ทบทวนเรื่อง Tense ฉบับเร่งรัด เตรียมสอบ ก.พ.

Tense หลัก ๆ ในภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้

Past Present Future
Simple I spoke. I speak. I will speak.
Continuous I was speaking. I am speaking.
Perfect I had spoken. I have spoken.

การใช้
Past Present Future
Simple เรื่องที่จบไปแล้ว เรื่องในปัจจุบัน เรื่องในอนาคต
Continuous กำลังทำในอดีต กำลังทำตอนนี้
Perfect ทำเสร็จตอนนั้น ทำมาถึงตอนนี้

คำสำคัญบางคำ ที่ควรสังเกต
Past Present Future
Simple yesterday, last week, last month, in 2010, ago always, often, every day, on Mondays เป็นต้น tomorrow, next week, next month, in three days
Continuous at this time last year now, at the moment
Perfect ใช้คู่กับ Past tense since, for, already, just, lately เป็นต้น

Past Simple Tense
  1. โครงสร้าง
    ประธาน + กริยาช่องที่ 2
    ตัวอย่าง
    I went to the market yesterday.
    She went to the market yesterday.
    Suda went to the market yesterday.
    They walked to the market yesterday.
    คำกริยาโดยทั่วไป เมื่อเป็น ช่อง2 และ ช่อง3 จะเติม -ed เข้าข้างหลัง เช่น walk → walked
    มีหลายคำที่เปลี่ยนรูปไปเลย เช่น
    go → went → gone
    eat → ate → eaten
    มีหลายคำที่เหมือนเดิม ทั้ง ช่อง1 ช่อง2 และช่อง3 คำที่พบบ่อย ๆ เช่น
    put → put → put (วาง)
    cut → cut → cut (ตัด)
    let → let → let (ปล่อย อนุญาต)
    bet → bet → bet (พนัน)
    cost → cost → cost (ราคา)
    hit → hit → hit (ทุบ ตี)
    hurt → hurt → hurt (ทำร้าย)
    read → read → read (อ่าน)
    set → set → set (ตก จัด วาง ตั้ง)
    shut → shut → shut (ปิด)
    split → split → split (แยก)
    quit → quit → quit (เลิก หยุด)
    ตัวอย่าง
    I quit the job last month.
    ฉันออกจากงาน เมื่อเดือนที่แล้ว
  2. การใช้ Past Simple Tense
    1. ใช้กับกิจกรรมที่เสร็จสิ้น หรือจบไปแล้ว
    2. ใช้กับกิจกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน เช่น
        I got up and (then) I brushed my teeth.
    3. ใช้คู่กับ Past Perfect Tense เมื่อพูดถึงกิจกรรม 2 ที่สัมพันธ์กัน
    -เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงแล้ว ใช้ Past Perfect Tense
    -เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์หนึ่งเสร็จสิ้น ใช้ Past Simple Tense
    ตัวอย่าง
    After I had taken a shower, I went to bed.
    หลังจากที่ฉันอาบน้ำ(ฝักบัว)เสร็จแล้ว ก็เข้านอน
  3. คำสำคัญ ที่สังเกตได้ว่า เป็น Past Simple Tense
    เนื่องจาก Past Simple Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว จึงมีคำสำคัญเช่น
    yesterday(เมื่อวานนี้), the day before(เมื่อวันก่อน), three days ago(สามวันมาแล้ว), last week(เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว), last month(เมื่อเดือนที่แล้ว), in 2010(ในปี ค.ศ. 2010) เป็นต้น
    ตัวอย่าง
    I read the book yesterday.
    ฉันอ่านหนังสือเล่มนั้นเมื่อวาน (read - รูปกริยา 3 ช่องเหมือนกัน)


Present Simple Tense
  1. โครงสร้างประโยค Present Simple Tense
    ประธาน + กริยาช่องที่ 1
    ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ บุรุษที่ 3 (เช่น He, She, It, Suda, Jack, etc.) กริยาต้องเติม s
    คำนามที่นับไม่ได้ ถือเป็นเอกจน์ กริยาต้องเติม s
    คำบางคำ เมื่อเป็นพหูพจน์ เปลี่ยนรูปไปจากเดิม เช่น mouse → mice, child → children, man → men, goose → geese, curriculum → curricula เป็นต้น

    ประเด็นที่มักออกข้อสอบ

    If he or she (need/needs) me, I'll be in the next room.
    ข้อนี้ ใช้คำว่า needs เพราะ ประธานเชื่อมด้วย or แสดงว่า คนใดคนหนึ่ง จึงเป็นเอกพจน์

    Her dog, cat, and chicken (gets/get) along well together.
    ข้อนี้ ใช้ get เพราะ ประธาน มีหลายตัว เป็นพหูพจน์

    Neither (has/have) a license.
    ข้อนี้ ใช้คำว่า has เพราะ Neither ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ถือว่า เป็นเอกพจน์

    (Is/Are) either of your daughters a doctor?
    ข้อนี้ ใช้คำว่า Is เพราะ either ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ถือว่า เป็นเอกพจน์

    Either his mother or my sisters (is/are) singing in the pub tonight.
    ข้อนี้ ใช้คำว่า are เพราะ มีประธาน 2 ตัว เชื่อมด้วยตัวเชื่อม คือ either...or คำกริยา ต้องตามประธานตัวหลัง คือ my sisters

    Either my sisters or his mother (is/are) singing in the pub tonight.
    ข้อนี้ ใช้คำว่า is เพราะ มีประธาน 2 ตัว เชื่อมด้วยตัวเชื่อม คือ either...or คำกริยา ต้องตามประธานตัวหลัง คือ his mother

    Neither the accountant nor his clients (know/knows) the combination.
    ทั้งสมุหบัญชี และลูกค้า ต่างก็ไม่รู้รหัส (เปิดตู้)
    ข้อนี้ ใช้คำว่า know เพราะ มีประธาน 2 ตัว เชื่อมด้วยตัวเชื่อม คือ neither...nor คำกริยา ต้องตามประธานตัวหลัง คือ his clients

    Neither the clients nor the accountant (know/knows) the combination.
    ข้อนี้ ใช้คำว่า know เพราะ มีประธาน 2 ตัว เชื่อมด้วยตัวเชื่อม คือ neither...nor คำกริยา ต้องตามประธานตัวหลัง คือ the accountant

  2. การใช้ Present Simple Tense
    1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือทำเป็นประจำ เป็นนิสัย
    My friend often draws nice posters.
    2. ความจริงโดยทั่วไป
    The sun rises in the east.
    3.เหตุการณ์ที่กำหนดไว้แล้ว หรือ ตามราง กำหนดการต่าง ๆ
    The plane flies to London every Monday.
    4. การออกคำสั่ง หรือ การบอกขั้นตอนการทำกิจกรรมต่าง ๆ
    First I get up, then I have breakfast.
    5. ใช้กับคำกริยาบางคำ ที่ไม่สามารถใช้เป็น Continuous ได้ เช่น hate, like, love, understand เป็นต้น
    I understand English.
  3. คำสำคัญ ที่แสดงว่า เป็น Present Simple Tense
    เมื่อเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย เป็นประจำ ดังนั้น จึงมักจะมีคำที่บอกว่า ทำบ่อย ๆ เช่น always, often, sometimes, never, every day เป็นต้น

    ประเด็นที่มักออกข้อสอบ

    มักจะมีคำที่แสดงว่า เป็น Tense ต่าง ๆ และให้เลือกรูปแบบของกริยาให้ถูก เช่น

    I (am/was) twenty years old.
    ข้อนี้ใช้ am เพราะพูดถึงเหตุการปัจจุบัน ความจริงทั่วไป

    I (am/was) seven years old when I first went to school.
    ข้อนี้ใช้ was เพราะมีเวลาบอกไว้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว

    I (visit/visited) my parents twice a month. ข้อนี้ใช้ visit เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เดือนละ 2 ครั้ง

    Watch carefully. First I (take/took) a cucumber and (cut/cutting) it into small pieces.
    ข้อนี้ใช้ take/cut เพราะเป็นการบอกขั้นตอนของกิจกรรม ให้ดูตามที่จะทำให้ดู


Future Tense
  1. โครงสร้าง Future Tense
    ประธาน + will/shall + กริยาช่อง 1 (ไม่มี to นำหน้า) หรือ
    ประธาน + to be (am, are, is) + going to + infinitive
    (คำว่า shall ปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้แล้ว ใช้ will ทั้งหมด เช่น I will, We will,...)
    ตัวอย่าง
    I will walk to the market tomorrow.
    I am going to walk to the marker tomorrow.
    She work at the bank tomorrow.
    She is going to work at the bank tomorrow. Suda will leave Bankok for Hongkong in a few days.
    We will have breakfast at seven o'clock.
  2. การใช้ Future Tense
    1.เป็นการวางแผนว่าจะทำสิ่งใด ในอนาคต
    ตัวอย่าง
    I am going to get up early tomorrow.
    2. แน่ใจว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต
    ตัวอย่าง
    Look at that car! It is going to crash into the yellow one.
  3. คำสำคัญ ที่แสดงว่า เป็น Future Tense
    Future Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง ดังนั้น คำที่แสดงว่า เป็นเหตุการณ์ในอนาคต เช่น tomorrow, the day after tomorrow, next week, next month, in (+ ปี ที่ยังมาไม่ถึง) เป็นต้น


Past Continuous Tense
  1. โครงสร้าง
    ประธาน + was/were + กริยาเติม -ing
    ตัวอย่าง
    I was walking in the park yesterday morning. ฉันกำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะเมื่อเช้าวานนี้
    I was walking when I saw the accident.
    ฉันกำลังเดินอยู่ ตอนที่เห็นอุบัติเหตุครั้งนั้น
  2. การใช้
    ใช้บอกว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่ผ่านมาแล้ว
    ใช้คู่กับ Past Simple
    -ใช้ Past Continuous กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ซึ่งมักจะต้องใช้เวลานานกว่า
    -ใช้ Past Simple กับกิจกรรมที่เกิดขึ้นแป๊บเดียว
    ตัวอย่าง
    While I was talking, I heard someone cough.
    ในขณะที่ฉันคุญอยู่ ฉันได้ยินใครบางคนไอขึ้น
  3. คำสำคัญ ที่แสดงว่าเป็น Past Contiuous
    คำที่บอกว่าเป็นเวลาที่เฉพาะเจาะจงในอดีต เช่น at this time last year
    คำว่า while ในกรณีที่ใช้คู่กับ Past Simple Tense โดยประโยคที่ตามหลัง while จะเป็น Past Continuous


Present Continuous Tense
  1. โครงสร้าง
    ประธาน + is/am/are + กริยาเติม -ing
    ตัวอย่าง
    I am eating.
    She is eating.
    They are eating
  2. การใช้ Present Continuous Tense
    1. ใช้กับกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด 2. ใช้กับกิจกรรมที่วางแผนไว้และจะเกิดขึ้นแน่นอนในอนาคตอันใกล้
    3. ใช้กับแนวโน้มในปัจจุบัน เช่น
    More and more people are using their computers to listen to music.
  3. คำสำคัญ ที่แสดงว่าอยู่ใน Present Continuous Tense
    now, at the moment


Past Perfect Tense
  1. โครงสร้าง Past Perfect Tense
    ประธาน + had + กริยาช่องที่ 3
  2. การใช้ Past Perfect Tense
    ใช้คู่กับ Past Simple Tense มักจะมีคำว่า after หรือ before อยู่ด้วย
    เหตุการณ์เกิดก่อน ใช้ Past Perfect Tense
    เหตุการณ์เกิดหลัง ใช้ Past Simple Tense
    ตัวอย่าง
    After I had taken a shower, I went to bed.
    หลังจากที่ฉันอาบน้ำแล้ว ก็เข้านอน
    Mary had read the book before she watched a film.
    แมรี่อ่านหนังสือเล่มนั้น ก่อนที่จะ ดูหนัง

    นอกจากนี้ Past Perfect ยังสามารถใช้โดด ๆ ได้ แต่มักจะมีข้อความว่า เกิดก่อนอะไรสักอย่าง เช่น มีคำว่า already, up to then, before that day เป็นต้น
    The book had sold 1,500 copies before Sunday.
    หนังสือเล่มนั้นถูกซื้อ 1,500 เล่ม ก่อนถึงวันอาทิตย์
    (คำว่า sell นอกจากหมายถึงขายแล้ว ยังมีความหมายว่า ถูกซื้อ - be bought by people ได้อีกด้วย)
  3. คำสำคัญ
    ถ้าใช้คู่กับ Past Tense
    After ....(Past Perfect)......., .....(Past Simple).......
    ..........(Past Perfect).... before .....(Past Simple)
    ใช้โดด ๆ มักจะมีคำว่า already, up to then, before that day เป็นต้น
    The book had sold 1,500 copies before Sunday.


Present Perfect Tense
  1. โครงสร้าง Present Perfect Tense
    ประธาน + have/has + กริยาช่องที่ 3

    ตัวอย่าง
    I have cleaned my room already.
    ฉันทำความสะอาดห้องแล้ว
    I have just cleaned my room.
    ฉันเพิ่งทำความสะอาดห้อง
    I have cleaned my room for two hours.
    ฉันได้ทำความสะอาดห้องได้ 2 ชั่วโมงแล้ว
    (ใช้ Present Perfect Tense เพื่อบอกว่า กิจกรรมเพิ่งทำไปแล้ว และมีความสัมพันธ์กับปัจจุบัน คือ ทำได้ 2 ชั่วโมงแล้ว)

    เปรียบเทียบกับ Past Tense
    I cleaned my room 2 hours ago.
    ฉันทำความสะอาดห้องเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
    I cleaned my room for 2 hours.
    ฉันได้ทำความสะอาดห้อง เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
    (ใช้ Past Tense เพื่อบอกว่า ได้ทำแล้ว และใช้เวลาทำความสะอาด 2 ชั่วโมง)
  2. การใช้ Present Perfect Tense
    1. เพื่อแสดงว่า ผลของกิจกรรมที่ได้ทำแล้วในอดีต มีความสำคัญกับปัจจุบัน ขณะที่พูด (ทำเมื่อไร ไม่สำคัญ)
    2. ใช้กับกิจกรรมที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ
    I have just cleaned the room.
    3. ใช้กิจกรรมที่ได้ทำมาแล้ว และสืบเนื่องถึงปัจจุบัน
    We have lived in Angthong since 2560.
    ฉันได้อยู่ที่จังหวัดอ่างทองมาตั้งแต่ ปี 2560
    (ใช้ Present Perfect แสดงว่า ตอนนี้ก็ยังอยู่อ่างทอง)
    4. ใช้เกี่ยวกับกิจกรรมที่ยังทำไม่เสร็จ หรือยังไม่ได้ทำ โดยที่ควรจะทำให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ทำ
    The next bus leaves at 6 p.m., but I still haven't bought a ticket yet.
    รถบัสคันต่อไป ออกเวลา 6 โมงเย็น แต่ฉันยังไม่ได้ซื้อตั๋วเลย
  3. คำสำคัญที่แสดงว่าอยู่ใน Present Perfect Tense
    just, yet, still, never, already, ever, so far, up to now, recently, since, และ for เป็นต้น

    ประเด็นที่มักออกข้อสอบ

    การใช้ since และ for
    since = ตั้งแต่ เช่น ตั้งแต่เดือนเมษายน ตั้งแต่แผ่นดินไหวครั้งนั้น ตั้งแต่ต้นปี เป็นต้น
    for = เป็นระยะเวลา เช่น 3 ปี 4 ปี เป็นต้น

    Fill in the blanks with either since or for.
    He has been here ........ a long period. (for)
    She has lived in New York .......... six years. (for)
    They have worked ........... 1995. (since)
    The weather has been awful ............ the beginning of the year. (since)
    They have been married ............... a long time. (for)
    She has been singing .............. ten o'clock. (since)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.