแกสในกระเพาะได้ 
  7. บำรุงสุขภาพผม ทำให้เงางาม
    การกินมะม่วงหิมพานต์และการใช้กับหนังศรีษะ ช่วยบำรุงสุขภาพผมได้ ธาตุทองแดง ที่อยู่ในน้ำมันมะม่วงหิมพานต์ ช่วยสร้าง melanin ซึ่งเป็นเม็ดสีผมและผิวหนัง กรด linoleic และ oleic acids ช่วยทำให้ผมดูดีสวยเรียบราวกับเส้นไหม

ที่มา

https://www.healthline.com/nutrition/are-cashews-good-for-you#:~:text=Cashews%20are%20low%20in%20sugar,%2C%20immunity%2C%20and%20bone%20health.

https://food.ndtv.com/food-drinks/7-incredible-cashew-nut-benefits-from-heart-health-to-gorgeous-hair-1415221


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์