ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

น้ำกับผู้สูงอายุ

น้ำดื่มสำคัญอย่างไร

ร่างกายเกินครึ่งประกอบด้วยน้ำ น้ำนำแร่ธาตุและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และเป็นตัวนำของเสียออกจากร่างกาย ร่างกายจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำอย่างเพียงพอ


น้ำช่วยให้:
  • เปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน
  • ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
  • ปกป้องและป้องกันการกระทบกันของอวัยวะสำคัญในร่างกาย และ
  • ช่วยให้เราเป็น "ปกติ"
อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราดื่มน้ำไม่พอ

ถ้าดื่มน้ำน้อยกว่าน้ำที่ร่างกายสูญเสียออกไป ร่างกายจะขาดน้ำ เกิดภาวะที่เรียกว่า dehydrated ร่างกายสูญเสียน้ำทางปัสสาวะ เหงื่อ และ อุจจาระ เราเสริมกำลังด้วยการดื่มน้ำและของเหลวอื่น ๆ นอกจากนี้ เรายังได้น้ำจากผักและผลไม้อีกด้วย

ถ้าดื่มน้ำน้อยหรือเกิดภาวะการขาดน้ำ(dehydration) อาจจะเกิดอาการดังนี้
  •  กลืนอาหารลำบาก
  • ปากแห้งเนื่องจากร่างกายสร้างน้ำลายได้นอย
  • ปวดหัว
  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • ตาแห้ง
  • เป็นตะคริว และ/หรือ
  • เป็นนิ่วในไต

ทำไมการดื่มน้ำจึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ

ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุเกินกว่า 65 ปีขึ้นไป มีภาวะการขาดน้ำชนิดไม่รุนแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากสิ่งต่อไปนี้
  • ไม่รู้สึกว่าหิวน้ำ (ก็เลยไม่ดื่มน้ำ)
  • สมรรถนะในการกลั่นปัสสาวะลดลง
  • จำกัดตัวเองเรื่องการดื่มน้ำ
เราต้องดื่มน้ำและของเหลวอย่างอื่น อย่างพอเพียง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะการขาดน้ำ ผู้สูงอายุมักจะไม่รู้สึกกระหายน้ำ จึงต้องมีการวางแผนการดื่มน้ำและของเหลวให้พอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย

 เราควรดื่มน้ำและของเหลวเป็นปริมาณเท่าไร

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการน้ำ/ของเหลว วันละ 6-8 แก้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้
  • น้ำหนักของร่างกาย
  • กิจกรรมและการออกกำลังกายประจำวัน
  • ภาวะสุขภาพโดยรวม และ
  • ความร้อนของภูมิอากาศ
คำแนะนำในการดื่มน้ำ
  • ต้อนรับวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้ว
  • ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนการรับประทานอาหาร ครึ่งชั่้วโมง
  • ส่วนใหญ่ การกินยา ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วเต็ม ๆ (ควรปรึกษาแพทย์)
  • ควรดื่มน้ำ ประมาณ 1-2 แก้ว ในระหว่างหรือหลังจากกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ติดน้ำดื่มไปด้วยตลอดเวลา



ที่มา
http://edis.ifas.ufl.edu/pdffiles/FY/FY07000.pdf (มหาวิทยาลัยฟลอลิด้า)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …