ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การตัดแต่งกิ่งมะนาว

จุดประสงค์

เพื่อให้แสงแดดและอากาศเข้าถึง เพื่อให้ได้กิ่งที่แข็งแรง ผลผลิตดี ลูกสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวง่าย และกำจัดกิ่งที่ไม่แข็งแรง เป็นโรคออกไป นอกจากนี้ ยังจะทำให้ต้นมะนาวมีอายุยืนอีกด้วย

สรีระและหลักการตัดแต่งกิ่งต้นไม้


ถ้าเราแบ่งต้นไม้ออกเป็น 3 โซนตามรูป โซน 1 มักจะมีกิ่งใบที่แข็งแรง แต่การเติบโตของโซน 1 จะบดบังแสงของโซน 2 ซึ่งเป็นโซนที่จะให้ผลที่มีคุณภาพดี โซน 1 จึงไม่ควรมีมากไป ส่วนโซน 3 มักจะให้ผลที่มีคุณภาพด้อยกว่าเนื่องจากถูกบดบังแสงแดด การลดจำนวนกิ่งในโซน 3 จะทำให้อาหารไปเลี้ยงผลที่โซน 2 อย่างเต็มที่ สรุปหลักการตัดแต่งกิ่งคือลดขนาดของโซน 1 และ 3 ลง เพื่อให้โซน 2 สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ (http://www.bansuanporpeang.com/node/20690)


เทคนิคการตัดแต่งกิ่ง
  1. ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการตัดแต่งกิ่งมะนาวคือ ประมาณช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม  ซึ่งเป็นช่วงก่อนระยะพักตัว (dormant season) ซึ่งต้นไม้จะส่งอาหารไปเก็บไว้ที่กิ่งและตา หรือช่วงหลังจากที่มะนาวให้ผลผลิตแล้วเพื่อเตรียมตัวสำหรับปีต่อไป หลีกเลี่ยงการตัดแต่งกิ่งในช่วงที่ต้นไม้กำลังเจริญเดิบโตหรือกำลังเริ่มออกดอก
  2. สามารถเริ่มต้นตัดแต่งกิ่งมะนาวได้ตั้งแต่มะนาวมีอายุ 1-2 ปี
  3. การตัดแต่งกิ่งไม่ควรตัดออกเกิน 1 ใน 3 ของต้นในการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้ง
  4. ควรปลิดผลมะนาวที่ติดอยู่ที่ต้นออกให้หมดก่อนทำการตัดแต่งกิ่งมะนาว
  5. การตัดแต่งกิ่งควรตัดแต่งกิ่งบริเวณยอด หรือบริเวณโซน 1 ออกไปเพื่อให้แสงแดดเข้าถึง โดยเฉพาะในบริเวณโซน 2 ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น ตัวอย่างเช่น  กิ่งที่มีสีจางในภาพข้างล่าง ควรตัดออกไป
  6. ถ้าต้นมะนาวเป็นต้นที่ติดตาหรือต่อกิ่งมาจากต้นตอ ต้องกำจัดกิ่งที่แตกขึ้นมาจากต้นตอเดิม (Suckers) ออกให้หมดเพราะกิ่งจากต้นตอจะโตเร็วและแย่งอาหารจากกิ่งพันธ์ดี 
  7. ตัดแต่งกิ่งต้นไม้เป็นรูปปิรามิด เพื่อให้ใบไม้ด้านบนไม่บังแสงแดดใบไม้ด้านล่าง
  8. การตัดกิ่งให้ตัดเป็นมุมเอียงตามแนว EF ดังภาพ ไม่ตัดชิดลำต้นมากเกินไป (แนว GH) ซึ่งอาจจะทำให้ต้นไม้ตายได้หรือห่างเกินไป (แนว CD) ซึ่งอาจจะทำให้กิ่งเน่า ถ้ากิ่งมีขนาดใหญ่ให้ตัดจากด้านล่างของกิ่งและตัดด้านบนให้เหลื่อมกัน (ตามแนว AB) เพื่อป้องกันไม้่ให้กิ่งฉีก
  9. กำจัดขนาดเล็กกว่าแท่งดินสอ กิ่งแห้งตายติดลำต้น (stubs) กิ่งที่ไม่แข็งแรงหรือกิ่งที่เป็นโรคออกให้หมดทั้งต้น
  10. ตัดกิ่งบริเวณด้านล่างออกให้หมดเพื่อให้เห็นลำต้นที่แข็งแรง หรือกิ่งที่อยู่สูงจากพื้นน้อยกว่า 50 ซ.ม. (บริเวณโซน 3)
  11. พิจารณาเลือกกิ่งที่แข็งแรง 3-5 กิ่ง เพื่อให้เป็นกิ่งโครงสร้างหลัก เพื่อให้แตกกิ่งติดผลต่อไป
  12. เมื่อดูจากแนวดิ่งลงมาแล้ว กิ่งไม่ควรแตกออกไปทุกทิศทางมากเกินไป เพระจะบดบังแสง และไม่ควรจะมีความยาวของกิ่งเท่ากันหมด ควรจะมีความแตกต่างกันบ้างเพื่อให้แสงเข้าถึงกิ่งตรงกลางได้ดีขึ้น
  13. ตัดกิ่งกระโดงหรือที่ตั้งตรงๆออกโดยสรีระแล้วกิ่งแบบนี้จะให้ผลยากเพราะมีการเติบโตในแนวตั้งฉากสูงและจะดูดสารอาหารไปใช้มาก  (โซน 1)
  14. ตัดกิ่งที่น้อยกว่า 45 องศา วัดจากยอดออกมา เพราะมีความชันเกินไป (โซน 1 อีกเช่นกัน)
  15. ตัดกิ่งกลางออกเพื่อเปิดให้แสงแดดเข้าถึง
  16. ตัดกิ่งที่โค้งเข้าหาพุ่ม เพราะจะไปบดบังแสงกันเอง กิ่งที่ไขว้ทับกัน และกิ่งหางหนูที่สั้นตุ่น ๆ
  17. ตัดกิ่งที่แตกออกจากลำต้นซึ่งชิดกันเกินไป เพื่อให้กิ่งแต่ละกิ่งมีระยะห่างที่เหมาะสม
อ้างอิง
http://www.youtube.com/watch?v=JvqHnthlwMY
http://www.bansuanporpeang.com/node/20690
http://www.wikihow.com/Prune-a-Lemon-Tree
http://www.theiowagardener.com/Pruning_Small_Trees.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …