ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การสร้างลิงค์ใน DialogFragment ของ Android 1.5

มีหลายครั้งที่เราต้องการสร้างลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บต่าง ๆ ใน DialogFragment ของ Android ดังภาพ


หลักการ

โดยปกติเราจะไม่สามารถใช้ลิงค์ไปยังหน้าเว็บอื่น ๆ จาก DialogFragment ได้ ถ้าต้องการให้มี Link เราต้องจัดการข้อความที่จะให้แสดง โดยทำให้เป็น SpannableString เสียก่อน ใช้ Linkyfy สร้างลิงค์ นำไปไว้ใน TextView และเอา TextView ไปไว้ใน Dialog อีกที จึงจะได้ลิงค์ตามต้องการ

วิธีการ
  1. สร้างไฟล์ใหม่ ตั้งชื่อว่า AlertDialogWithLink
  2. สร้าง Java Class ชื่อ MyDialogFragment.java สำหรับเป็น adapter สร้าง Dialog
    MyDialogFragment.java
    package com.thongjoon.alertdialogwithlink;
    import android.app.AlertDialog;
    import android.app.Dialog;
    import android.app.DialogFragment;
    import android.os.Bundle;
    import android.text.SpannableString;
    import android.text.method.LinkMovementMethod;
    import android.text.util.Linkify;
    import android.widget.TextView;
    
    public class MyDialogFragment extends DialogFragment {
    
        @Override
        public Dialog onCreateDialog(Bundle savedInstanceState) {
    
            // get a variable from MainActivity.java when calling this Dialog. The variable is in the form of key and value.
            Bundle mArgs = getArguments();
            String msg = mArgs.getString("key");
            String title = "เตรียมสอบ...";
    
            final TextView textView = new TextView(getActivity()); // create textView
            final SpannableString spannableMsg = new SpannableString(msg); //create spannableString
    
            Linkify.addLinks(spannableMsg, Linkify.WEB_URLS);
    
            textView.setText(spannableMsg);
            textView.setMovementMethod(LinkMovementMethod.getInstance());
    
            // Create the AlertDialog object and return it
           // return builder.create();
    
            return new AlertDialog.Builder(getActivity())
                    .setTitle(title)
                    .setView(textView)
                    .setPositiveButton(android.R.string.ok, null)
                    .create();
        }
    }
    
    
  3. สร้างปุ่มสำหรับกดเพื่อเรียกใช้งาน Dialog ที่สร้างขึ้น ปุ่มนี้อยู่ใน content_main.xml
    content_main.xml
    <?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
    <RelativeLayout
        xmlns:android="http://schemas.android.com/apk/res/android"
        xmlns:app="http://schemas.android.com/apk/res-auto"
        xmlns:tools="http://schemas.android.com/tools"
        android:layout_width="match_parent"
        android:layout_height="match_parent"
        android:paddingBottom="@dimen/activity_vertical_margin"
        android:paddingLeft="@dimen/activity_horizontal_margin"
        android:paddingRight="@dimen/activity_horizontal_margin"
        android:paddingTop="@dimen/activity_vertical_margin"
        app:layout_behavior="@string/appbar_scrolling_view_behavior"
        tools:context="com.thongjoon.alertdialogwithlink.MainActivity"
        tools:showIn="@layout/activity_main">
    
        <TextView
            android:layout_width="wrap_content"
            android:layout_height="wrap_content"
            android:text="Hello World!"
            android:id="@+id/textView"/>
    
        <Button
            android:layout_width="wrap_content"
            android:layout_height="wrap_content"
            android:text="New Button"
            android:id="@+id/dfragbutton"
            android:layout_below="@+id/textView"
            android:layout_toRightOf="@+id/textView"
            android:layout_toEndOf="@+id/textView"
            android:layout_marginTop="136dp"/>
    </RelativeLayout>
    
    
  4. ที่ MainActivity.java เราจะสร้างข้อความสำหรับแสดงใน DialogFragment และเรียกใช้งาน ดังนี้
    MainActivity.java
    package com.thongjoon.alertdialogwithlink;
    import android.os.Bundle;
    import android.support.v7.app.AppCompatActivity;
    import android.view.View;
    import android.widget.Button;
    
    public class MainActivity extends AppCompatActivity {
    
    String itemExplanation = "\tนี่เป็นตัวอย่างการสร้างลิงค์ไปย้งเว็บเพจ ใน DialogFragment ของ " +
            "Android Studio 1.5\n\tดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ " +
            "\n\thttp://www.thongjoon.com/2016/04/how-do-you-like-how-much-do-you-like.html " +
            "\n\tนะครับ";
    
        @Override
        protected void onCreate(Bundle savedInstanceState) {
            super.onCreate(savedInstanceState);
            setContentView(R.layout.activity_main);
    
    
            // Locate the button in activity_main.xml
            Button dfragbutton = (Button)findViewById(R.id.dfragbutton);
    
            // Capture button clicks
            dfragbutton.setOnClickListener(new View.OnClickListener() {
                public void onClick(View view) {
                    Bundle args = new Bundle();
                    args.putString("key", itemExplanation);
                    MyDialogFragment newFragment = new MyDialogFragment();
                    newFragment.setArguments(args);
                    newFragment.show(getFragmentManager(), "TAG");
                }
            });
        }
    }
    

    ข้อสังเกต

    ในการจัดรูปแบบข้อความใน dialog เราใช้ /t สำหรับย่อหน้า และ /n สำหรับขึ้นบรรทัดใหม่
แหล่งอ้างอิง

http://stackoverflow.com/questions/29319981/link-in-alert-dialog-fragment



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …