ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มะเขือ

มะเขือ เป็นพืชผักพื้นบ้าน ปลูกง่ายทุกฤดู และมีอายุยืน จึงเหมาะที่จะเป็นพืชสวนครัว เพราะอยู่ได้นาน และนำมารับประทานสดจากต้น อร่อยและได้คุณค่ามากกว่าซื้อที่ตลาด

มะเขือ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่า 80 ชนิด โดยเฉพาะในมะเขือ มีสาร phytonutrients ซึ่งเป็นตัวกำจัดอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่ทรงประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับวิตามินและแร่ธาตุ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเรามีความแข็งแกร่งซึ่งจะช่วยป้องกันอันตรายจากโรคร้ายต่าง ๆ ได้

ที่ผิวของมะเขือมี nasuin ซี่งเป็นหนึ่งในจำนวนสารที่ประกอบเป็น photonutrients สาร nasuin ช่วยป้องกัน lipids ที่เยื่อหุ้มสมอง ช่วยป้องกันการโจมตีของอนุมูลอิสระ ทำให้สมองทำงานได้ตามปกติ

Nasuin ช่วยกำจัดธาตุเหล็ก (iron) ส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ ถ้าร่างกายมีธาตุเหล็กมากเกินไป จะทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease) และเสื่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด Nasuin ช่วยป้องกันข้อต่อ จากการเข้าทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis)

นอกจากนี้ ในมะเขือยาว มีสารประกอบ phenolic compounds ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก เป็นผลดีต่อหัวใจ และสามารถต่อต้านไวรัสและแบคทีเรีย ได้อีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สารประกอบ phenolic compounds ในมะเขือยาว ทำให้มะเขือยาวออกรสขมหรือออกรสขื่น ซึ่งคนมักจะไม่ชอบ และเมื่อฝานมะเขือยาว ทำให้มะเขือยาวเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลในเวลาอันสั้น

มะเขือมีโซเดียม ไขมัน และคอเลสเตอรอล น้อยมาก และมีเส้นใยอาหารที่ช่วยชำระสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วย

สารอาหารหลักในมะเขือ มีดังนี้

  • โปแตสเซี่ยม ช่วยการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ
  • แมงกานิส ช่วยบำรุงกระดูก กระดูกอ่อน (cartilage) และผิวหนัง
  • ทองแดง ช่วยในการเผาผลาญธาตุเหล็กและช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร
  • วิตามิน บี1 บี3 และ บี6 ช่วยในกระบวนการย่อย คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และโปรตีน
  • โฟเลต ช่วยการทำงานของสมอง ช่วยการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ทารก เด็กที่กำลังเจริญเติบโต และหญิงมีครรภ์ คือ กลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาดโฟเลทมากที่สุด
  • แมกนีเซียม เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อ กระดูก ฟัน ไต กล้ามเนื้อ และหัวใจ
  • Tryptophan เป็นกรดอะมิโน จำเป็นในการสร้างโปรตีนของร่างกาย

มะเขือ มีประโยชน์มาก ปลูกง่าย มาปลูกมะเขือในสวนครัวกันดีกว่า


การเตรียมแปลงปลูกมะเขือ
  1. ให้เตรียมดินละเอียดพร้อมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1
  2. นำเมล็ดมะเขือเปราะหยอดลงในหลุมปลูก หลุมละ 4-5 เมล็ด
  3. หลังเพาะประมาณ 7-10 วัน มะเขือเปราะเริ่มงอก หมั่นรดน้ำต้นกล้ามะเขือเปราะทุกวันๆ ละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเข้าและเย็นจนกระทั่งต้นกล้ามะเขือเปราะมีอายุ 25-30 วัน ให้ถอนเอาต้นที่ไม่แข็งแรงออก เหลือไว้ 1-2 ต้น
  4. รดน้ำทุกวัน และในช่วงการติดผลต้องระมัดระวังในน้ำอย่างสม่ำเสมอ
  5. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และดูและอย่าให้โรคแมลงเข้ามารบกวน
  6. เพลี้ยแป้งเป็นศัตรูตัวสำคัญ ต้องกำจัดมดที่นำเพลี้ยแป้งมาที่ต้นมะเขือ
  7. หลังปลูกประมาณ 45-60 วัน มะเขือเปราะเริ่มทะยอยออกดอกผล สามารถเก็บผลผลิตไปบริโภคได้
  8. ถ้ามะเขืองาม มีใบมากเกินไป ให้เด็ดใบออกเสียบ้าง เพื่อให้มะเขือออกดอก
  9. อย่าปล่อยให้มะเขือออกลูกจนแก่ เพราะจะไม่ค่อยออกลูก ให้เด็ดออกเมื่อผลสามารถรับประทานได้ เพื่อให้มะเขือติดลูกต่อไป

อ้างอิง
http://www.healthandnutritiontips.net/eggplant_nutrition/eggplant_nutrition.html
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=6228
http://www.elib-online.com/doctors/lady_folate1.html
http://myveget.com/17.html?tag=%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อุปมา อุปไมย สำนวนการเปรียบเทียบ ของไทย

การเตรียมสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการ มีการทดสอบความสามารถทั่วไป มักจะมี
ข้อสอบที่เกี่ยวกับอุปมาอุปไมย  ข้อสอบมีลักษณะ ให้หาตัวเลือกที่มีความหมาย ความสัมพันธ์คล้ายคลึง หรือเหมือนกับที่โจทย์กำหนดให้มา  หรือเติมข้อความที่มีความหมายสอดคล้องกับคำอุปมาอุปไมยที่ยกมาให้ เป็นต้น ดังนั้น การเข้าใจความหมายของคำอุปมาอุปไมย จึงช่วยให้ทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนพวกหนึ่ง กล่าวทำนองเปรียบเทียบ ให้เห็นจริง เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน และสละสลวยน่าฟังมากขึ้น การพูดหรือการเขียน นิยมหาคำอุปมาอุปไมยมาเติมให้ได้ความชัดเจนเกิดภาพพจน์ เข้าใจง่าย เช่น

คนดุ หากต้องการให้ความหมายชัดเจน น่าฟัง และเกิดภาพพจน์ชัดเจนก็ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ดุ เหมือน เสือ”
ขรุขระมาก การสื่อความยังไม่ชัดเจนไม่เห็นภาพ ต้องอุปมาอุปไมยว่า “ขรุขระเหมือนผิวมะกรูด” หรือ “ขรุขระเหมือนผิวพระจันทร์” ก็จะทำให้เข้าใจ ความหมายในรูปธรรมชัดเจนมากยิ่งขึ้น

คำอุปมาอุปไมยที่ควรรู้จัก (พิมพ์คำ/ข้อความ แล้วกดปุ่ม "ค้นหา")

แนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์

ครั้งที่แล้ว ได้แนะนำหลักการทำ ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ มา แล้ว ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน ก็คลิกกลับไปอ่านได้
ความจริง ข้อสอบเงื่อนไขสัญลักษณ์ เป็นข้อสอบไม่ยาก ถ้าเข้าใจหลักการ และมีทักษะความชำนาญ ใจเย็น ๆ อย่าตื่นเต้น โดยเฉพาะการดูเครื่องหมายต่าง ๆ อย่าดูผิด เช่น เครื่องหมายมากกว่า (>) น้อยกว่า (<) เป็นต้น เพราะการแก้ปัญหาโจทย์เงื่อนไขสัญลักษณ์ หรือ inequality ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาสมการโดยทั่วไป นั่นเอง คือ สามารถบวก ลบ คูณ หาร ด้วยจำนวนที่เท่ากัน ทั้งสองข้างของเครื่องหมายได้ กลับเศษเป็นส่วนได้ แต่ก็มีบางเรื่อง บางรายละเอียดที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งอ่านได้จาก ข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ความสามารถทั่วไป เงื่อนไขสัญลักษณ์ นะครับ ครั้งนี้ จึงเป็นการนำแนวข้อสอบ เงื่อนไขสัญลักษณ์ เพื่อนำมาฝึกทำให้เกิดทักษะความชำนาญ เพื่อจะได้ทำข้อสอบได้รวดเร็วขึ้น เพราะในห้องสอบ เวลาจัดได้ว่ามีค่ามาก ยิ่งทำเร็วและถูกต้อง ยิ่งดี คำสั่ง

เลือกตอบข้อ 1. ถ้าข้อสรุปทั้งสอง ถูกด้องหรือเป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 2. ถ้าข้อสรุปทั้งลอง ผิดหรือไม่เป็นจริง ตามเงื่อนไข
เลือกตอบข้อ 3. ถ้าข้อ…

เทคนิคการทำ ข้อสอบ อนุกรม ของ ก.พ.

|ประเภทของอนุกรม เทคนิคการทำโจทย์เลข อนุกรม ข้อแนะนำเพิ่มเติม |


ข้อสอบเลขอนุกรม ของ ก.พ. ต้องการวัดความถนัดทางด้านตัวเลข โดยการจัดทำตัวเลขเป็นชุด ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันบางอย่าง โดยให้ผู้เข้าสอบได้แสดงความถนัดด้านตัวเลข ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาตามที่โจทย์ระบุ


ประเภทของอนุกรม รูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเลขอนุกรมเท่าที่พบบ่อย ๆ มีหลายประเภท เช่น

ก. อนุกรมเชิงเดี่ยว 

ได้แก่ชุดตัวเลขที่เป็นอนุกรมเพียงชุดเดียว เช่น
ค่าของตัวเลขเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยการบวก หรือ คูณ ตัวเลขก่อนหน้า เช่น บวกด้วยตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ เช่น    5   10   15   20   ...?...
บวกด้วยตัวเลขที่มีระบบ เช่น     1    2    5    10   ...?...
คูณด้วยค่าคงที่ เช่น   1   3   9   27   ...?...
มีทั้ง บวก ลบ คูณ หรือหาร สลับกัน เช่น บวกแล้วคูณด้วยค่าคงที่สลับกัน ดังตัวอย่าง  5   7    14   16  32   ...... มีการ บวก ลบ คูณ หรือ หาร ร่วมกัน เช่น  15   31   63   127   255  ...?...
ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ตัวเลขตัวแรกคูณด้วย 2 และบวกด้วย 1 จะได้ตัวเลขตัวถัดไป คูณด้วยค่าคงที่ที่เป็นเศษส่วน ให้สังเกตความสัมพันธ์ว่า ตัวเลขก่อนหน้า …