การใช้ a, an และ the

การใช้ a, an และ the

a, an และ the เป็นคำ article ใช้นำหน้าคำนามในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีหลักการใช้ ดังนี้

การใช้ a และ an

  1. ใช้ a นำหน้าคำนามเอกพจน์ และนับได้ ที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ หรือ ขึ้นต้นด้วยสระ แต่อ่านออกเสียงเป็นพยัญชนะ เช่น

    Please give me a book. Any book will do.
    หนังสือ เป็นคำนามที่นับได้ และขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ คือตัว b

    There is a university at the end of this road.
    university ขึ้นต้นด้วยสระ คือตัว u แต่ออกเสียงเป็น yoo จึงต้องใช้ a คำอื่น ๆ เช่น a user, a European city เป็นต้น
  2. ใช้ an นำหน้าคำนามเอกพจน์ และนับได้ ที่ขึ้นต้นด้วยสระ a, e, i, o,u หรือ ออกเสียงสระ แม้ว่าจะเขียนขึ้นต้น ด้วยพยัญชนะก็ตาม เช่น
    an elephant, an hour, an umbrella, an apple, an honest man
    (คำว่า hour และ honest ไม่ออกเสียงตัว h จึงต้องใช้ an นำหน้า)

  3. ใช้ a/an เมื่อพูดถึงสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก เช่น
    Would you like a drink?

  4. ใช้ a/an เมื่อพูดถึงสมาชิกหนึ่งในกลุ่ม เช่น
    John is a doctor.
    จอห์นเป็นหมอคนหนึ่ง

  5. ใช้ a นำหน้าวันในสัปดาห์ เมื่อไม่ต้องการระบุว่าเป็นวันไหน
    I was born on a Thursday.
    ฉันเกิดวันพฤหัส
    Could I come over on a Saturday sometime?
    ต่อไป ถ้าผมจะมาวันเสาร์ จะได้ไหม (ไม่ได้ระบุว่าเสาร์ไหน)
    คำว่า sometime หมายถึง วันใดวันหนึ่งข้างหน้า

  6. ใช้ a/an หน่วยวัด ต่อหน่วย หมายถึง per เช่น ต่อกิโล ต่อเมตร
    These oranges cost 50 baht a kilo.
    These oranges cost 50 baht per kilo.
    ส้มพวกนี้ ราคา กิโลกรัมละ 50 บาท

  7. ใช้ a/an กับการเจ็บไข้ได้ป่วย เช่น
    a stomachache, a headache, a fever
    I have eaten papaya salad for lunch and now I have a stomachache.

  8. ใช้ a/an ในประโยคอุทานตามหลัง what หรือ such เช่น
    What an amazing car! (รถคันนั้น ช่างน่าอัศจรรย์เสียนี่กระไร!)
    What a shame! (ช่างน่าอายนัก)
    She's such a beautiful girl. (เธอเป็นคนสวยเสียนี่กระไร)
    What a beautiful day it is! (ช่างเป็นวันที่สวยงามมาก!!!)

  9. ไม่ใช้ a/an นำหน้าคำนามที่นับไม่ได้ เช่น information, air, advice, และ salt เป็นต้น
    She gives a good advice.
    She gives good advice.

  10. ไม่ใช้ a/an นำหน้าคำนามที่เป็นพหูพจน์ เพราะ a/an หมายถึง หนึ่ง
    She gave me a books.
    She gave me books.

หลักการใช้ the
  1. ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ที่เป็นการชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าคนไหน อันไหน สิ่งไหน ซึ่งเป็นที่รู้กัน ระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง
    I have a cat. The cat is black.
    There is a book in my backpack. The book is very heavy.
    Do you know where I left the car keys?
    (ในกรณีนี้ แสดงว่าคนถามและคนตอบ รู้ว่า กุญแจรถที่พูดถึงคือกุญแจดอกไหน).

  2. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีคำ หรือข้อความ มาขยาย ซึ่งทำให้ชี้เฉพาะลงไปว่า หมายถึงอันไหน สิ่งไหน เช่น
    Can you give me the book on the table
    ช่วยส่งหนังสือเล่มที่อยู่บนโต๊ะมาให้หน่อย
    on the tabel ขยาย book ทำให้ชี้เฉพาะลงไปว่า เล่มที่อยู่บนโต๊ะ จึงต้องใช้ the

    ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น
    Did you read the book which I gave you?
    He didn't like the movie that you suggested.
    Did you know the man who was talking to Leonie?

  3. ใช้ the นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียว the sun, the moon, the sky

  4. ใช้ the นำหน้าการเปรียบเทียบระดับ สูงสุด ( superlative degree) เช่น

    This is the best steak I have ever eaten.
    นี่เป็นสเต็กที่ดีที่สุด ที่ฉันได้เคยกิน

  5. ใช้ the นำหน้าการเปรียบเทียบขั้นกว่า ที่ใช้คู่กัน เช่น

    The earlier, the better.
    ยิ่งเช้า ยิ่งดี (ยิ่งไปเร็วเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น)

    The more I study, the less I know.
    ยิ่งเรียน ยิ่งไม่รู้

    The more time you spend on Facebook, the more friends you will probably have.
    ยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่าไรกับ Facebook ก็อาจจะยิ่งมีเพื่อนมากขึ้นเท่านั้น

  6. ใช้ the นำหน้า เครื่องจักร/อุปกรณ์ สัตว์ หรือ อวัยวะ ที่เป็นเอกพจน์ เพื่อเป็นตัวแทนของ สิ่งของทั้งหมด เช่น

    The smartphone has made it easier for employees to work from home.
    โทรศัพท์มือถือ ทำให้พนักงานทำงานจากบ้านได้ง่ายขึ้น
    (คำว่า the smartphone ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่หมายถึงโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง)

    The dolphin is considered one of the smartest animals.
    ปลาโลมา ได้รับการพิจารณาว่า เป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดประเภทหนึ่ง

    The lung contains over 300 million alveoli.
    ปอด เต็มไปด้วยถุงลมมากกว่า 300 ล้านถุงลม
    (ปอด เป็นอวัยวะของคน จึงใช้ the)

    หมายเหตุ แทนการใช้ the นำหน้าคำนามเอกพจน์ เพื่อเป็นตัวแทนสิ่งของทั้งหมด เราสามารถใช้ คำพหูพจน์ แทนได้ โดยไม่ต้องมี the นำหน้า เช่น

    Smartphones have made it easier for employees to work from home.
    Dolphins are considered some of the smartest animals.
    Lungs contain over 300 million alveoli.

  7. ใช้ the นำหน้าชื่อครอบครัว หรือ นามสกุล เพื่อหมายถึง คนในตระกูลนั้น ๆ และ ต้องมี "s" ต่อท้ายด้วย เช่น
    The Browns (คนในตระกูล Brown), The Lees

  8. ตามปกติเราใช้ the นำหน้าชื่อหนังสือพิมพ์เช่น
    The Nation, The Times, The Sun

  9. ใช้ the กับชื่อ สถานที่ ทะเล the Pacific
    เทือกเขา the Himalayas
    แม่นํ้า the Mississippi
    ทะเลทราย the Sahara
    โรงแรม the Plaza Hotel
    โรงหนังโรงละคร the Playhouse
    พิพิธภัณฑ์ the National Museum
    ชื่อประเทศที่มีคำว่า Republic , Kingdom , State

  10. ใช้ the เมื่อเราพูดโดยทั่วไปในเรื่องเครื่องดนตรี
    the piano
    I play the guitar.

  11. ใช้ the ก่อนคำว่า same Your shirt is the same color as mine.

  12. ใช้ the นำหน้าคำคุณศัพท์ เพื่อหมายถึงกลุ่มคน นั้น ๆ เช่น the rich หมายถึง rich people, the sick หมายถึง sick people, the poor หมายถึง poor people เป็นต้น

    The rich get richer and the poor get poorer.
    คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งจนลง

    You should always show kindness to the homeless.
    เราควรให้ความเมตตาแก่คนไร้ที่อยู่

  13. ใช้ the กับคำนามที่เราได้กล่าวมาแล้วทั้งผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่ากำลังคิดถึงสิ่งใด

กรณีที่ไม่ใช้ Article
  1. ชื่อมื้ออาหาร เช่น breakfast

  2. ชื่อทะเลสาป, ภูเขา เช่น Lake Superior

  3. ชื่อภาษา เช่น French, English ยกเว้น ถ้ามีคำว่า language ตามมา หรือ หมายถึงคน เช่น

    I speak French.
    ฉันพูดภาษาฝรั่งเศส

    The French language is not too difficult to learn.
    ภาษาฝรั่งเศส ไม่ยากเกินกว่าที่จะเรียน

    The French is friendly.
    คนฝรั่งเศส เป็นคนอัธยาศัยดี เป็นกันเอง

  4. ชื่อวัน เช่น Wednesday ยกเว้น ถ้าหมายถึง วันใดวันหนึ่ง ไม่เฉพาะเจาะจง
    I don't go to school on Sunday.
    Could I come over on a Saturday sometime?

  5. เทศกาล, ฤดู เช่น Christmas, Easter, spring, summer, winter

  6. ชื่อเมือง, รัฐ, ประเทศ เช่น Texas, Thailand

  7. ชื่อทวีป เช่น Asia, Europe

  8. ชื่อวิชา เช่น biology, history, computer science, mathematics

  9. นามนับไม่ได้ และนามพหูพจน์, นามไม่มีตัวตน, นามที่บอกวัสดุ ไม่ใช้ a และ an เช่น tigers, life, wood

  10. สำนวนเกี่ยวกับ bed, home, work ต่อไปนี้ไม่ใช้ the คือ go to bed, in bed, finish work, start work, at work, go home, at home

  11. คำนามต่อไปนี้ ในความหมายปกติไม่ใช้ the แต่ถ้าใช้ในความหมายอื่นจะใช้ the ได้แก่ bed, church, court, prison, hospital, market, class, school, college, university เช่น
    - go to bed = ไปนอน แต่ go to the bed = ไปที่เตียง
    - go to prison = ถูกขังคุก แต่ go to the prison = ไปที่คุก(เพื่อไปทำอย่างอื่นไม่ได้ไปเพื่อถูกขัง)

  12. ไม่ใช้ article ตามหลัง kind of, sort of, type of, make of, brand of, variety of, species of, เช่น this brand of cigarette

  13. Verb ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง คัดเลือก คือ appoint, choose, elect, select หรือ make ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ดำรงตำแหน่งที่มีเพียงตำ แหน่งเดียว ไม่ต้องใช้ article หน้าตำแหน่งนั้น เช่น - He was made President.

  14. ชื่อกีฬาทุกชนิด เช่น tennis, football, boxing เป็นต้น
    I like playing tennis.




https://www.ef.com/english-resources/english-grammar/indefinite-articles/
http://eng4-6.blogspot.com/2013/03/articles-an-the.html
https://www.aje.com/en/arc/editing-tip-basics-article-usage/
https://www.englishpage.com/
http://masteringarticles.com/definite-article-diseases/
http://www.learngrammar.net/english-grammar/rules-of-using-articles

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.